วัยทองผู้ชายก็กระดูกแข็งแรงได้ กินอาหารตามนี้สิ

ใครที่อายุเพิ่มขึ้นเข้าสู่วัยทองแล้วรู้สึกถึงความเสื่อมของร่างกาย หากใครใส่ใจสุขภาพซักหน่อยอาจจะกังวลถึงอนาคตว่าต้องระวังอะไร ทำอะไรดีให้สุขภาพแข็งแรงได้เราจะได้อยู่อย่างมีคุณภาพ วันนี้เราจะแนะนำเรื่องที่สำคัญมากๆเลยคือ เรื่องความแข็งแรงของกระดูกกันนะครับ

สิ่งสำคัญมากๆต่อไปในอนาคตเมื่อเราแก่ลงคือ ต้องระวังการกระทบกระแทกจากการเกิดอุบัติเหตุ บางคนลื่นล้มหัวแตก กระดูกหัก เพราะกระดูกเปราะ กล้ามเนื้อบอบบาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้เรามาเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงดีกว่าครับ

กระดูกคนเราจะประกอบไปด้วยแคลเซียมกับฟอสฟอรัสโดยแคลเซียมจะเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูก คิดเป็นร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายทั้งหมด

พวกเราสามารถเสริมแคลเซียมในกระดูกได้โดยการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอในการไปทำการสร้างกระดูกและยังช่วยให้ไม่เป็นตะคริวง่ายอีกด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

แค่แคลเซียมยังไม่พอเพราะร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดีจะต้องมีวิตตามินดีร่วมด้วย ก็จะกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่า เพราะถ้ากินแคลเซียมไปแล้วดูดซึมได้น้อยก็นำไปใช้จริงได้น้อย น่าเสียดายแย่

วิธีจะได้วิตามินดีก็ไม่ได้ยากเลย แค่เพียงออกไปตากแดดอ่อนๆยามเช้าให้ผิวหนังโดยแสงแดดบาง ก็จะกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีขึ้นมาใช้ได้ ถ้าได้ออกกำลังกายยามเช้าก็ยิ่งดีเพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการสร้างมวลของกระดูกได้ด้วย และแสงแดดยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอีกด้วย

หรือใครที่อยู่กรุงเทพใกล้ๆสวนลุมพินี ลองไปฝึกรำมวยจีนไทเก็ก ก็น่าสนใจเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง เน้นฝึกการหายใจ ทำให้เกิดความสดชื่นขึ้น ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น และการออกกำลังกายที่ออกแรงช้าๆนานๆก็จะช่วยเพิ่มความทนทานแก่ร่างกายขึ้น เป็นการฝึกการทรงตัวได้อย่างดี

ดังนั้นอย่าลืมกินอาหารเสริมแคลเซียม อาหารที่มีวิตามินดีเสริมกันนะครับ หากใครสนใจเมนูอาหาร อ่านต่อได้ ที่นี้ เลยครับ

Similar Posts

  • บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

    รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ? ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ 1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย 2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ 3.อายุ…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน 

  • ผู้ชายคนมีญาติหัวล้านฟังทางนี้!! ต้องรีบแก้ก่อนหัวเถิกในอนาคต

    ผู้ชายมีลักษณะหัวล้านเป็นยีนเด่น ถ้าใครมีญาติสายตรงที่หัวล้าน หัวเถิกมาก แล้วมาดูพัฒนาการของตัวเองเห็นร่องรอยที่หน้าผากกว้างขึ้นๆ หรือกระหม่อมบาง อย่าได้นิ่งนอนใจไป!! คงไม่อยากหัวเถิกเหมือนขุนช้าง เช่นนั้นแล้วต้องรีบเตรียมพร้อมรักษาแต่เนินๆ จะได้หล่อเฟี้ยวไปยันแก่ มาดูวิธีกันครับ การรักษาจะนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งกินและทาต่างๆเพื่อเป้าหมายบำรุงผม 2-3 อย่างได้แก่ หากยังเป็นไม่มากอายุยังน้อย ประมาณ 20+ หรือ 30+ ในเบื้องต้นสามารถใช้เซรั่มปลูกผมที่มีส่วนประกอบของยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม กระตุ้นการเจริญของเส้นผม ชื่อว่า มิโนกซิดิล (Minoxidil) โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 4-8 สัปดาห์หลังเริ่มใช้และจะชัดเจนขึ้นภายใน 3-6 เดือน แต่ต้องระวังอาการแพ้ในบางคนที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่น อาการคันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง ขนตายาวขึ้น ขนขึ้นบริเวณอื่น ๆ นอกเหนือจากหนังศีรษะ เช่น ใบหน้า แขน ขา ถ้ามีอาการแพ้ต้องหยุดยา ส่วนยากินจะเป็นยาที่ผสมฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) ยาตัวนี้จะยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เป็นตัวการทำให้เส้นผมมีขนาดเล็กลงและหลุดร่วง จะเริ่มเห็นผลภายใน 6 เดือนและควรกินต่อเนื่องกันนาน 1 ปี การทานยากินควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ พอยาไปกดฮอร์โมนเพศชายเลยเกิดผลข้างเคียงคือ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความต้องการทางเพศลดลง…

  • ไอแพ็ด ภัยเงียบทำลายสุขภาพของผู้ชายวัยทอง

    วัยทองในผู้ชายเป็นช่วงเวลาที่ฮอร์โมนเพศชายลดลง ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า อารมณ์แปรปรวน สมาธิสั้น มีปัญหาในการนอนหลับ ความต้องการทางเพศลดลง มีปัญหาในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เป็นต้น นอกจากอาการทางร่างกายและจิตใจแล้ว วัยทองในผู้ชายอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้ชายวัยทองอาจใช้เวลาว่างไปกับการเล่นวิดีโอเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมมือถือมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน เป็นต้น ไอแพ็ดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และมีเกม ภาพยนตร์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย จึงทำให้ไอแพ็ดกลายเป็นอุปกรณ์ฆ่าเวลาที่ผู้ชายวัยทองหลายคนชื่นชอบ แต่การใช้ไอแพ็ดอย่างหนักอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ชายวัยทองได้ ตัวอย่างเช่น ดังนั้น ผู้ชายวัยทองที่ใช้งานไอแพ็ดควรระมัดระวังและควบคุมการใช้งานอย่างเหมาะสม ดังนี้ นอกจากนี้ ผู้ชายวัยทองควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม