ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ

เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ?

เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี

เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ

ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ

1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR

2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α

3.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดเบต้า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์เบต้า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER β

ทีนี้ในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับ ER α อยู่เยอะยิ่งในระยะแพร่กระจายยิ่งมีเยอะ และมี ER β อยู่ 11.3 % มีน้อย ซึ่งตรงข้ามกับเซลล์ต่อมลูกหมากปกติที่มีตัวรับ ER β อยู่ 95 % ดังนั้นถ้าทำให้เซลล์มะเร็งลดตัวรับ ER β ลงก็จะลดความรุนแรงของเซลล์มะเร็งได้ ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อลงและแพร่กระจายช้าลงนั้นเอง

ในการรักษาอีกทางหนึ่งการลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะลง โดยอัณฑะจะผลิตฮอร์โมนเพศชายเพราะได้รับฮอร์โมนสั่งการจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าที่ชื่อว่า ลูทีไนซิงฮอร์โมน (Luteinizing hormone หรือเรียกย่อว่า LH) มากระตุ้นอัณฑะให้ผลิต จากนั้นฮอร์โมนเพศชายจะกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมากเติบโตได้ เมื่อลดการสร้างฮอร์โมนลงก็จะทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อเล็กลงนั้นเอง

บทบาทของสารพฤกษเคมีจากถั่วเหลืองในการป้องกันเซลล์มะเร็ง

ในถั่วเหลืองจะมีสารที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเรียกว่า ไอโซฟลาโวน (isoflavones) โดยจะมีตัวที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ สารเจนิสติน (genistein) และ เดดซีน (daizein)

สารเจนิสติน (genistein) และ เดดซีน (daizein)

ซึ่งสาร ไอโซฟลาโวน (isoflavones) จะไปออกฤทธิ์กดต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ให้ผลิต ลูทีไนซิงฮอร์โมน ไปกระตุ้นอัณฑะได้ ทำให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงนั้นเอง

และในอีกทางสารเจนิสติน (genistein) จะไปจับกับตัวรับ ER β ทำให้ตัวรับ ER β เพิ่มขึ้นและลด ER α ลงทำให้เซลล์มะเร็งหยุดแบ่งตัว ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อลง และระงับการแพร่กระจายเซลล์มะเร็ง[1]

อ้างอิง

[1] Chaipratep, Em-on. “ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองในมะเร็งต่อมลูกหมาก.” EAU Heritage Journal Science and Technology 9.2 (2015): 89-98.

Similar Posts

  • มีมูกออกจากน้องชายตอนเช้า ใครเป็นเช็คด่วน อาจจะติดเชื้อหนองในเทียม ลามไปเป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้ !!

    ใครมีเพศสัมพันธุ์บ่อยๆ ไม่ค่อยสวมถุงยาง รักษาความสะอาดไม่ดี เกิดจู่ๆวันหนึ่งมีอาการแสบปลายน้องชาย มีมูกไหลออก นั้นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าอาจติดเชื้อหนองในเทียม !! และที่สำคัญคือเชื้อตัวนี้ในบางคนถึงติดไปก็ไม่มีอาการชัดเจน มีแค่ครึ่งหนึ่งที่จะแสดงอาการ แต่เชื้ออยู่ในทางเดินปัสสาวะแล้วแสบปลายน้องชาย ถ้าใครมีอาการ ลองฉี่ใส่แก้วน้ำใสๆแล้วเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นเป็นเส้นๆขาวๆคล้ายเส้นด้ายลอยอยู่ โรคนี้ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอ่อนๆไม่หาย แล้วลามเข้าไปที่ต่อมลูกหมากทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ หนักๆเข้าลามไปท่อเก็บอสุจิทำให้เป็นหมันได้ ถ้าปล่อยไว้แย่แน่ๆ เคยมีงานวิจัยต่อมลูกหมากอักเสบจับคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบมาตรวจดูเชื้อจากปัสสาวะ และน้ำจากต่อมลูกหมาก เจอว่า ใน 334 คน เจอเชื้อหนองในเทียม (เชื้อ Ureaplasma urealyticum) ในท่อปัสสาวะ 126 คน คิดเป็นตั้ง 37% [1] ฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีที่เราไม่ออกอาการแต่มีปัสสาวะขุ่นขาวๆ ต้องระวัง แล้วตัวเราเป็นพาหะนำเชื้อไปติดภรรยาสุดที่รักเราได้ เดียวภรรยาคิดมากว่าติดมาจากไหนจนลามไปเรื่องคู่นอนได้นะครับ ระวังให้ดี !! แล้วพวกที่มีอาการล่ะ อาการเป็นอย่างไง ? หลังติดเชื้อแล้วช่วง 1-4 สัปดาห์ จะมีอาการปัสสาวะขัด แสบปลายน้องชาย มีมูกใสๆหรือขุ่นๆไหลออกจากน้องชาย โดยเฉพาะช่วงเช้า บางคนอาจจะรู้สึกแสบคันที่อวัยวะเพศได้ด้วย โรคนี้เป็นอาการเรื้อรัง เป็นได้เป็นเดือนๆปีๆ เชื้อลามลงท่อนำอสุจิจนเป็นหมัน สูญพันธุ์ได้ ใครเป็นก็เงียบๆไว้ งดมีเพศสัมพันธ์และไปหาหมอตรวจกันนะครับ…

  • เจ็บหลังหลั่ง เจ็บโคนน้องชาย ปวดฝีเย็บ อาการต่อมลูกหมากอักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

    เพื่อนๆพี่ๆคนไหนเคยมีอาการเจ็บขณะมีการหลั่ง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หลังช่วยตัวเอง หรือมีอาการปวดท้องน้อย หัวหน่าว นั้นแสดงว่าอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังชนิดไม่มีเชื้อโดยจะมีอาการแสดงตามนี้ ลองเช็คตัวเองดูได้ครับ 1.ปวดเรื้อรังบริเวณอัณฑะ หัวหน่าว องคชาต หรือเจ็บเสียวในท่อปัสสาวะ 2.บางครั้งจะมีอาการปวดขาหนีบ เอว ร่วมด้วยได้ 3.มีอาการปวดขณะหลั่งอสุจิ หรือหลังหลั่งอสุจิได้เช่นกัน 4.มีอาการปัสสะวะแสบขัด เป็นๆหายๆ มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงสงสัยว่าแล้วคนส่วนใหญ่ที่เป็นจากสถิติชอบเจ็บส่วนไหนมากที่สุด ? มีการเก็บวิจัยกันเลยทีเดียว เจอคนที่เจ็บที่ฝีเย็บมากที่สุด รองลงมาเป็นที่องคชาตหรืออัณฑะ รองลงมาอีกเป็นตรงหัวเหน่า[1] นะครับแบบนี้คงหายสงสัย หรือจะลองเอาไปถามเพื่อนๆที่เป็นดูว่าได้สถิติตรงกันไหมสนุกๆก็ได้นะครับ ส่วนสาเหตุเกิดได้จากการกระแทกบ่อยๆ การปั่นจักรยาน หรือตอนฉี่อาจจะชอบเกร็งหูรูดโดยไม่รู้ตัว อาจจะมาจากความเคยชินหรือความเครียด หรือเกิดจากสารที่หลั่งจากต่อมลูกหมาก พวกน้ำเลี้ยงอสุจิสีขาวๆได้ไหลซึมเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมากตกค้างจนเกิดปฎิกิริยาการอักเสบในต่อมลูกหมาก ส่วนนี้น่าจะมาจากการกลั้นหลั่งเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ทำให้อสุจิมีการคั่งค้างได้ แม้แต่การมีนิ่วหรือหินปูนในต่อมลูกหมาก ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งถ้าจะเอานิ่วออกก็ต้องผ่าตัดออก ต้องคว้านเนื้อต่อมลูกหมากออกด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเอานิ่วออกไม่หมดซะทีเดียวเมื่อต่อมลูกหมากอักเสบมันก็จะบวมแดงขึ้น ไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะแสบขัดในที่สุด จากภาพจะเห็นว่าฝั่งซ้ายคือต่อมลูกหมากปกติ ฝั่งขวาคือต่อมลูกหมากอักเสบก็จะบวมแดง ไปเบียดท่อปัสสาวะ อาการของโรคนี้มักเป็นๆหายๆ รักษาได้แค่การบรรเทาอาการเท่านั้น เช่น ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหดเกร็งทำให้อาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะขัดดีขึ้น หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค โดยแพทย์จะนำน้ำปัสสาวะ และน้ำจากการนวดต่อมลูกหมากไปตรวจดูเม็ดเลือดขาวและเพาะเชื้อเพื่อจำแนกการอักเสบ เพราะบางทีอาจจะเห็นการอักเสบเรื้อรังชนิดพบเชื้อ จะได้ใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อให้หาย และถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนเป็นโรคนี้แล้วแนะนำให้ แช่ก้นในน้ำร้อน…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน 

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • วัยทองผู้ชายก็กระดูกแข็งแรงได้ กินอาหารตามนี้สิ

    ใครที่อายุเพิ่มขึ้นเข้าสู่วัยทองแล้วรู้สึกถึงความเสื่อมของร่างกาย หากใครใส่ใจสุขภาพซักหน่อยอาจจะกังวลถึงอนาคตว่าต้องระวังอะไร ทำอะไรดีให้สุขภาพแข็งแรงได้เราจะได้อยู่อย่างมีคุณภาพ วันนี้เราจะแนะนำเรื่องที่สำคัญมากๆเลยคือ เรื่องความแข็งแรงของกระดูกกันนะครับ สิ่งสำคัญมากๆต่อไปในอนาคตเมื่อเราแก่ลงคือ ต้องระวังการกระทบกระแทกจากการเกิดอุบัติเหตุ บางคนลื่นล้มหัวแตก กระดูกหัก เพราะกระดูกเปราะ กล้ามเนื้อบอบบาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้เรามาเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงดีกว่าครับ กระดูกคนเราจะประกอบไปด้วยแคลเซียมกับฟอสฟอรัสโดยแคลเซียมจะเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูก คิดเป็นร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายทั้งหมด พวกเราสามารถเสริมแคลเซียมในกระดูกได้โดยการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอในการไปทำการสร้างกระดูกและยังช่วยให้ไม่เป็นตะคริวง่ายอีกด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น แค่แคลเซียมยังไม่พอเพราะร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดีจะต้องมีวิตตามินดีร่วมด้วย ก็จะกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่า เพราะถ้ากินแคลเซียมไปแล้วดูดซึมได้น้อยก็นำไปใช้จริงได้น้อย น่าเสียดายแย่ วิธีจะได้วิตามินดีก็ไม่ได้ยากเลย แค่เพียงออกไปตากแดดอ่อนๆยามเช้าให้ผิวหนังโดยแสงแดดบาง ก็จะกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีขึ้นมาใช้ได้ ถ้าได้ออกกำลังกายยามเช้าก็ยิ่งดีเพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการสร้างมวลของกระดูกได้ด้วย และแสงแดดยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอีกด้วย หรือใครที่อยู่กรุงเทพใกล้ๆสวนลุมพินี ลองไปฝึกรำมวยจีนไทเก็ก ก็น่าสนใจเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง เน้นฝึกการหายใจ ทำให้เกิดความสดชื่นขึ้น ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น และการออกกำลังกายที่ออกแรงช้าๆนานๆก็จะช่วยเพิ่มความทนทานแก่ร่างกายขึ้น เป็นการฝึกการทรงตัวได้อย่างดี ดังนั้นอย่าลืมกินอาหารเสริมแคลเซียม อาหารที่มีวิตามินดีเสริมกันนะครับ หากใครสนใจเมนูอาหาร อ่านต่อได้ ที่นี้ เลยครับ

  • 6 สมุนไพรไทย ช่วยปัญหา “นกเขาไม่ขัน”

    อาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและปรับการทำงานของเอนไซน์ที่ใช้ในการเมตาบอลิซึมไปแล้ว แต่อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนเพศชายบางชนิดเป็นสารจำพวกไขมัน ซึ่งในคนสูงอายุมักมีปัญหาความเสี่ยงเรื่องไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคเบาหวาน ทั้งสามโรคนี้ ทำให้เลือดที่วิ่งไปเลี้ยงหลอดเลือดส่วนปลาย อักเสบ แข็งตัวและมีการหดขยายได้แย่ลง น้องชายเสื่อมสภาพการทำงานไปในที่สุด  รวมทั้งถ้ามีอาการหัวใจขาดเลือด การมีเพศสัมพันธ์จะบีบให้หัวใจทำงานหนัก ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้หัวใจยิ่งขาดออกซิเจนมากไปอีก ดังนั้นจึงควรทานสมุนไพรเสริมที่มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ปรับการไหลเวียนของเลือด  รวมทั้งบำรุงฮอร์โมนเพศชาย ให้น้องชายค่อยๆกลับมาฟิตปึ๋งปัง โดยมีสมุนไพรมาแนะนำท่านชายดังนี้ 1.ปลาไหลเผือก มีฤทธิ์กระตุ้นให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ลดไข้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดปวดข้อ สมุนไพรตัวนี้เป็นที่นิยมใช้กันในหมู่หมอพื้นบ้านภาคใต้อีกด้วย ปลาไหลเผือก วิธีรับประทาน ใช้รากแห้ง 8-15 กรัม นำมาหั่นหยาบ นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 2.โด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่น้องชายไม่สู้และมาพร้อมกับเป็นโรคความดันโลหิตสูง โด่ไม่รู้ล้ม วิธีรับประทาน ใช้ทั้งต้นแห้ง 12-15 กรัม นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 3.กำลังช้างสาร มีฤทธิ์บำรุงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น…