6 สมุนไพรไทย ช่วยปัญหา "นกเขาไม่ขัน"

6 สมุนไพรไทย ช่วยปัญหา “นกเขาไม่ขัน”

อาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและปรับการทำงานของเอนไซน์ที่ใช้ในการเมตาบอลิซึมไปแล้ว แต่อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนเพศชายบางชนิดเป็นสารจำพวกไขมัน ซึ่งในคนสูงอายุมักมีปัญหาความเสี่ยงเรื่องไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคเบาหวาน ทั้งสามโรคนี้ ทำให้เลือดที่วิ่งไปเลี้ยงหลอดเลือดส่วนปลาย อักเสบ แข็งตัวและมีการหดขยายได้แย่ลง น้องชายเสื่อมสภาพการทำงานไปในที่สุด 

รวมทั้งถ้ามีอาการหัวใจขาดเลือด การมีเพศสัมพันธ์จะบีบให้หัวใจทำงานหนัก ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้หัวใจยิ่งขาดออกซิเจนมากไปอีก

ดังนั้นจึงควรทานสมุนไพรเสริมที่มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ปรับการไหลเวียนของเลือด  รวมทั้งบำรุงฮอร์โมนเพศชาย ให้น้องชายค่อยๆกลับมาฟิตปึ๋งปัง โดยมีสมุนไพรมาแนะนำท่านชายดังนี้

1.ปลาไหลเผือก มีฤทธิ์กระตุ้นให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ลดไข้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดปวดข้อ สมุนไพรตัวนี้เป็นที่นิยมใช้กันในหมู่หมอพื้นบ้านภาคใต้อีกด้วย

ปลาไหลเผือก

วิธีรับประทาน

ใช้รากแห้ง 8-15 กรัม นำมาหั่นหยาบ นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น

2.โด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่น้องชายไม่สู้และมาพร้อมกับเป็นโรคความดันโลหิตสูง

โด่ไม่รู้ล้ม

วิธีรับประทาน

ใช้ทั้งต้นแห้ง 12-15 กรัม นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น

3.กำลังช้างสาร มีฤทธิ์บำรุงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น บำรุงกล้ามเนื้อฟองน้ำขององคชาตช่วยให้น้องชายแข็งตัวดีขึ้น ใช้เป็นยาเสริมกับสมุนไพรตัวอื่นๆ

กำลังช้างสาร

กำลังช้างสาร

วิธีรับประทาน

แบบผงรับประทานครั้งละ 1 กรัม หลังอาหาร เช้า-เย็น

แบบแคปซูล 500 mg รับประทานครั้งละ 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า-เย็น

4.โคกกระสุน[1] มีฤทธิ์เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ในคนที่พร่องฮอร์โมน แต่ไม่เพิ่มระดับฮอร์โมนในคนที่มีฮอร์โมนปกติ ซึ่งเป็นสรรพคุณที่ดีในการปรับสมดุลฮอร์โมน และยังมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ลดความดัน ลดคอเลสเตอรอล ขับปัสสาวะ ลดอักเสบ เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อได้ เรียกได้ว่าเหมาะสมกับผู้ชายวัยทองจริงๆที่อายุเยอะแล้วมวลกระดูกกับกล้ามเนื้อจะลดลง

โคกกระสุน

โคกกระสุน

วิธีรับประทาน

แบบแคปซูล 250 mg รับประทานครั้งละ 3 แคปซูล หลังอาหาร เช้า-เย็น ติดต่อกันอย่างน้อย 5 วัน

ข้อควรระวัง 

1.ไม่ควรใช้ในสตรีมีครรภ์ และคนที่เป็นโรคโลหิตจาง

2.เนื่องจากมีโพแทสเซียมมาก จึงต้องระวังการใช้ในคนไข้โรคหัวใจ เพราะอาจจะมีผลต่อการบีบตัวขงหัวใจได้

5.กระชายดำ มีฤทธิ์เพิ่มการแข็งตัวของอวัยวะเพศ โดยการทำให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว

กระชายดำ

กระชายดำ

วิธีรับประทาน

ใช้เหง้าสดหั่นแว่น หนัก 400-500 กรัม ดองสุรา 1 ขวด ดองนาน 7 วัน ดื่มก่อนรับประทานอาหารเย็น 30 ซีซี

6.เมล็ดหมามุ่ย เป็นยาสมุนไพรที่ควรใช้อย่างระวัง มีสรรพคุณบำรุงประสาท รักษาโรคบุรุษ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ ขับปัสสาวะ 

วิธีการเก็บเมล็ดหมามุ่ย เนื่องจากฝักหมามุ่ยมีขนอ่อนที่ระคายเคือง มีคันกันแน่นอน จึงให้ใส่ถุงมือก่อนเก็บเกี่ยว ฉีดน้ำลงไปที่ฝักก่อนเพื่อกันขนอ่อนแตกกระจาย ให้เก็บเกี่ยวฝักแก่ จากนั้นนำเมล็ดไปคั่วหรือทำให้สุกเพื่อทำลายสารพิษแอลโดปาซึ่งทำให้เกิดอาการประสาทหลอนได้ จึงต้องความระมัดระวังเป็นพิเศษ 

ฝักหมามุ่ย

หมามุ่ย

วิธีรับประทาน

วันละไม่เกิน 5 กรัม หรือ 25 เม็ด ไม่ควรทานยาเกินขนาด รับประทานไม่เกิน 3 เดือน

วิธีทำยา

หลังจากคั่วจนสุกแล้วนำมาบดผง ใช้น้ำผึ้งปั่นเป็นลูกกลอน ทานหลังอาหาร 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น นาน 7 วัน

ผู้ไม่ควรใช้ ได้แก่ เด็กและสตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง ผู้ที่ใช้ยาทางจิตเวช

อ้างอิง

[1] https://www.disthai.com/17144693/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99

Similar Posts

  • มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ 1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย 2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ 3.อายุ…

  • เจ็บหลังหลั่ง เจ็บโคนน้องชาย ปวดฝีเย็บ อาการต่อมลูกหมากอักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

    เพื่อนๆพี่ๆคนไหนเคยมีอาการเจ็บขณะมีการหลั่ง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หลังช่วยตัวเอง หรือมีอาการปวดท้องน้อย หัวหน่าว นั้นแสดงว่าอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังชนิดไม่มีเชื้อโดยจะมีอาการแสดงตามนี้ ลองเช็คตัวเองดูได้ครับ 1.ปวดเรื้อรังบริเวณอัณฑะ หัวหน่าว องคชาต หรือเจ็บเสียวในท่อปัสสาวะ 2.บางครั้งจะมีอาการปวดขาหนีบ เอว ร่วมด้วยได้ 3.มีอาการปวดขณะหลั่งอสุจิ หรือหลังหลั่งอสุจิได้เช่นกัน 4.มีอาการปัสสะวะแสบขัด เป็นๆหายๆ มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงสงสัยว่าแล้วคนส่วนใหญ่ที่เป็นจากสถิติชอบเจ็บส่วนไหนมากที่สุด ? มีการเก็บวิจัยกันเลยทีเดียว เจอคนที่เจ็บที่ฝีเย็บมากที่สุด รองลงมาเป็นที่องคชาตหรืออัณฑะ รองลงมาอีกเป็นตรงหัวเหน่า[1] นะครับแบบนี้คงหายสงสัย หรือจะลองเอาไปถามเพื่อนๆที่เป็นดูว่าได้สถิติตรงกันไหมสนุกๆก็ได้นะครับ ส่วนสาเหตุเกิดได้จากการกระแทกบ่อยๆ การปั่นจักรยาน หรือตอนฉี่อาจจะชอบเกร็งหูรูดโดยไม่รู้ตัว อาจจะมาจากความเคยชินหรือความเครียด หรือเกิดจากสารที่หลั่งจากต่อมลูกหมาก พวกน้ำเลี้ยงอสุจิสีขาวๆได้ไหลซึมเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมากตกค้างจนเกิดปฎิกิริยาการอักเสบในต่อมลูกหมาก ส่วนนี้น่าจะมาจากการกลั้นหลั่งเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ทำให้อสุจิมีการคั่งค้างได้ แม้แต่การมีนิ่วหรือหินปูนในต่อมลูกหมาก ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งถ้าจะเอานิ่วออกก็ต้องผ่าตัดออก ต้องคว้านเนื้อต่อมลูกหมากออกด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเอานิ่วออกไม่หมดซะทีเดียวเมื่อต่อมลูกหมากอักเสบมันก็จะบวมแดงขึ้น ไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะแสบขัดในที่สุด จากภาพจะเห็นว่าฝั่งซ้ายคือต่อมลูกหมากปกติ ฝั่งขวาคือต่อมลูกหมากอักเสบก็จะบวมแดง ไปเบียดท่อปัสสาวะ อาการของโรคนี้มักเป็นๆหายๆ รักษาได้แค่การบรรเทาอาการเท่านั้น เช่น ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหดเกร็งทำให้อาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะขัดดีขึ้น หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค โดยแพทย์จะนำน้ำปัสสาวะ และน้ำจากการนวดต่อมลูกหมากไปตรวจดูเม็ดเลือดขาวและเพาะเชื้อเพื่อจำแนกการอักเสบ เพราะบางทีอาจจะเห็นการอักเสบเรื้อรังชนิดพบเชื้อ จะได้ใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อให้หาย และถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนเป็นโรคนี้แล้วแนะนำให้ แช่ก้นในน้ำร้อน…

  • แก้นอนไม่หลับสำหรับผู้ชายวัยทองด้วยโยคะท่าง่ายๆ แต่ได้ผลดี

    พอเข้าวัยทองเพื่อนๆคนไหนมีอารมณ์แปรปรวน คิดมากนู้นนี้ นอนไม่หลับ อารมณ์ไม่นิ่งเลย รู้สึกใครทำอะไรไม่ได้ดังใจ จนทำให้ภรรยางอนแล้ว ยิ่งถ้าภรรยาเป็นวัยทองด้วยคงได้บ้านระเบิด!! แต่จริงๆเราเป็นผู้ชายในด้านอารมณ์พื้นฐานควรจะนิ่งกว่าผู้หญิง งั้นเรามาฝึกวิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเองกันดีกว่าครับ มีวิธีฝึกโยคะ หลายคนได้ยินคำว่าโยคะคงคิดว่าต้องไปแหกแข้งแหกขา บางคนคิดว่าเส้นตึงมากเล่นไม่ไหว ไม่ต้องตกใจไปครับ มีท่าโยคะบางท่าที่ไม่ได้ใช้การยืดดัดเลย แต่เป็นท่าพื้นฐานที่เน้นการควบคุมลมหายใจและทำสมาธิ เพื่อให้สมองผ่อนคลายนั้นคือ โยคะท่าศพ โยคะท่าศพ (Savasana) เป็นท่าโยคะที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ บางคนพอทำท่านี้ดีๆอาจจะเผลอหลับไปเลยก็ได้นะครับ วิธีทำโยคะท่าศพ เห็นท่าแบบนี้แล้วคงไม่ต้องกังวลว่าเป็นคนเส้นตึงแล้วจะเล่นโยคะไม่ได้ ใช่ไหมละครับ พอเราฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ ก็จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นเพราะมันมีผลช่วยเรื่อง งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของโยคะท่าศพในการนอนหลับ พบว่าการฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ มีส่วนช่วยในการนอนหลับได้จริง โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่ฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ ใช้เวลาในการนอนหลับน้อยลง ตื่นกลางดึกน้อยลง และรู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ฝึกโยคะท่าศพ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า การฝึกโยคะท่าศพเป็นเวลา 20 นาที ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ ซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตามแหล่งที่มาของงานวิจัยนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าเพื่อนๆคนไหนทำแล้วได้ผลลองเอามาบอกต่อกันนะครับ

  • เปิดคัมภีร์แพทย์แผนไทย ต้านต่อมลูกหมากอักเสบ

    บทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจาก โรคต่อมลูกหมากอักเสบในแพทย์แผนไทย เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้อ่านลองไปติดตามอ่านกันก่อนนะครับ กดที่นี้ ตอนนี้เราลองมาดูตำรับยาที่แก้อาการแต่ละชนิดโดยผมจะยกตัวอย่างมาบางตำรับนะครับ 1.ยาแก้ทุราวสา ปัสสาวะสีขาวดังน้ำข้าวเช็ด ตำรับยาประกอบด้วย[1] ให้เอา การบูร ๑ เทียนดำ ๑ ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ แห้วหมู ๑ ขิงแห้ง ๑ เสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกิน ลองมาดูสรรพคุณของแต่ละตัวกันนะครับ การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้ ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขิงแห้ง แก้ลมพานไส้ แก้แน่นทรวงอก แก้ลมเสียดแทง…

  • บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

    รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ? ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน…

  • หัวล้านในผู้ชายเป็นเรื่องปกติหรือป่าว หรือผิดปกติ ?

    หลายๆคนสมัยยังหนุ่มยังแน่นผมยังดกดำ พอโตๆขึ้นเริ่มมีพัฒนาการ หน้าผากกว้างขึ้น หัวเถิก และถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าผู้หญิงไม่ค่อยเป็นกันนะครับ สรุปแล้วอาหารหัวเถิกหรือหัวล้านเป็นเรื่องปกติไหมที่ผู้ชายจะเป็นหรือเป็นเพราะเราดูแลสุขภาพไม่ดีเอง วันนี้เราจะมาดูเรื่องนี้กันครับ อาการหัวล้านในผู้ชายมาจากพันธุกรรมที่ได้รับมาและการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งใครจะออกอาการเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยฮอร์โมนเพศชายจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่ง DHT จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้รากเส้นผมฝ่อลง แคบลง จนเส้นผมบางลงและหลุดร่วงในที่สุด เราว่าดูกันครับว่าหัวล้านจะเริ่มล้านจากส่วนไหนของหนังศีรษะ โดยจะมีจุดที่เริ่ม 3 แบบและมีแบบผสม 1 แบบคือ ที่ผมร่วงแล้วหัวล้านจะเป็นที่เส้นผมด้านหน้ากับตรงกลางกระหม่อมแต่ด้านข้างกับท้ายทอยไม่ร่วงก็เพราะเส้นผมช่วงด้านหน้ากับตรงกลางมีตัวรับฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) แต่เส้นผมด้านหลังกับด้านข้างไม่มีนั้นเอง ทำให้ฮอร์โมน DHT ไม่มีผลกับเส้นผมส่วนนี้!! เวลาที่แพทย์จะทำการปลูกผมจึงดึงเอาส่วนผมด้านหลังมาปลูกด้านหน้ากับกลางกระหม่อมทำให้เส้นผมที่ปลูกถ่ายใหม่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน เส้นผมที่ปลูกถ่ายก็จะอยู่ถาวรกว่านั้นเอง ยังมีอย่างอื่นอีกที่ทำให้ผมร่วงได้แก่ ฉะนั้นเป็นเรื่องปกตินะครับที่ผู้ชายจะหัวล้านเมื่ออายุมากขึ้น แต่จะหัวล้านแบบไหนดูแนวโน้มพันธุกรรมที่ได้จากญาติๆผู้ชายที่เป็นสายตรงได้ครับ บางคนยังไม่ถึงอายุ 30+ แค่ 20+ ก็เริ่มมีอาการแล้วก็มีครับ ใครที่สองกระจกดูแล้วเริ่มมีปัญหา จะทำไงดีลองไปดูวิธีรักษากันได้ คลิกเลย