ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังหายเองได้ไหม รักษาอย่างไร?
หลายๆคนที่มีอาการต่อมลูกหมากอักเสบเช่น ปวดฝีเย็บ เจ็บฝีเย็บตอนนั้งเก้าอี้ ไม่สบายท้องน้อยหน่วงๆเสียวๆ มีอาการเจ็บตอนหลั่งหรือหลังหลั่ง อสุจิมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลคล้ำ ปัสสาะขัด เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก บางคนก็ไม่กล้าไปหาหมอ แต่อยากรู้ว่าถ้าหากไม่รักษาจะหายเองได้ไหม ?
คำตอบจากสถิติคือบางคนที่ดูแลตัวเอง วิ่ง ออกกำลังกาย ปรับความถี่การหลั่งอสุจิ ก็พอบรรเทาให้อาการเบาลงได้จนแค่มีรู้สึกตึงๆหน่วงๆไม่เจ็บ หรือเกือบๆหายแต่ไม่ถึงกับหายขาดซะทีเดียว แต่ควบคุมอาการได้ ส่วนคนที่ไปรักษากับหมอก็ต้องใช้เวลา โรคนี้ถ้าจะรักษาควรให้เวลาขั้นต่ำประมาณ 6 เดือนในการรักษา กินยาต่อเนื่อง มีบางคนกินยาไปประมาณ 1 ปี ดีขึ้นมากๆก็มีครับ บางคน 5 เดือน บางคน 2 ปี ก็มีครับ ถ้าคิดจะรักษาต้องใจเย็นๆนะครับอย่าเปลี่ยนหมอถี่กันเกินไป
แล้วการรักษาได้ยาอะไรบ้าง ?
นั้นเพราะว่าการอักเสบอาจจะเกิดจากเชื้อแปลกปลอม หรืออาจจะเป็นเชื้อประจำถิ่นเป็นเชื้อที่มีในร่างกายอยู่แล้วแต่ไม่มีอาการและเชื้อบางชนิดเอาไปเพาะเชื้อตรวจก็ไม่ขึ้น หมอเลยวินิจฉัยว่าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่พบเชื้อ ซึ่งจริงอาจจะมีเชื้อนั้นแหละ!! แต่เชื้อตัวนั้นมันไม่เติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ เลยเพาะไม่ขึ้น หมอเลยจะให้ยาปฎิชีวนะไว้ก่อน และต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่ยาเข้าถึงได้ยาก ต้องได้รับยานาน อาจจะ 1-3 เดือน จะได้ยาอะไรก็ขึ้นกับเชื้อที่ตรวจพบ มาดูยาแต่ละกลุ่มกันครับ
1.ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone) เช่น ซิโพรฟลอกซาลิน (Ciprofloxacin) โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) ลีโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin) มอกสิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)
2.ยาไตรเมโทพริม (Trimethoprim)
3.ยากลุ่มแมคโครไลด์ (Macrolide) เช่น อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) อาซิโทรมัยซิน (Azithromycin) คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin)
4.ยาด็อกซีซัยคลิน (Doxycycline)
ไม่ควรซื้อยาปฎิชีวนะมากินด้วยตัวเองโดยที่ยังไม่รู้เชื้อที่แท้จริง เพราะถ้ากินผิดตัวไม่ตรงเชื้อโรคอาจจะไม่หาย แถมการกินยาปฎิชีวนะบ่อยๆมีโอกาสทำให้เชื้อดื้อยาได้ พอถึงคราวที่ต้องใช้ยาจริงๆก็จะใช้ยาไม่ได้ผลนะครับ
มีอีกสาเหตุหนึ่งคือมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมากเกินไป แบบเป็นเองอัตโนมัติไม่รู้ตัว เลยทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบหรือมีอาการเจ็บ ปัสสาวะขัดได้ หมอเลยให้ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบมาด้วยกินเพื่อปรับให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย พอกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากไม่เกร็ง หูรูดผ่อนคลาย ก็ฉี่คล่องขึ้น ง่ายขึ้น ไม่มีปัสสาวะตกค้าง ก็ลดโอกาสที่เชื้อตกค้างในปัสสาวะค้าง ลดการอักเสบได้นั้นเอง เช่น
1.ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น บาโคลเฟน (Baclofen) ไดอะซิแพม (Diazepam) เมโทคาร์บามอล (Methocarbamol)
แต่ทางที่ดีก็ควรไปพบหมอเพื่อตรวจแยกโรคให้ชัดเจนก่อนนะครับ ส่วนใหญ่ทางเดินปัสสาวะเป็นหมอผู้ชายครับ ไม่ต้องอายครับ
