ใครเข้าวัยทองนอนไม่หลับต้องหามากิน!! ปรับอาหาร เสริมฮอร์โมนช่วยให้หลับดี

ใครอายุเยอะๆแล้วนอนหลับยาก ไม่ค่อยง่วงข่มตาไม่ลง เพราะเมลาโทนิน ฮอร์โมนง่วงนอนหลั่งออกมาน้อยลง ต้องหาอาหารที่มีกรดอะมิโนทริปโตแฟน (tryptophan) ซึ่งร่างกายเราสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากการกินเท่านั้น มาเสริมเป็นวัตถุดิบในการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน เราไปดูว่ามีอาหารอะไรบ้าง

  • ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง และอัลมอนด์
  • เมล็ดพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เมล็ดเจีย
  • ไข่ โยเกิร์ต นม

และยังมีสารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินบี 6 วิตามินบี 3 ที่ช่วยเปลี่ยนทริปโตแฟนเป็นสารตั้งต้นให้ต่อมไพเนียลที่อยู่ในสมองไปผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินต่อ

  • ผักใบเขียวต่างๆ เช่น ผักโขม บล็อคโคลี่
  • ธัญพืชเต็มเมล็ด เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ็ต
  • ไข่

มีผลการศึกษาว่าผลไม้ตระกูลเบอรี่ช่วยให้การผลิตเมลาโทนินเพิ่มขึ้นได้ การกินเชอรี่ 500 กรัมก่อนนอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ช่วยเพิ่มระดับเมลาโทนินในเลือดได้ 20% และเพิ่มเวลานอนหลับได้ 15 นาที และผลไม้ตระกูลเบอรี่ยังมีสารอาหารที่เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเมลาโทนินแบบครบครันเลยทีเดียว มีทั้ง ทริปโตแฟน วิตามินบี 6

เมนูอาหารแนะนำ

1.แซนด์วิชไข่ต้ม

ส่วนผสมประกอบด้วย

  • ขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
  • ไข่ต้ม 2 ฟอง
  • ผักโขมเล็กน้อย
  • มายองเนส 2 ช้อนโต๊ะ
  • มัสตาร์ด 1 ช้อนชา
  • เกลือ และ พริกไทยดำ ตามต้องการ

วิธีทำ

  • ต้มไข่ในน้ำเดือดให้สุก ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วแกะเปลือกออก
  • หั่นแว่นไข้ต้มเป็นแผ่นๆชิ้นเล็กๆ
  • ผสมมายองเนส มัสตาร์ด เกลือ พริกไทยดำ ให้เข้ากันแล้วทาลงบนไข่
  • แทรกผักโขม ประกบด้วยขนมปังโฮลวีตสองแผ่น
  • หั่นแซนด์วิชเป็นชิ้นๆ พร้อมรับประทาน

2.โยเกิร์ตโรยถั่วลิสง เมล็ดอัลมอนด์ หรือผสมเชอร์รี่ก็ได้

3.สลัดผักโขมกับถั่วลิสง

ส่วนผสมประกอบด้วย

  • ผักโขม 1 ถ้วย
  • ถั่วลิสง 1/2 ถ้วย
  • แตงกวา 1/2 ลูก
  • มะเขือเทศเชอร์รี่ 10 ลูก
  • ไข่แดง 3 ฟอง
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 2 ช้อนชา
  • น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันมะกอก 2 ถ้วย

วิธีทำ

  • ทำน้ำสลัดโดยตีไข่แดงจนเป็นครีมขาว ใส่น้ำตาล เกลือ พริกไทย จนเข้ากัน แล้วเติมน้ำส้มสายชู กับน้ำมะนาวตีจนเข้ากัน จึงค่อยๆเติมน้ำมันมะกอกในตอนท้ายสุด ตีให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแล้วเก็บแช่เย็นได้
  • ล้างผักโขมให้สะอาด สะเด็ดน้ำ
  • หั่นผักโขมและแตงกวาเป็นชิ้นเล็กๆ
  • หั่นมะเขือเทศเชอร์รี่เป็น 2 ส่วน
  • ใส่ผักโขม แตงกวา มะเขือเทศเชอร์รี่ และถั่วลิสงลงในชาม แล้วเติมน้ำสลัดที่เตรียมไว้ตามความเหมาะสม

เมนูน่าทานกันไหมละครับ เพื่อนๆคนไหนสนใจอยากกินเอาไปลองทำดูนะครับ

Similar Posts

  • ใครมีเพศสัมพันธ์แรงจนเจ็บหัวเหน่า อวัยวะเพศ แก่นมะหาดอาจช่วยคุณได้

    เพื่อนๆคนไหนที่อายุเยอะหน่อย สมัยก่อนคงเคยดูหนังจีนกำลังภายในมาก่อนที่พระเอกมีการไปสู้และกระแทก บาดเจ็บภายในหรือเรียกอีกอย่างมา “ช้ำใน” จริงๆในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ในกลุ่มนักชกมวย ที่พวกนักมวยไปโดนหมัดกระแทกต่างๆ บางครั้งก็ต้องมีการกินยาถ่ายบ้างเพื่อขับเลือดเสีย แก้ช้ำใน ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่ แม้กระทั้งคนที่โดนรถชน อุบัติเหตุทำให้มีเลือดคั่งตามกล้ามเนื้อ หลอดเลือดและกล้ามเนื้อฉีก มีเลือดเข้ามาคั่งตามส่วนตามๆทำให้ แขนขาส่วนที่กระแทกมีอาการบวม ม่วง อันนั้นเป็นเลือดคั่งที่เห็นได้ชัดเจน แต่แนวคิดนี้มีมาแต่สมัยโบราณที่ว่า การกระทก ชอกช้ำ ด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บก็ทำให้เกิดการ ช้ำใน บางจุดได้เช่นกัน การที่ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง อาจจะเกิดจากมีการบาดเจ็บจากท่อปัสสาวะได้แทนกัน มีผลให้การอักเสบได้ลุกลามไปในต่อมลูกหมากได้ เพราะในร่างกายจะมีเชื้อโรคประจำถิ่น เชื้อพวกนี้ถ้าอยู่ในสภาพปกติก็จะไม่ค่อยก่อโรคอะไร แต่อาจจะฉวยโอกาสช่วงที่ร่างกายบาดเจ็บ มีแผลเปิด เข้าไปเติบโต ก่อการอักเสบได้ ส่วนต่อมลูกหมากโต ถ้ามองในทางแพทย์แผนไทยก็น่าจะเข้าข่ายโรคกษัย ซึ่งเกิดจากความเสื่อมของร่างกายที่มาจากการเป็นโรคบางชนิดที่ไม่หาย จนอวัยวะเสื่อมสภาพไปจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเรียกว่าอาจจะเกิดบาดแผลได้ การบาดเจ็บภายใน เกิดแผลภายในหรือมีเลือดออกภายในเรื้อรังนานๆอาจจะเกิดฝีขึ้นมาได้ ทีนี้เราจะเห็นว่าแก่นมะหาดใช้รักษาน้ำเหลืองเสีย แก้ฝีในท้อง แก้จุกผามม้ามย้อย แก้หอบหืดและเสมหะ แก้กษัย กระจายเลือด แก้เบื่ออาหาร ซึ่งสรรพคุณเหล่านี้ไปในทางแก้การอักเสบเรื้อรัง ฟื้นระบบน้ำเหลืองให้ไปเก็บกวาดทำความสะอาดบาดแผล ส่วนที่บาดเจ็บได้ดีขึ้น กระจายเลือดที่คั่งค้างได้ แก่นมะหาดเจอในส่วนประกอบของตำรับยาแก้อุปทม(อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี้) ที่ใช้รักษาอาการชอกช้ำภายในจากการมีเพศสัมพันธ์ เห็นสรรพคุณแบบนี้ในทางวิทยาศาสตร์ก็มีงานวิจัยสนับสนุนนะครับ เราลองมาดูกันว่าเขาศึกษาได้ผลอะไรแล้วบ้าง ฤทธิ์ทางชีวภาพของมะหาด 1.ฤทธิ์ต้านเชื้อของมะหาด…

  • มีมูกออกจากน้องชายตอนเช้า ใครเป็นเช็คด่วน อาจจะติดเชื้อหนองในเทียม ลามไปเป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้ !!

    ใครมีเพศสัมพันธุ์บ่อยๆ ไม่ค่อยสวมถุงยาง รักษาความสะอาดไม่ดี เกิดจู่ๆวันหนึ่งมีอาการแสบปลายน้องชาย มีมูกไหลออก นั้นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าอาจติดเชื้อหนองในเทียม !! และที่สำคัญคือเชื้อตัวนี้ในบางคนถึงติดไปก็ไม่มีอาการชัดเจน มีแค่ครึ่งหนึ่งที่จะแสดงอาการ แต่เชื้ออยู่ในทางเดินปัสสาวะแล้วแสบปลายน้องชาย ถ้าใครมีอาการ ลองฉี่ใส่แก้วน้ำใสๆแล้วเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นเป็นเส้นๆขาวๆคล้ายเส้นด้ายลอยอยู่ โรคนี้ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอ่อนๆไม่หาย แล้วลามเข้าไปที่ต่อมลูกหมากทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ หนักๆเข้าลามไปท่อเก็บอสุจิทำให้เป็นหมันได้ ถ้าปล่อยไว้แย่แน่ๆ เคยมีงานวิจัยต่อมลูกหมากอักเสบจับคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบมาตรวจดูเชื้อจากปัสสาวะ และน้ำจากต่อมลูกหมาก เจอว่า ใน 334 คน เจอเชื้อหนองในเทียม (เชื้อ Ureaplasma urealyticum) ในท่อปัสสาวะ 126 คน คิดเป็นตั้ง 37% [1] ฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีที่เราไม่ออกอาการแต่มีปัสสาวะขุ่นขาวๆ ต้องระวัง แล้วตัวเราเป็นพาหะนำเชื้อไปติดภรรยาสุดที่รักเราได้ เดียวภรรยาคิดมากว่าติดมาจากไหนจนลามไปเรื่องคู่นอนได้นะครับ ระวังให้ดี !! แล้วพวกที่มีอาการล่ะ อาการเป็นอย่างไง ? หลังติดเชื้อแล้วช่วง 1-4 สัปดาห์ จะมีอาการปัสสาวะขัด แสบปลายน้องชาย มีมูกใสๆหรือขุ่นๆไหลออกจากน้องชาย โดยเฉพาะช่วงเช้า บางคนอาจจะรู้สึกแสบคันที่อวัยวะเพศได้ด้วย โรคนี้เป็นอาการเรื้อรัง เป็นได้เป็นเดือนๆปีๆ เชื้อลามลงท่อนำอสุจิจนเป็นหมัน สูญพันธุ์ได้ ใครเป็นก็เงียบๆไว้ งดมีเพศสัมพันธ์และไปหาหมอตรวจกันนะครับ…

  • ไม่อยากเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรทานอะไรป้องกัน

    1.มะเขือเทศ ในมะเขือเทศมีสารไลโคปีน (Lycophene) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดี และลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 33% ยิ่งมะเขือเทศมีสีแดงยิ่งมีสารไลโคปีนสูง โดยสารนี้จะแตกตัวออกมามากขึ้นเมื่อผ่านความร้อน ดังนั้นก่อนจะนำมะเขือเทศมาทานแนะนำให้นำลูกมะเขือเทศมาบั้งด้วยมีด 1 ครั้ง แล้วแช่ลงในน้ำเดือนสักครู่ จึงยกขึ้นแช่น้ำเย็น แล้วจึงนำไปทำอาหาร ไม่ควรทานแบบดิบๆเพราะจะได้สารไลโคปีนน้อย สารไลโคปีนช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกได้  เมนูมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ ส่วนประกอบ 1.น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ 2.หอมใหญ่ 1 หัว 3.กระเทียม 15 กรัม 4.เซเลอรี 30 กรัม 5.เกลือปริมาณเล็กน้อย 6.มะเขือเทศ 20 ลูก 7.ใบกระวาน 2 ใบ 8.พริกไทยปริมาณเล็กน้อย 9.น้ำตาลทรายเล็กน้อย 10.น้ำซุปผัก 1 ถ้วย วิธีทำ 1.บั้งมะเขือเทศ นำไปต้มในน้ำเดือดสักครู่ และนำออกมาแช่เย็น 2.ลอกเปลือกออก ตัดขั่ว คว้านเนื้อมะเขือเทศแยกออกมา 3.จากนั้นตั้งน้ำมัน…

  • รู้ไหม? ทำไมผู้ชายวัยทองถึงนอนไม่หลับ

    เรื่องนี้เป็นปัญหาที่รบกวนของใครหลายๆคน พออายุเยอะแล้วอยากจะนอนแต่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทแล้วก็ตื่นเช้ามาด้วยอาการเพลียเพราะนอนหลีบไม่ดี อาการแบบนี้มันเกิดจากอะไรกันแน่เรามาดูกันครับ อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าปัญหาของผู้ชายวัยทอง เวลาเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ขึ้นไป ฮอร์โมนเพศเริ่มค่อยๆลดลง ส่งผลให้ร่างกายกระทบหลายๆอย่าง ทำให้อารมณ์หงุดหงิดง่าย มวลกล้ามเนื้อลดลง กระดูกบางลง อารมณ์แปรปรวน เปลี่ยนแปลงง่าย เริ่มหลงๆลืมๆง่าย แล้วยังมีผลต่อการนอนหลับอีกด้วย การที่คนเราจะง่วงหรือไม่ง่วง ความง่วงจะเกิดจากฮอร์โมนในสมองที่ค่อยความคุมนาฬิกาชีวิต หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ นาฬิกาชีวิตคือวงจรที่ควบคุมสมดุลในร่างกาย ให้เรามีเวลากิน ความหิว เวลานอน ให้เป็นเวลาที่เหมาะสม ทำให้กลางคืนง่วงนอน กลางวันตื่นตัว ให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบนี้ครับ ฮอร์โมนที่ทำให้เราง่วงคือ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) เรียกว่าเป็น ฮอร์โมนการนอน ก็ได้ฮอร์โมนตัวนี้ร่างกายจะสร้างขึ้นจาก กรดอะมิโนทริปโตแฟน (tryptophan) วิตามินบี 6 วิตตามินบี 3 และแมกนีเซียม สร้างขึ้นมา (ใครอยากรู้ว่าจะกินอาหารอะไรดีเพื่อเสริมสารอาหาร 4 ตัวนี้คลิกที่นี้เลย) ระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน ทีนี้เจ้าฮอร์โมนเมลาโทนินร่างกายจะสร้างขึ้นเมื่อเจอกับความมืดครับ ก็คือเวลากลางคืนจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนตัวนี้ตามธรรมชาติ ร่างกายจะเริ่มสร้างตั้งแต่ช่วงเย็นๆ และเพิ่มมากขึ้นเยอะสุดช่วงกลางคืน ไปลดลงอีกทีตอนเช้าๆ แต่จะถูกยับยั้งเมื่อเจอแสงสว่าง คงได้คำตอบนะครับว่าทำไมการจ้องโทรศัพท์มือถือนานๆก่อนนอนถึงทำให้นอนไม่หลับ ก็เพราะมันมีแสงจากหน้าจอไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนตัวนี้นั้นเอง จึงแนะนำว่าใครนอนไม่หลับให้พยายามนอนในห้องมืดสนิทจะทำให้การนอนหลับ…

  • ทำอย่างไรเมื่อผู้ชายเป็นวัยทอง ?

    เพื่อนๆพี่ๆน้องๆรู้กันใช่ไหม ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้!! แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อจัดการกับอาการวัยทองในผู้ชาย ? ง่ายๆเลยนะ ใครหงุดหงิดบ่อย รู้ไหมนั่นอาจเพราะว่าฮอร์โมนเพศชายของเราลดลงมาก!! จนเกิดปัญหาขึ้น ทำให้อารมณ์เราแปรปรวนง่าย สังเกตบ้างไหม ว่าภรรเมียที่บ้านเราเริ่มบ่นแล้ว!! ถ้ารู้ตัวแล้วเรามาปรับอาหารกันดีกว่าครับ แนะนำให้ทาน พืชตระกูลหอม หอมหัวใหญ่และต้นหอม ซึ่งมีสารเควอร์ซิทิน (quercetin) ช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันหลอดเลือดอุตตัน ทานพืชตระกูลถั่ว ผักใบเขียว หอยนางรมที่อุดมด้วยสังกะสีที่ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชาย  แล้วลดฮอร์โมนเพศหญิงลงด้วยการทานกะหล่ำปลี ทางด้านจิตใจควรออกไปเข้าสังคม เพื่อลดอาการซึมเศร้าลง หนีเมียไปเจอเพื่อนบ้างจะได้ไม่คิดมาก พยายามมองโลกในแง่ดี เพื่อลดความเครียด  ทางด้านร่างกายควรออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ครั้งละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์ เป็นส่วนหลัง ส่วนขา เช่น การยกน้ำหนัก ให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง และที่สำคัญต้องทานอาหารและพักผ่อนเพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีสารอาหารไปสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ ควรใช้การออกกำลังกายกับกล้ามเนื้อทุกมัดจะดีกว่าการออกกำลังกายใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆมัดเดียว เช่น ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ จะช่วยลดไขมันส่วนเกิน ลดความอ้วน ลดรอบพุงได้  ใครสนใจท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชายกดเข้าไปอ่านได้เลยที่นี้ การปรับพฤติกรรมการนอนหลับเพื่อเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย โดยการนอนหลับวันละ 7-10 ชั่วโมง ควรเข้านอนในช่วง 3-5 ทุ่ม…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…