ใครมีเพศสัมพันธ์แรงจนเจ็บหัวเหน่า อวัยวะเพศ แก่นมะหาดอาจช่วยคุณได้

เพื่อนๆคนไหนที่อายุเยอะหน่อย สมัยก่อนคงเคยดูหนังจีนกำลังภายในมาก่อนที่พระเอกมีการไปสู้และกระแทก บาดเจ็บภายในหรือเรียกอีกอย่างมา “ช้ำใน” จริงๆในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ในกลุ่มนักชกมวย ที่พวกนักมวยไปโดนหมัดกระแทกต่างๆ บางครั้งก็ต้องมีการกินยาถ่ายบ้างเพื่อขับเลือดเสีย แก้ช้ำใน ทุกวันนี้ก็ยังคงมีอยู่

แม้กระทั้งคนที่โดนรถชน อุบัติเหตุทำให้มีเลือดคั่งตามกล้ามเนื้อ หลอดเลือดและกล้ามเนื้อฉีก มีเลือดเข้ามาคั่งตามส่วนตามๆทำให้ แขนขาส่วนที่กระแทกมีอาการบวม ม่วง อันนั้นเป็นเลือดคั่งที่เห็นได้ชัดเจน

แต่แนวคิดนี้มีมาแต่สมัยโบราณที่ว่า การกระทก ชอกช้ำ ด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บก็ทำให้เกิดการ ช้ำใน บางจุดได้เช่นกัน

การที่ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง อาจจะเกิดจากมีการบาดเจ็บจากท่อปัสสาวะได้แทนกัน มีผลให้การอักเสบได้ลุกลามไปในต่อมลูกหมากได้ เพราะในร่างกายจะมีเชื้อโรคประจำถิ่น เชื้อพวกนี้ถ้าอยู่ในสภาพปกติก็จะไม่ค่อยก่อโรคอะไร แต่อาจจะฉวยโอกาสช่วงที่ร่างกายบาดเจ็บ มีแผลเปิด เข้าไปเติบโต ก่อการอักเสบได้

ส่วนต่อมลูกหมากโต ถ้ามองในทางแพทย์แผนไทยก็น่าจะเข้าข่ายโรคกษัย ซึ่งเกิดจากความเสื่อมของร่างกายที่มาจากการเป็นโรคบางชนิดที่ไม่หาย จนอวัยวะเสื่อมสภาพไปจากการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเรียกว่าอาจจะเกิดบาดแผลได้

การบาดเจ็บภายใน เกิดแผลภายในหรือมีเลือดออกภายในเรื้อรังนานๆอาจจะเกิดฝีขึ้นมาได้

ทีนี้เราจะเห็นว่าแก่นมะหาดใช้รักษาน้ำเหลืองเสีย แก้ฝีในท้อง แก้จุกผามม้ามย้อย แก้หอบหืดและเสมหะ แก้กษัย กระจายเลือด แก้เบื่ออาหาร ซึ่งสรรพคุณเหล่านี้ไปในทางแก้การอักเสบเรื้อรัง ฟื้นระบบน้ำเหลืองให้ไปเก็บกวาดทำความสะอาดบาดแผล ส่วนที่บาดเจ็บได้ดีขึ้น กระจายเลือดที่คั่งค้างได้ แก่นมะหาดเจอในส่วนประกอบของตำรับยาแก้อุปทม(อ่านเพิ่มเติมคลิกที่นี้) ที่ใช้รักษาอาการชอกช้ำภายในจากการมีเพศสัมพันธ์

เห็นสรรพคุณแบบนี้ในทางวิทยาศาสตร์ก็มีงานวิจัยสนับสนุนนะครับ เราลองมาดูกันว่าเขาศึกษาได้ผลอะไรแล้วบ้าง

ฤทธิ์ทางชีวภาพของมะหาด

1.ฤทธิ์ต้านเชื้อของมะหาด

  • สารสกัดชั้นน้ำและเอทานอลของแก่นมะหาดมีฤทธิ์ต้านเชื้อ Staphylococcus epidermidis[1] ซึ่งเป็นเชื้อที่พบในคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบ[2]
  • สารสกัดชั้นน้ำและเอทานอลของแก่นมะหาดมีฤทธิ์ต้านเชื้อรา Candida albicans[1] ซึ่งเป็นเชื้อที่ทำให้คันช่องคลอด[2]

2.ฤทธิ์สมานแผล

  • สารสกัดเอทานอลจากใบมะหาดกระตุ้นการแบ่งเซลล์และสมานแผลในหลอดทดลอง[1]

3.ฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

  • สารสกัดจากผลมะหาดมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดในหลอดทดลอง[3]

แต่ยังไงยานี้ต้องใช้รวมกันกับยาสมุนไพรอื่นๆในตำรับเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้แรงและครอบคลุมอาการโดยรวมทั้งหมด ดังนั้นหากใครมีอาการควรปรึกษาแพทย์แผนไทยก่อนใช้ยานะครับ

อ้างอิง

[1]Sitorus, Panal, et al. “A literature review of Artocarpus lacucha focusing on the phytochemical constituents and pharmacological properties of the plant.” Molecules 27.20 (2022): 6940.

[2]De la Rosette, J. J. M. C. H., et al. “Diagnosis and treatment of 409 patients with prostatitis syndromes.” Urology 41.4 (1993): 301-307.

[3]Tarbiat, Shirin. “In vitro antioxidant, anti-inflammatory and lipid lowering activities of Artocarpus lakoocha fruit extract and its implication on treatment of dyslipidemia.” International Journal of Pharmaceutical Sciences Review and Research 52.2 (2018): 75-82.

Similar Posts

  • เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

    จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !! ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ 1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า 2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี…

  • รู้ไหม? สมุนไพรดีปลี ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก!!

    จากบทความที่ผ่านๆ จะเห็นว่าในตำรับยาไทยที่ช่วยเรื่องต่อมลูกหมากโต(คลิกอ่านที่นี้) กับต่อมลูกหมากอักเสบ(คลิกอ่านที่นี้) จะเห็นว่าในสูตรจะมี ดีปลี อยู่ในสูตรยา วันนี้เราจะมาดูกันว่าดีปลีมีฤทธิ์ช่วยอะไรบ้างกันนะครับ ในสมัยก่อนหลายๆขนชาติจะมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง เกิดเป็นการแพทย์แผนโบราณกับการแพทย์พื้นบ้านตามถิ่นนั้น แต่ที่มีความเจริญมากๆในสมัยก่อนก็จะเป็นที่จีน(การแพทย์แผนจีน) กับอินเดีย(การแพทย์อายุรเวท) ในเมืองไทยก็จะได้รับวิชามาจากทั้งทางจีนและอินเดีย ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีการค้าขายกับต่างชาติ ทุกวันนี้ก็ยังมีรองรอยเหลืออยู่ จะสังเกตว่าถ้าเราไปเยาวราช ก็จะมีร้านขายยาจีน มีแพทย์แผนจีน หรือสมัยนี้คนจบแพทย์แผนไทยเยอะ มาเปิดคลินิกจนเห็นได้ง่ายขึ้น หรือคนเก่าๆแก่ๆสมัยก่อนจะมีการใช้สมุนไพรอยู่บ้าง ที่นี้พอสมัยใหม่ก็มีการเอาวิทยาศาสตร์มาศึกษา พิสูจน์ ว่าสมุนไพรมันมีดีอะไร ฤทธิ์อะไร ทำให้เข้าใจสมุนไพรมากขึ้นมีหลักฐานมากขึ้น และทุกวันนี้ก็ยังมีการศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราเห็นได้มากขึ้นว่ามีฤทธิ์ที่ใช้ตรงกับสมัยโบราณไหมที่แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีนใช้ไหม? ในแพทย์แผนไทย ดีปลี จะช่วยเรื่อง แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม จากสรรพคุณที่แพทย์แผนไทยใช้จะเห็นว่า ดีปลี ออกฤทธิ์กับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ยังแก้ริดสีดวงนั้นก็คือช่วยเรื่องหลอดเลือด และไส้ตรง พอเราเห็นแนวโน้มว่ามันช่วยเรื่องอะไรหรือออกฤทธิ์จุดไหน นักวิทยาศาสตร์ก็จะสนใจเอามาศึกษาว่ามีฤทธิ์จริงไหม…

  • ใครนอนไม่หลับ กินขี้เหล็กช่วยได้ คุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม!!

    ยาอีกชนิดที่แพทย์แผนไทยชอบใช้ในโรคกษัยคือ แก่นขี้เหล็ก จากที่เรารู้กันว่า โรคต่อมลูกหมากโต มักพบในคนที่อายุมาก ร่างกายเกินการเสื่อมถอยทำให้เจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ในทางแพทย์แผนไทยโรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยเราจะเรียกว่า “โรคกษัย” จากการเทียบอาการมีโรคกษัยชนิดหนึ่งคล้ายมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโตคือ โรคกล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต ซึ่งส่วนใหญ่ในตัวยาแก้กษัยมักจะใช้แก่นขี้เหล็กเป็นส่วนผสมเพราะมันมีสรรพคุณ ช่วยขับโลหิต แก้กามโรค หนองใน แก้นอนไม่หลับ แก้กษัย ดังนั้นแก่นขี้เหล็กจึงมักถูกใส่ผสมร่วมกับยาอื่นๆที่ใช้แก้กษัย เพราะการรักษาโรคกษัย จำเป็นต้องขับของเสียที่ทำให้เกิดกษัยออกไปด้วย ตัวแก่นขี้เหล็กนี้ก็จะไปช่วยขับกษัย ทีนี้เราลองมาดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กันว่าได้ค้นพบอะไรที่มันสอดคล้องกับสรรพคุณในแพทย์แผนไทยบ้าง? มีฤทธิ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ เสริมการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ!! คือปกติต้องเข้าใจหน้าที่ของตับก่อน ตับคนเราจะมีหน้าที่ในการรับเลือดที่ดูดซึมสารอาหารทางๆจากระบบทางเดินอาหารผ่านลำไส้มากรองที่ตับก่อนจะส่งไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งจะสำคัญมากๆเพราะจะทำหน้าที่ปรับไม่ให้น้ำตาลและไขมันในเลือดมากเกินไป รวมถึงกำจัดสารพิษต่างๆให้เบาลง ซึ่งการกำจัดพิษนี้เซลล์ตับจะใช้เอนไซน์ซึ่งมีอยู่หลายๆตัว เอนไซน์คือเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ใช้เร่งปฎิกิริยา ให้สารที่ตับรับมาเกิดปฎิกิริยา ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้สารพวกนั้นละลายน้ำได้ดีขึ้นและเป็นพิษลดลง เพื่อให้ขับออกทางไตได้ดีนั้นเอง เมื่อขับออกไปได้ไวก็จะก่อพิษกับร่างกายได้น้อย เอนไซน์ที่ว่านี้ก็มีหลายตัวเช่น กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) , ยูดีพี กลูโคโรนิลทรานเฟอเรส (UDP-glucuronyltransferase) ในหนูทดลองที่กินอาหารที่มีส่วนประกอบใบขี้เหล็ก 5% นาน 2 สัปดาห์ พบว่ามันช่วยเพิ่มปริมาณเอนไซน์กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) ขึ้น 250% และเพิ่ม เอนไซน์ยูดีพี…

  • ไอแพ็ด ภัยเงียบทำลายสุขภาพของผู้ชายวัยทอง

    วัยทองในผู้ชายเป็นช่วงเวลาที่ฮอร์โมนเพศชายลดลง ส่งผลให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า อารมณ์แปรปรวน สมาธิสั้น มีปัญหาในการนอนหลับ ความต้องการทางเพศลดลง มีปัญหาในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ เป็นต้น นอกจากอาการทางร่างกายและจิตใจแล้ว วัยทองในผู้ชายอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้ชีวิตอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้ชายวัยทองอาจใช้เวลาว่างไปกับการเล่นวิดีโอเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมมือถือมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน เป็นต้น ไอแพ็ดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความที่ใช้งานง่าย พกพาสะดวก และมีเกม ภาพยนตร์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย จึงทำให้ไอแพ็ดกลายเป็นอุปกรณ์ฆ่าเวลาที่ผู้ชายวัยทองหลายคนชื่นชอบ แต่การใช้ไอแพ็ดอย่างหนักอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ชายวัยทองได้ ตัวอย่างเช่น ดังนั้น ผู้ชายวัยทองที่ใช้งานไอแพ็ดควรระมัดระวังและควบคุมการใช้งานอย่างเหมาะสม ดังนี้ นอกจากนี้ ผู้ชายวัยทองควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม

  • เจ็บหลังหลั่ง เจ็บโคนน้องชาย ปวดฝีเย็บ อาการต่อมลูกหมากอักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

    เพื่อนๆพี่ๆคนไหนเคยมีอาการเจ็บขณะมีการหลั่ง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หลังช่วยตัวเอง หรือมีอาการปวดท้องน้อย หัวหน่าว นั้นแสดงว่าอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังชนิดไม่มีเชื้อโดยจะมีอาการแสดงตามนี้ ลองเช็คตัวเองดูได้ครับ 1.ปวดเรื้อรังบริเวณอัณฑะ หัวหน่าว องคชาต หรือเจ็บเสียวในท่อปัสสาวะ 2.บางครั้งจะมีอาการปวดขาหนีบ เอว ร่วมด้วยได้ 3.มีอาการปวดขณะหลั่งอสุจิ หรือหลังหลั่งอสุจิได้เช่นกัน 4.มีอาการปัสสะวะแสบขัด เป็นๆหายๆ มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงสงสัยว่าแล้วคนส่วนใหญ่ที่เป็นจากสถิติชอบเจ็บส่วนไหนมากที่สุด ? มีการเก็บวิจัยกันเลยทีเดียว เจอคนที่เจ็บที่ฝีเย็บมากที่สุด รองลงมาเป็นที่องคชาตหรืออัณฑะ รองลงมาอีกเป็นตรงหัวเหน่า[1] นะครับแบบนี้คงหายสงสัย หรือจะลองเอาไปถามเพื่อนๆที่เป็นดูว่าได้สถิติตรงกันไหมสนุกๆก็ได้นะครับ ส่วนสาเหตุเกิดได้จากการกระแทกบ่อยๆ การปั่นจักรยาน หรือตอนฉี่อาจจะชอบเกร็งหูรูดโดยไม่รู้ตัว อาจจะมาจากความเคยชินหรือความเครียด หรือเกิดจากสารที่หลั่งจากต่อมลูกหมาก พวกน้ำเลี้ยงอสุจิสีขาวๆได้ไหลซึมเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมากตกค้างจนเกิดปฎิกิริยาการอักเสบในต่อมลูกหมาก ส่วนนี้น่าจะมาจากการกลั้นหลั่งเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ทำให้อสุจิมีการคั่งค้างได้ แม้แต่การมีนิ่วหรือหินปูนในต่อมลูกหมาก ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งถ้าจะเอานิ่วออกก็ต้องผ่าตัดออก ต้องคว้านเนื้อต่อมลูกหมากออกด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเอานิ่วออกไม่หมดซะทีเดียวเมื่อต่อมลูกหมากอักเสบมันก็จะบวมแดงขึ้น ไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะแสบขัดในที่สุด จากภาพจะเห็นว่าฝั่งซ้ายคือต่อมลูกหมากปกติ ฝั่งขวาคือต่อมลูกหมากอักเสบก็จะบวมแดง ไปเบียดท่อปัสสาวะ อาการของโรคนี้มักเป็นๆหายๆ รักษาได้แค่การบรรเทาอาการเท่านั้น เช่น ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหดเกร็งทำให้อาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะขัดดีขึ้น หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค โดยแพทย์จะนำน้ำปัสสาวะ และน้ำจากการนวดต่อมลูกหมากไปตรวจดูเม็ดเลือดขาวและเพาะเชื้อเพื่อจำแนกการอักเสบ เพราะบางทีอาจจะเห็นการอักเสบเรื้อรังชนิดพบเชื้อ จะได้ใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อให้หาย และถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนเป็นโรคนี้แล้วแนะนำให้ แช่ก้นในน้ำร้อน…

  • 6 สมุนไพรไทย ช่วยปัญหา “นกเขาไม่ขัน”

    อาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและปรับการทำงานของเอนไซน์ที่ใช้ในการเมตาบอลิซึมไปแล้ว แต่อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนเพศชายบางชนิดเป็นสารจำพวกไขมัน ซึ่งในคนสูงอายุมักมีปัญหาความเสี่ยงเรื่องไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคเบาหวาน ทั้งสามโรคนี้ ทำให้เลือดที่วิ่งไปเลี้ยงหลอดเลือดส่วนปลาย อักเสบ แข็งตัวและมีการหดขยายได้แย่ลง น้องชายเสื่อมสภาพการทำงานไปในที่สุด  รวมทั้งถ้ามีอาการหัวใจขาดเลือด การมีเพศสัมพันธ์จะบีบให้หัวใจทำงานหนัก ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้หัวใจยิ่งขาดออกซิเจนมากไปอีก ดังนั้นจึงควรทานสมุนไพรเสริมที่มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ปรับการไหลเวียนของเลือด  รวมทั้งบำรุงฮอร์โมนเพศชาย ให้น้องชายค่อยๆกลับมาฟิตปึ๋งปัง โดยมีสมุนไพรมาแนะนำท่านชายดังนี้ 1.ปลาไหลเผือก มีฤทธิ์กระตุ้นให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ลดไข้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดปวดข้อ สมุนไพรตัวนี้เป็นที่นิยมใช้กันในหมู่หมอพื้นบ้านภาคใต้อีกด้วย ปลาไหลเผือก วิธีรับประทาน ใช้รากแห้ง 8-15 กรัม นำมาหั่นหยาบ นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 2.โด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่น้องชายไม่สู้และมาพร้อมกับเป็นโรคความดันโลหิตสูง โด่ไม่รู้ล้ม วิธีรับประทาน ใช้ทั้งต้นแห้ง 12-15 กรัม นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 3.กำลังช้างสาร มีฤทธิ์บำรุงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น…