ท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

ท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า มีท่าออกกำลังกายที่เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ดีคือ ท่าสควอท ใครเข้าออกฟิสเนสบ่อยน่าจะเคยได้ยินชื่อ ท่านี้สามารถได้ออกกำลังโดนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อ ขา สะโพก เอว น่อง แก่นกลางลำตัวแข็งแรง ซึ่งดีมากทำให้เราเดินได้มั่นคง สำคัญมากๆเพราะคนอายุเยอะจะมีอุบัติเหตุล้มหัวฝาดพื้น ตามที่เคยได้ยินข่าว จนกลายเป็นหลอดเลือดเลือดเดินไม่ได้ เพราะการทรงตัวการยืนของเราไม่ดีจากกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงนี้ละครับ!!

ต่อไปมาดูวิธีการทำท่าสควอทนะครับ!!

ท่าสควอท

มีวิธีทำท่าสควอทตามนี้

1.แยกขาให้เท่าระยะหัวไหล่ ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า กุมมือทั้งสองไว้ที่ระดับอก

2.ย่อเข่าลงให้ได้ 90 องศา ย่อโดยที่ไม่ให้หัวเข่าล้ำเกินปลายเท้า

3.ขณะย่อให้เกร็งท้อง ทำท่านั้งลงเหมือนจะนั้งเก้าอี้ เอียงตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้น้ำหนักลงที่ส้นเท้าทั้งสอง

4.จากนั้นดันตัวกลับที่เดิมนับเป็น 1 ครั้ง

โดยให้ทำ 4 เซต เซตละ 10 ครั้ง หากทำคล่องตัวแล้วมีกำลังมากพอแล้วสามารถเพิ่มน้ำหนักโดยการถือดัมเบลได้

ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าร่างกายชินแล้วควรเพิ่มระดับความหนักหรือไม่ ?

หากร่างกายชินแล้วอาจจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนอง ไม่หลั่งฮอร์โมนเพศชายเพิ่มได้ ดังนั้นควรเพิ่มระดับความหนักเพิ่มขึ้น

เราจะรู้ได้ไงว่าเราหักโหมออกกำลังกายหนักไป ?

ถ้าออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายเครียดและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะการนอนไม่หลับ จะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงได้ ดูจากอาการแสดงคือ อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง อารมณ์ทางเพศลดลง อวัยวะเพศไม่ค่อยแข็งตัวในช่วงเช้า หากมีอาการเหล่านี้หลังจากออกกำลังกายอย่างหนักแสดงว่าอาจจะหักโหมออกกำลังกายมากเกินไป ให้พักผ่อนมากขึ้น และลดความถี่ในกายออกกำลังกายลง การออกกำลังกายควรทำด้วยความสนุก ไม่กดดันตัวเองมากเกินไปจนกลายเป็นความเครียด ควรทำด้วยความรู้สึกมีความสุขหรือภูมิใจเพราะร่างกายจะจดจำความเคยชินที่สร้างความสุขได้ดีและกล้ามเนื้อจะสลายช้าลง คิดง่ายๆหลายๆคนที่เคยออกกำลังกายจนชิน จะมีช่วงเวลาที่ตรงกับเวลาที่ออกกำลังกายประจำ บางคนจะรู้สึกว่าเวลานั้นจู่ๆร่างกายก็ตื่นตัวขึ้นเอง เพราะร่างกายจดจำเวลาที่เราออกกำลังกายได้นั้นเอง และร่างกายมันจะพยายามหลีกหนีอะไรก็ตามที่มันจำว่าเป็นความเครียด ถ้าร่างกายสร้างกล้ามเนื้อจากความเครียด จะทให้ร่างกายไม่อยากสะสมกล้ามเนื้อนั้นเอง

อีกประเด็นเล็กๆน้อยๆที่น่าสนใจคือ ออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็นเวลาไหนดีกว่ากัน ?

ช่วงเช้าร่างกายจะมีฮอร์โมนเพศมากที่สุดในตอนเช้าและลดลงในตอนบ่าย ดังนั้นเพื่อให้ฮอร์โมนเพิ่มระดับสม่ำเสมอ ควรออกกำลังในตอนเย็นจะดีกว่าช่วงเช้าเพื่อให้มีการกระตุ้นให้ฮอร์โมนออกมาเลี้ยงร่างกายต่อเนื่องได้ทั้งวัน

ใครที่มีปัญหาข้อเข่าอักเสบ ปวดเข่าสามารถใช้การว่ายน้ำเป็นการออกกำลังกายแทนได้ การว่ายน้ำจะไม่สร้างภาระให้กับข้อเข่า เนื่องจากน้ำค่อยพยุงน้ำหนักให้ร่างกาย และยังช่วยบริหารข้อต่อ กล้ามเนื้อต่างๆได้ดีเพราะมีการหมุนของหัวไหล่ที่กว้างในหลายๆทิศทาง และยังกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี

Similar Posts

  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก ทำไงดี ?

    บางคนหลังจากผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากออก พอหลังจากผ่าตัดอาจจะมีอาการข้างเคียงได้เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาการพวกนี้จะขึ้นกับวิธีการผ่าตัดของหมอด้วย ยังไงก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับวิธีการผ่าตัดแต่ละแบบกันก่อนนะครับ 1.การผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเปิดทางช่องท้องช่วงล่าง ซึ่งวิธีนี้ดีที่มีราคาถูก มีหมอทำเทคนิคผ่าตัดนี้เป็นมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ซึ่งวิธีนี้จะเลาะตัดต่อมน้ำเหลืองได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ แต่วิธีนี้บาดแผลจะใหญ่ยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ บริเวณช่องท้อง ต้องนอนพักฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น และมีโอกาสที่จะเสียเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากไป เมื่อเสียเส้นประสาทนี้ไปจะทำให้มีโอกาสอวัยวะเพศไม่แข็งตัวและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 2.การผ่าตัดแบบเจาะ ใช้การเจาะรูหน้าท้อง 5 รู มี 4 รูเป็นแผล 1 เซนติเมตร ส่วนอีกรูเป็นแผล 5 เซนติเมตร ใช้กล้องขนาดเล็กส่องร่วมกับการผ่าตัด วิธีนี้ก็จะแผลเล็ก บาดเจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวนอนโรงพยาบาลแค่ 4-5 วัน และกลับมาปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่วิธีนี้จะผ่าตัดเลาะต่อน้ำเหลืองได้ยากกว่า และมีราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 2-3 เท่า 3.การผ่าตัดแบบเจาะโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คล้ายกับการผ่าตัดแบบเจาะ แต่มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยทำให้มีความแม่นยำสูง มีโอกาสเก็บเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากมากที่สุด ทำให้ไม่ค่อยเกิดปัญหากลั้นปัสสาวะไ่ม่อยู่ แต่วิธีนี้ก็ราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5-6 เท่า นั้นก็คือการผ่าตัดทำให้เสียประสาทรอบต่อมลูกหมากเสียหาย รวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดเสียหาย ต้องสวนสายปัสสาวะคาไว้ในช่วงที่ฟื้นตัว จึงทำให้ควบคุมการกลั้นปัสสาวะการแข็งตัวของอวัยวะเพศมีปัญหาตามไปด้วย…

  • อสุจิปนเลือดในผู้สูงอายุควรระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก

    หากท่านชายคนไหนมีเลือดปนในน้ำอสุจิ อาจจะเป็นตอนช่วยตัวเอง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หรือจากการฝันเปียกก็ตาม ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ แต่ถ้าหากมีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยอาการอสุจิปนเลือดเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น 1.อวัยวะเพศได้รับการกระแทกรุนแรงจากอุบัติเหตุ  2.จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการช่วยตนเองที่รุนแรงเกินไป ซึ่งในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมทางเพศ อาการควรจะหายไปใน 1-2 วัน หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัว 3.เกิดจากต่อมลูกหมากโตจนไปเบียดท่อฉีดอสุจิตัน กระทบท่อปัสสาวะ 4.เกิดจากวิธีการรักษาโรคก่อนหน้าที่จะเป็น เช่น การฉายแสงต่อมลูกหมาก การทำหมัน การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก เพราะวิธีการเหล่านี้ต้องมีการเจาะ ฉีดเข้าไปในต่อมลูกหมากจนมีบาดแผล การผ่าตัดริดสีดวงทวารก็อาจจะมีการบาดเจ็บลามไปถึงต่อมลูกหมากได้ 5.เกิดจากการติดเชื้อและมีการอักเสบเช่น อัณฑะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ หนองใน หนองในเทียม ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดพบเชื้อ ท่อนำอสุจิอักเสบ จึงมีเลือดออก 6.มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 7.ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานาน ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี อาการนี้อาจจะหายไปได้เอง แต่ถ้าไม่หายใน 1-2 วันควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าแท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ถ้าใครมีอายุเกิน 40 ปี ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีโอกาสเจอได้ เพราะในผู้ชายที่อายุมากๆ 80-90…

  • วัยทองผู้ชายก็กระดูกแข็งแรงได้ กินอาหารตามนี้สิ

    ใครที่อายุเพิ่มขึ้นเข้าสู่วัยทองแล้วรู้สึกถึงความเสื่อมของร่างกาย หากใครใส่ใจสุขภาพซักหน่อยอาจจะกังวลถึงอนาคตว่าต้องระวังอะไร ทำอะไรดีให้สุขภาพแข็งแรงได้เราจะได้อยู่อย่างมีคุณภาพ วันนี้เราจะแนะนำเรื่องที่สำคัญมากๆเลยคือ เรื่องความแข็งแรงของกระดูกกันนะครับ สิ่งสำคัญมากๆต่อไปในอนาคตเมื่อเราแก่ลงคือ ต้องระวังการกระทบกระแทกจากการเกิดอุบัติเหตุ บางคนลื่นล้มหัวแตก กระดูกหัก เพราะกระดูกเปราะ กล้ามเนื้อบอบบาง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้เรามาเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงดีกว่าครับ กระดูกคนเราจะประกอบไปด้วยแคลเซียมกับฟอสฟอรัสโดยแคลเซียมจะเป็นส่วนประกอบหลักของกระดูก คิดเป็นร้อยละ 99 ของแคลเซียมในร่างกายทั้งหมด พวกเราสามารถเสริมแคลเซียมในกระดูกได้โดยการทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมเพียงพอในการไปทำการสร้างกระดูกและยังช่วยให้ไม่เป็นตะคริวง่ายอีกด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น แค่แคลเซียมยังไม่พอเพราะร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ดีจะต้องมีวิตตามินดีร่วมด้วย ก็จะกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีกว่า เพราะถ้ากินแคลเซียมไปแล้วดูดซึมได้น้อยก็นำไปใช้จริงได้น้อย น่าเสียดายแย่ วิธีจะได้วิตามินดีก็ไม่ได้ยากเลย แค่เพียงออกไปตากแดดอ่อนๆยามเช้าให้ผิวหนังโดยแสงแดดบาง ก็จะกระตุ้นให้ผิวหนังสังเคราะห์วิตามินดีขึ้นมาใช้ได้ ถ้าได้ออกกำลังกายยามเช้าก็ยิ่งดีเพราะการออกกำลังกายจะช่วยกระตุ้นการสร้างมวลของกระดูกได้ด้วย และแสงแดดยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวอีกด้วย หรือใครที่อยู่กรุงเทพใกล้ๆสวนลุมพินี ลองไปฝึกรำมวยจีนไทเก็ก ก็น่าสนใจเพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง เน้นฝึกการหายใจ ทำให้เกิดความสดชื่นขึ้น ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น และการออกกำลังกายที่ออกแรงช้าๆนานๆก็จะช่วยเพิ่มความทนทานแก่ร่างกายขึ้น เป็นการฝึกการทรงตัวได้อย่างดี ดังนั้นอย่าลืมกินอาหารเสริมแคลเซียม อาหารที่มีวิตามินดีเสริมกันนะครับ หากใครสนใจเมนูอาหาร อ่านต่อได้ ที่นี้ เลยครับ

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…

  • หัวล้านในผู้ชายเป็นเรื่องปกติหรือป่าว หรือผิดปกติ ?

    หลายๆคนสมัยยังหนุ่มยังแน่นผมยังดกดำ พอโตๆขึ้นเริ่มมีพัฒนาการ หน้าผากกว้างขึ้น หัวเถิก และถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าผู้หญิงไม่ค่อยเป็นกันนะครับ สรุปแล้วอาหารหัวเถิกหรือหัวล้านเป็นเรื่องปกติไหมที่ผู้ชายจะเป็นหรือเป็นเพราะเราดูแลสุขภาพไม่ดีเอง วันนี้เราจะมาดูเรื่องนี้กันครับ อาการหัวล้านในผู้ชายมาจากพันธุกรรมที่ได้รับมาและการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งใครจะออกอาการเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยฮอร์โมนเพศชายจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่ง DHT จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้รากเส้นผมฝ่อลง แคบลง จนเส้นผมบางลงและหลุดร่วงในที่สุด เราว่าดูกันครับว่าหัวล้านจะเริ่มล้านจากส่วนไหนของหนังศีรษะ โดยจะมีจุดที่เริ่ม 3 แบบและมีแบบผสม 1 แบบคือ ที่ผมร่วงแล้วหัวล้านจะเป็นที่เส้นผมด้านหน้ากับตรงกลางกระหม่อมแต่ด้านข้างกับท้ายทอยไม่ร่วงก็เพราะเส้นผมช่วงด้านหน้ากับตรงกลางมีตัวรับฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) แต่เส้นผมด้านหลังกับด้านข้างไม่มีนั้นเอง ทำให้ฮอร์โมน DHT ไม่มีผลกับเส้นผมส่วนนี้!! เวลาที่แพทย์จะทำการปลูกผมจึงดึงเอาส่วนผมด้านหลังมาปลูกด้านหน้ากับกลางกระหม่อมทำให้เส้นผมที่ปลูกถ่ายใหม่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน เส้นผมที่ปลูกถ่ายก็จะอยู่ถาวรกว่านั้นเอง ยังมีอย่างอื่นอีกที่ทำให้ผมร่วงได้แก่ ฉะนั้นเป็นเรื่องปกตินะครับที่ผู้ชายจะหัวล้านเมื่ออายุมากขึ้น แต่จะหัวล้านแบบไหนดูแนวโน้มพันธุกรรมที่ได้จากญาติๆผู้ชายที่เป็นสายตรงได้ครับ บางคนยังไม่ถึงอายุ 30+ แค่ 20+ ก็เริ่มมีอาการแล้วก็มีครับ ใครที่สองกระจกดูแล้วเริ่มมีปัญหา จะทำไงดีลองไปดูวิธีรักษากันได้ คลิกเลย

  • มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ 1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย 2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ 3.อายุ…