เปิดคัมภีร์แพทย์แผนไทย ต้านต่อมลูกหมากอักเสบ
บทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจาก โรคต่อมลูกหมากอักเสบในแพทย์แผนไทย เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้อ่านลองไปติดตามอ่านกันก่อนนะครับ กดที่นี้ ตอนนี้เราลองมาดูตำรับยาที่แก้อาการแต่ละชนิดโดยผมจะยกตัวอย่างมาบางตำรับนะครับ
1.ยาแก้ทุราวสา ปัสสาวะสีขาวดังน้ำข้าวเช็ด ตำรับยาประกอบด้วย[1]
ให้เอา การบูร ๑ เทียนดำ ๑ ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ แห้วหมู ๑ ขิงแห้ง ๑ เสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกิน ลองมาดูสรรพคุณของแต่ละตัวกันนะครับ
การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน
เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร
ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้
ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด
แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ
ขิงแห้ง แก้ลมพานไส้ แก้แน่นทรวงอก แก้ลมเสียดแทง
จะเห็นว่าตัวยาในตำรับจะเน้นไปที่การขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ กระจายเลือด และลดลมเสียดแทงในลำไส้ เพื่อลดแรงดันในช่องท้องลงและกระตุ้นการขับปัสสาวะ ลดการอักเสบ ซึ่งช่วยให้มีการขับเชื้อที่ตกค้างในทางเดินปัสสาวะ แต่ยานี้มีการบูรผสม การทานมากไปอาจจะเป็นพิษต่อตับได้ ให้ระวังเรื่องนี้
2.ยาแก้มุตกิต ตำรับยาประกอบด้วย
หัวแห้วหมูใหญ่ ๑ เทียนดำใหญ่ ๑ ผลมะตูม ๑ ลำพัน ๑ ว่านเปราะ ๑ รากอังกาบ ๑ โกฐพุงปลา ๑ ว่านนางคำ ๑ ว่านสากเหล็ก ๑ ยางงิ้ว ๑ การบูร ๑ ผลเอ็น ๑ สารส้ม ๑ ดีปลี ๑ เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณ ละลายน้ำผึ้ง กินแก้มุตกิต ทีนี้มาดูสรรพคุณสมุนไพรแต่ละตัวกันต่อครับ
แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ
เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร
ผลมะตูม แก้บิด บำรุงไฟธาตุ ช่วยย่อยอาหาร
ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด
ว่านเปราะ แก้โลหิตเจือด้วยลมพิษ แก้เสมหะ แก้หวัดคัดจมูก เจริญไฟธาตุ ขับลมในลำไส้
รากอังกาบ ฟอกโลหิตระดู ขับระดูที่เป็นก้อน แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว ขับปัสสาวะ
โกฐพุงปลา สมานแผล แก้ฝีภายใน แก้เม็ดยอกภายใน แก้บิดมูกเลือด แก้อุจจาระผิดปกติ คุมธาตุ
ว่านนางคำ แก้โรคหนองในเรื้อรัง แก้ผดผื่นคัน แก้ฟกบวม แก้แผลในกระเพาะอาหาร
ว่านสากเหล็ก ช่วยฟอกโลหิต กระจายโลหิต ขับปัสสาวะ แก้ปวดประจำเดือน แก้มดลูกลอย ทำให้มดลูกเข้าอู่(หดกลับเข้าที่)
ยางงิ้ว ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย ห้ามเลือด แก้เลือดระดูออกมากไป ฝาดสมาน แก้บิด
การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน
ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้
สารส้ม แก้หนองใน หนองเรื้อรัง สมานแผลภายในและภายนอก ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว
ดีปลี แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ
จากส่วนประกอบทั้งหมดจะเห็นว่า
- มีตัวยาที่มุ่งเน้นให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น เช่น ดีปลี
- มียาที่ขับลมกระจายลมในลำไส้เพื่อลดแรงดันในช่องท้องให้ไม่มีลมจุกขวางเช่น ผลเอ็น ผลมะตูม แห้วหมู หัวเปราะ
- มียาทางขับปัสสาวะ ขับหนองและน้ำเหลืองเสีย กระจายเลือดที่ช้ำ เช่น รากอังกาบ สารส้ม ว่านสากเหล็ก
เมื่อรวมกันยาจะทำให้ปรับให้การหมุนเวียนของเลือด น้ำเหลืองคล่อง และลงสู่อุ้งเชิงกรานได้ ฟอกเลือดเสีย สลายเลือดคั่งออก
- สุดท้ายมียาที่ใช้สมานภายในร่วมด้วยเช่น โกฐพุงปลา ผลมะตูม สารส้ม ยางงิ้ว ค่อยๆรักษาอาการบาดเจ็บภายในให้กลับคืนสู่ปกติในที่สุด
3.ยาแก้อุปทม เนื่องจากโรคนี้เป็นได้จาก การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ในคัมภีร์จะระบุยาที่ใช้รักษา 2 ขั้นตอนคือ 1.ยาชำระน้ำเหลืองร้าย ซึ่งมียาถ่ายน้ำเหลืองอยู่มากเป็นยาตำรับใหญ่จะขอข้ามไป 2.ยาขับบุพโพใน ใช้สมานลำไส้และองคชาต ส่วนยาอีกตำรับจะใช้แก้โรคสำหรับบุรุษ ที่เกิดจากกษัยกล่อน
ในที่นี้ผมจะเสนอตำรับยาขับบุพโพใน ประกอบด้วย
แก่นมูลเหล็ก ๑ แก่นประดู่ ๑ อ้อยช้าง ๑ แก่นแสมสาร ๑ แก่นสน ๑ แก่นมะหาด ๑ เปลือกโลด ๑ ยาทั้งนี้ สมานในลำไส้ตลอดจนองคชาต เราลองมาดูสรรพคุณยาแต่ละตัวในตำรับกัน
แก่นมูลเหล็ก หรือที่เราเรียกว่า แก่นขี้เหล็ก นั้นเอง มีสรรพคุณ ช่วยขับโลหิต แก้กามโรค หนองใน แก้นอนไม่หลับ
แก่นประดู่ บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง แก้คุดทะราด แก้ผื่นคัน
อ้อยช้าง รักษาธาตุพิการ แก้อ่อนเพลีย
แก่นแสมสาร ถ่ายกษัย ขับโลหิตประจำเดือน แก้ปัสสาวะพิการ มีสีต่างๆ ถ่ายเสมหะ เป็นยาระบาย แก้ปวดเมื่อนเส้นตึง ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อน
แก่นสน เป็นยาบำรุงไขข้อและกระดูก แก้อ่อนเพลีย ระงับประสาท แก้ฟุ้งซ่าน กระจายลม
แก่นมะหาด แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ฝีในท้อง แก้จุกผามม้ามย้อย แก้หอบหืดและเสมหะ แก้กษัย กระจายเลือด แก้เบื่ออาหาร
เปลือกโลด ขับระดู ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ปวดท้อง
จากส่วนประกอบในตำรับยา ยานี้จะทำให้ประสาทผ่อนคลาย กระจายเลือด ขับเสมหะและฝีต่างๆออกมา ใครกินก็อาจจะง่วงนอนได้ให้ระวังส่วนนี้ไว้สำหรับคนที่ทำงานขับรถ กับงานใช้เครื่องจักรนะครับ
ถ้าใครสนใจที่จะใช้ตำรับยาแผนไทยรักษา สามารถไปปรึกษาแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลหรือตามคลินิก จะรักษาได้ตรงจุดกว่าหายามาทานเองนะครับ
อ้างอิง
[1] มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ และโรงเรียนอายุรเวทธำรง สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) เล่ม 1 ฉบับชำระ พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: ศุภวนิชการพิมพ์; 2550.
