เปิดคัมภีร์แพทย์แผนไทย ต้านต่อมลูกหมากอักเสบ

บทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจาก โรคต่อมลูกหมากอักเสบในแพทย์แผนไทย เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้อ่านลองไปติดตามอ่านกันก่อนนะครับ กดที่นี้ ตอนนี้เราลองมาดูตำรับยาที่แก้อาการแต่ละชนิดโดยผมจะยกตัวอย่างมาบางตำรับนะครับ

1.ยาแก้ทุราวสา ปัสสาวะสีขาวดังน้ำข้าวเช็ด ตำรับยาประกอบด้วย[1]

ให้เอา การบูร ๑ เทียนดำ ๑ ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ แห้วหมู ๑ ขิงแห้ง ๑ เสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกิน ลองมาดูสรรพคุณของแต่ละตัวกันนะครับ

การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน

เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร

ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้

ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด

แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ

ขิงแห้ง แก้ลมพานไส้ แก้แน่นทรวงอก แก้ลมเสียดแทง

จะเห็นว่าตัวยาในตำรับจะเน้นไปที่การขับปัสสาวะ ขับเหงื่อ กระจายเลือด และลดลมเสียดแทงในลำไส้ เพื่อลดแรงดันในช่องท้องลงและกระตุ้นการขับปัสสาวะ ลดการอักเสบ ซึ่งช่วยให้มีการขับเชื้อที่ตกค้างในทางเดินปัสสาวะ แต่ยานี้มีการบูรผสม การทานมากไปอาจจะเป็นพิษต่อตับได้ ให้ระวังเรื่องนี้

2.ยาแก้มุตกิต ตำรับยาประกอบด้วย

หัวแห้วหมูใหญ่ ๑ เทียนดำใหญ่ ๑ ผลมะตูม ๑ ลำพัน ๑ ว่านเปราะ ๑ รากอังกาบ ๑ โกฐพุงปลา ๑ ว่านนางคำ ๑ ว่านสากเหล็ก ๑ ยางงิ้ว ๑ การบูร ๑ ผลเอ็น ๑ สารส้ม ๑ ดีปลี ๑ เอาเสมอภาค ทำเป็นจุณ ละลายน้ำผึ้ง กินแก้มุตกิต ทีนี้มาดูสรรพคุณสมุนไพรแต่ละตัวกันต่อครับ

แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ

เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร

ผลมะตูม แก้บิด บำรุงไฟธาตุ ช่วยย่อยอาหาร

ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด

ว่านเปราะ แก้โลหิตเจือด้วยลมพิษ แก้เสมหะ แก้หวัดคัดจมูก เจริญไฟธาตุ ขับลมในลำไส้

รากอังกาบ ฟอกโลหิตระดู ขับระดูที่เป็นก้อน แก้ปวดเมื่อยบั้นเอว ขับปัสสาวะ

โกฐพุงปลา สมานแผล แก้ฝีภายใน แก้เม็ดยอกภายใน แก้บิดมูกเลือด แก้อุจจาระผิดปกติ คุมธาตุ

ว่านนางคำ แก้โรคหนองในเรื้อรัง แก้ผดผื่นคัน แก้ฟกบวม แก้แผลในกระเพาะอาหาร

ว่านสากเหล็ก ช่วยฟอกโลหิต กระจายโลหิต ขับปัสสาวะ แก้ปวดประจำเดือน แก้มดลูกลอย ทำให้มดลูกเข้าอู่(หดกลับเข้าที่)

ยางงิ้ว ช่วยขับน้ำเหลืองเสีย ห้ามเลือด แก้เลือดระดูออกมากไป ฝาดสมาน แก้บิด

การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน

ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้

สารส้ม แก้หนองใน หนองเรื้อรัง สมานแผลภายในและภายนอก ขับปัสสาวะ แก้นิ่ว

ดีปลี แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ

จากส่วนประกอบทั้งหมดจะเห็นว่า

  • มีตัวยาที่มุ่งเน้นให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขึ้น เช่น ดีปลี
  • มียาที่ขับลมกระจายลมในลำไส้เพื่อลดแรงดันในช่องท้องให้ไม่มีลมจุกขวางเช่น ผลเอ็น ผลมะตูม แห้วหมู หัวเปราะ
  • มียาทางขับปัสสาวะ ขับหนองและน้ำเหลืองเสีย กระจายเลือดที่ช้ำ เช่น รากอังกาบ สารส้ม ว่านสากเหล็ก

เมื่อรวมกันยาจะทำให้ปรับให้การหมุนเวียนของเลือด น้ำเหลืองคล่อง และลงสู่อุ้งเชิงกรานได้ ฟอกเลือดเสีย สลายเลือดคั่งออก

  • สุดท้ายมียาที่ใช้สมานภายในร่วมด้วยเช่น โกฐพุงปลา ผลมะตูม สารส้ม ยางงิ้ว ค่อยๆรักษาอาการบาดเจ็บภายในให้กลับคืนสู่ปกติในที่สุด

3.ยาแก้อุปทม เนื่องจากโรคนี้เป็นได้จาก การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย ในคัมภีร์จะระบุยาที่ใช้รักษา 2 ขั้นตอนคือ 1.ยาชำระน้ำเหลืองร้าย ซึ่งมียาถ่ายน้ำเหลืองอยู่มากเป็นยาตำรับใหญ่จะขอข้ามไป 2.ยาขับบุพโพใน ใช้สมานลำไส้และองคชาต ส่วนยาอีกตำรับจะใช้แก้โรคสำหรับบุรุษ ที่เกิดจากกษัยกล่อน

ในที่นี้ผมจะเสนอตำรับยาขับบุพโพใน ประกอบด้วย

แก่นมูลเหล็ก ๑ แก่นประดู่ ๑ อ้อยช้าง ๑ แก่นแสมสาร ๑ แก่นสน ๑ แก่นมะหาด ๑ เปลือกโลด ๑ ยาทั้งนี้ สมานในลำไส้ตลอดจนองคชาต เราลองมาดูสรรพคุณยาแต่ละตัวในตำรับกัน

แก่นมูลเหล็ก หรือที่เราเรียกว่า แก่นขี้เหล็ก นั้นเอง มีสรรพคุณ ช่วยขับโลหิต แก้กามโรค หนองใน แก้นอนไม่หลับ

แก่นประดู่ บำรุงโลหิต บำรุงกำลัง แก้คุดทะราด แก้ผื่นคัน

อ้อยช้าง รักษาธาตุพิการ แก้อ่อนเพลีย

แก่นแสมสาร ถ่ายกษัย ขับโลหิตประจำเดือน แก้ปัสสาวะพิการ มีสีต่างๆ ถ่ายเสมหะ เป็นยาระบาย แก้ปวดเมื่อนเส้นตึง ช่วยให้เส้นเอ็นหย่อน

แก่นสน เป็นยาบำรุงไขข้อและกระดูก แก้อ่อนเพลีย ระงับประสาท แก้ฟุ้งซ่าน กระจายลม

แก่นมะหาด แก้น้ำเหลืองเสีย แก้ฝีในท้อง แก้จุกผามม้ามย้อย แก้หอบหืดและเสมหะ แก้กษัย กระจายเลือด แก้เบื่ออาหาร

เปลือกโลด ขับระดู ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด ปวดท้อง

จากส่วนประกอบในตำรับยา ยานี้จะทำให้ประสาทผ่อนคลาย กระจายเลือด ขับเสมหะและฝีต่างๆออกมา ใครกินก็อาจจะง่วงนอนได้ให้ระวังส่วนนี้ไว้สำหรับคนที่ทำงานขับรถ กับงานใช้เครื่องจักรนะครับ

ถ้าใครสนใจที่จะใช้ตำรับยาแผนไทยรักษา สามารถไปปรึกษาแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลหรือตามคลินิก จะรักษาได้ตรงจุดกว่าหายามาทานเองนะครับ

อ้างอิง

[1] มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ และโรงเรียนอายุรเวทธำรง สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) เล่ม 1 ฉบับชำระ พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: ศุภวนิชการพิมพ์; 2550.

Similar Posts

  • 6 สมุนไพรไทย ช่วยปัญหา “นกเขาไม่ขัน”

    อาหารที่ช่วยเพิ่มฮอร์โมนเพศชายและปรับการทำงานของเอนไซน์ที่ใช้ในการเมตาบอลิซึมไปแล้ว แต่อาหารที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนเพศชายบางชนิดเป็นสารจำพวกไขมัน ซึ่งในคนสูงอายุมักมีปัญหาความเสี่ยงเรื่องไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ หรือมีโรคเบาหวาน ทั้งสามโรคนี้ ทำให้เลือดที่วิ่งไปเลี้ยงหลอดเลือดส่วนปลาย อักเสบ แข็งตัวและมีการหดขยายได้แย่ลง น้องชายเสื่อมสภาพการทำงานไปในที่สุด  รวมทั้งถ้ามีอาการหัวใจขาดเลือด การมีเพศสัมพันธ์จะบีบให้หัวใจทำงานหนัก ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอ ทำให้หัวใจยิ่งขาดออกซิเจนมากไปอีก ดังนั้นจึงควรทานสมุนไพรเสริมที่มีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด ปรับการไหลเวียนของเลือด  รวมทั้งบำรุงฮอร์โมนเพศชาย ให้น้องชายค่อยๆกลับมาฟิตปึ๋งปัง โดยมีสมุนไพรมาแนะนำท่านชายดังนี้ 1.ปลาไหลเผือก มีฤทธิ์กระตุ้นให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายมากขึ้น ลดไข้ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดปวดข้อ สมุนไพรตัวนี้เป็นที่นิยมใช้กันในหมู่หมอพื้นบ้านภาคใต้อีกด้วย ปลาไหลเผือก วิธีรับประทาน ใช้รากแห้ง 8-15 กรัม นำมาหั่นหยาบ นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 2.โด่ไม่รู้ล้ม มีฤทธิ์กระตุ้นกำหนัด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ปรับสมดุลความดันโลหิต จึงเหมาะกับผู้สูงอายุที่น้องชายไม่สู้และมาพร้อมกับเป็นโรคความดันโลหิตสูง โด่ไม่รู้ล้ม วิธีรับประทาน ใช้ทั้งต้นแห้ง 12-15 กรัม นำมาต้มเดือด 15 นาที แล้วดื่มเช้า เย็น 3.กำลังช้างสาร มีฤทธิ์บำรุงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย บำรุงเส้นเอ็น…

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…

  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก ทำไงดี ?

    บางคนหลังจากผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากออก พอหลังจากผ่าตัดอาจจะมีอาการข้างเคียงได้เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาการพวกนี้จะขึ้นกับวิธีการผ่าตัดของหมอด้วย ยังไงก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับวิธีการผ่าตัดแต่ละแบบกันก่อนนะครับ 1.การผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเปิดทางช่องท้องช่วงล่าง ซึ่งวิธีนี้ดีที่มีราคาถูก มีหมอทำเทคนิคผ่าตัดนี้เป็นมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ซึ่งวิธีนี้จะเลาะตัดต่อมน้ำเหลืองได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ แต่วิธีนี้บาดแผลจะใหญ่ยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ บริเวณช่องท้อง ต้องนอนพักฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น และมีโอกาสที่จะเสียเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากไป เมื่อเสียเส้นประสาทนี้ไปจะทำให้มีโอกาสอวัยวะเพศไม่แข็งตัวและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 2.การผ่าตัดแบบเจาะ ใช้การเจาะรูหน้าท้อง 5 รู มี 4 รูเป็นแผล 1 เซนติเมตร ส่วนอีกรูเป็นแผล 5 เซนติเมตร ใช้กล้องขนาดเล็กส่องร่วมกับการผ่าตัด วิธีนี้ก็จะแผลเล็ก บาดเจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวนอนโรงพยาบาลแค่ 4-5 วัน และกลับมาปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่วิธีนี้จะผ่าตัดเลาะต่อน้ำเหลืองได้ยากกว่า และมีราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 2-3 เท่า 3.การผ่าตัดแบบเจาะโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คล้ายกับการผ่าตัดแบบเจาะ แต่มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยทำให้มีความแม่นยำสูง มีโอกาสเก็บเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากมากที่สุด ทำให้ไม่ค่อยเกิดปัญหากลั้นปัสสาวะไ่ม่อยู่ แต่วิธีนี้ก็ราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5-6 เท่า นั้นก็คือการผ่าตัดทำให้เสียประสาทรอบต่อมลูกหมากเสียหาย รวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดเสียหาย ต้องสวนสายปัสสาวะคาไว้ในช่วงที่ฟื้นตัว จึงทำให้ควบคุมการกลั้นปัสสาวะการแข็งตัวของอวัยวะเพศมีปัญหาตามไปด้วย…

  • ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

    หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ? เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ 1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR 2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α…

  • เมนูอาหารและเครื่องดื่มแนะนำสำหรับผู้ชายวัยทอง

    ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายต้องใช้คอเลสเตอรอลในการผลิต โดยร่างกายจะมีเอนไซน์ในการแปลงสภาพจากคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนเพศชาย โดยจะมีสังกะสีมาช่วยให้เอ็นไซน์แปรสภาพฮอร์โมนดีขึ้น  และสังกะสียังเร่งเอนไซน์หลายๆตัวในร่างกายอีกด้วย ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น มีประโยชน์ในหลายๆทางมากครับ ในเมื่อมันทำงานแบบนี้แล้วเราจึงต้องกินอาหารกลุ่มที่มี ไขมัน คอเลสเตอรอลและสังกะสี ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง 1.ไข่แดง ในไข่แดงมีโอเมก้า 3 สูง และมีวิตามินดีสูง ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ แต่ก็ควรระวังในคนที่มีไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจควรจำกัดการกินไม่ให้มากเกินไป เพราะในคนอายุเยอะมักชอบมีปัญหาไขมันในเลือดสูง ไปเกาะหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงมาด้วย จนหลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น พาลพาทำให้หลอดเลือดจู๋แข็งตัวไม่ยืดหยุ่น เลยแข็งตัวไม่ดี เสื่อมไปในที่สุด!! ข้อควรระวัง ไม่ควรทานไข่ไก่คู่กับน้ำส้มสายชู เพราะกรดแอซีติกในน้ำส้มสายชูจะทำปฎิกิริยากับโปรตีนในไข่ไก่เกิดเป็นสารที่ย่อยยากทำให้กระเพาะลำไส้แปรปรวนได้ 2.กระเทียม มีสารอัลลิซินซึ่งช่วยลดความเครียดและทำให้ร่างกายสมดุลขึ้น เมื่อความเครียดลดลงจึงมีผลช่วยเสริมให้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มง่ายขึ้นไม่ถูกรบกวนจากฮอร์โมนเครียดนั้นเอง 3.พริก มีสารแคปไซซินที่ให้รสเผ็ดในพริก สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ 4.ทับทิม น้ำทับทิมช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ ลดความดันโลหิต ลดความเครียดได้ เหมาะกับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เรียกว่าครบเครื่องสำหรับคนสูงอายุกันเลยทีเดียว น้ำทับทิม ส่วนประกอบ 1.เมล็ดทับทิม 5 ถ้วย 2.น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ 3.เกลือป่น ¼ ช้อนชา 4.น้ำเปล่าต้มสุก 5 ถ้วย…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน