เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !!

ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ

1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า

2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไปจนถึงนกเขาไม่ขัน ถ้ายังไม่มีลูกก็ยังไม่ต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัดนะครับ

3.ค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละวิธีแล้วดูความเหมาะสมจากข้อ 1 กับ 2 ข้างต้นมาพิจารณารวมกันการรักษาแต่ละชนิดย่อมมีผลข้างเคียงที่ต่างกัน ดูความคุ้มได้คุ้มเสีย เช่น

3.1 การควบคุมฮอร์โมนเพศชาย โดยการทานยาลดฮอร์โมนเพื่อลดการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือใช้การตัดเอาอัณฑะออกก็จะเป็นการกำจัดฮอร์โมนออกโดยถาวร

3.2 การใช้รังสีรักษา หรือการฝังแร่รังสี ในกรณีการฝั่งแร่รังสีมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อแร่ 1 ก้อน เป็นการฝั่งเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง อาจจะเกิดผลข้างเคียงเป็น ปัสสาวะมีเลือดปน อสุจิมีเลือดปน อวัยวะใกล้เคียงได้รับผลกระทบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงอักเสบ เป็นต้น

3.3 การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองอวัยวะใกล้เคียงออก มีผลในเรื่องการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ และสมถรรภาพทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ

3.4 เคมีบำบัด มักใช้เพื่อเข้าไปควบคุมในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายแล้วและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

จากตรงนี้หลายๆคนคงพอเห็นเป็นแนวทางการพิจารณาได้

Similar Posts

  • ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

    หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ? เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ 1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR 2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α…

  • เจ็บหลังหลั่ง เจ็บโคนน้องชาย ปวดฝีเย็บ อาการต่อมลูกหมากอักเสบที่ไม่ควรมองข้าม

    เพื่อนๆพี่ๆคนไหนเคยมีอาการเจ็บขณะมีการหลั่ง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หลังช่วยตัวเอง หรือมีอาการปวดท้องน้อย หัวหน่าว นั้นแสดงว่าอาจเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังชนิดไม่มีเชื้อโดยจะมีอาการแสดงตามนี้ ลองเช็คตัวเองดูได้ครับ 1.ปวดเรื้อรังบริเวณอัณฑะ หัวหน่าว องคชาต หรือเจ็บเสียวในท่อปัสสาวะ 2.บางครั้งจะมีอาการปวดขาหนีบ เอว ร่วมด้วยได้ 3.มีอาการปวดขณะหลั่งอสุจิ หรือหลังหลั่งอสุจิได้เช่นกัน 4.มีอาการปัสสะวะแสบขัด เป็นๆหายๆ มาถึงตรงนี้หลายๆคนคงสงสัยว่าแล้วคนส่วนใหญ่ที่เป็นจากสถิติชอบเจ็บส่วนไหนมากที่สุด ? มีการเก็บวิจัยกันเลยทีเดียว เจอคนที่เจ็บที่ฝีเย็บมากที่สุด รองลงมาเป็นที่องคชาตหรืออัณฑะ รองลงมาอีกเป็นตรงหัวเหน่า[1] นะครับแบบนี้คงหายสงสัย หรือจะลองเอาไปถามเพื่อนๆที่เป็นดูว่าได้สถิติตรงกันไหมสนุกๆก็ได้นะครับ ส่วนสาเหตุเกิดได้จากการกระแทกบ่อยๆ การปั่นจักรยาน หรือตอนฉี่อาจจะชอบเกร็งหูรูดโดยไม่รู้ตัว อาจจะมาจากความเคยชินหรือความเครียด หรือเกิดจากสารที่หลั่งจากต่อมลูกหมาก พวกน้ำเลี้ยงอสุจิสีขาวๆได้ไหลซึมเข้าไปในเนื้อต่อมลูกหมากตกค้างจนเกิดปฎิกิริยาการอักเสบในต่อมลูกหมาก ส่วนนี้น่าจะมาจากการกลั้นหลั่งเมื่อจะถึงจุดสุดยอด ทำให้อสุจิมีการคั่งค้างได้ แม้แต่การมีนิ่วหรือหินปูนในต่อมลูกหมาก ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งถ้าจะเอานิ่วออกก็ต้องผ่าตัดออก ต้องคว้านเนื้อต่อมลูกหมากออกด้วยเช่นกันแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะเอานิ่วออกไม่หมดซะทีเดียวเมื่อต่อมลูกหมากอักเสบมันก็จะบวมแดงขึ้น ไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะแสบขัดในที่สุด จากภาพจะเห็นว่าฝั่งซ้ายคือต่อมลูกหมากปกติ ฝั่งขวาคือต่อมลูกหมากอักเสบก็จะบวมแดง ไปเบียดท่อปัสสาวะ อาการของโรคนี้มักเป็นๆหายๆ รักษาได้แค่การบรรเทาอาการเท่านั้น เช่น ใช้ยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการหดเกร็งทำให้อาการปวดกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะขัดดีขึ้น หากใครที่มีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจโรค โดยแพทย์จะนำน้ำปัสสาวะ และน้ำจากการนวดต่อมลูกหมากไปตรวจดูเม็ดเลือดขาวและเพาะเชื้อเพื่อจำแนกการอักเสบ เพราะบางทีอาจจะเห็นการอักเสบเรื้อรังชนิดพบเชื้อ จะได้ใช้ยาปฎิชีวนะเพื่อกำจัดเชื้อให้หาย และถ้าเพื่อนๆพี่ๆคนไหนเป็นโรคนี้แล้วแนะนำให้ แช่ก้นในน้ำร้อน…

  • ท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

    เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า มีท่าออกกำลังกายที่เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ดีคือ ท่าสควอท ใครเข้าออกฟิสเนสบ่อยน่าจะเคยได้ยินชื่อ ท่านี้สามารถได้ออกกำลังโดนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อ ขา สะโพก เอว น่อง แก่นกลางลำตัวแข็งแรง ซึ่งดีมากทำให้เราเดินได้มั่นคง สำคัญมากๆเพราะคนอายุเยอะจะมีอุบัติเหตุล้มหัวฝาดพื้น ตามที่เคยได้ยินข่าว จนกลายเป็นหลอดเลือดเลือดเดินไม่ได้ เพราะการทรงตัวการยืนของเราไม่ดีจากกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงนี้ละครับ!! ต่อไปมาดูวิธีการทำท่าสควอทนะครับ!! ท่าสควอท มีวิธีทำท่าสควอทตามนี้ 1.แยกขาให้เท่าระยะหัวไหล่ ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า กุมมือทั้งสองไว้ที่ระดับอก 2.ย่อเข่าลงให้ได้ 90 องศา ย่อโดยที่ไม่ให้หัวเข่าล้ำเกินปลายเท้า 3.ขณะย่อให้เกร็งท้อง ทำท่านั้งลงเหมือนจะนั้งเก้าอี้ เอียงตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้น้ำหนักลงที่ส้นเท้าทั้งสอง 4.จากนั้นดันตัวกลับที่เดิมนับเป็น 1 ครั้ง โดยให้ทำ 4 เซต เซตละ 10 ครั้ง หากทำคล่องตัวแล้วมีกำลังมากพอแล้วสามารถเพิ่มน้ำหนักโดยการถือดัมเบลได้ ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าร่างกายชินแล้วควรเพิ่มระดับความหนักหรือไม่ ? หากร่างกายชินแล้วอาจจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนอง ไม่หลั่งฮอร์โมนเพศชายเพิ่มได้ ดังนั้นควรเพิ่มระดับความหนักเพิ่มขึ้น เราจะรู้ได้ไงว่าเราหักโหมออกกำลังกายหนักไป ? ถ้าออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายเครียดและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะการนอนไม่หลับ จะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงได้ ดูจากอาการแสดงคือ อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง อารมณ์ทางเพศลดลง…

  • บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

    รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ? ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • เมนูอาหารและเครื่องดื่มแนะนำสำหรับผู้ชายวัยทอง

    ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายต้องใช้คอเลสเตอรอลในการผลิต โดยร่างกายจะมีเอนไซน์ในการแปลงสภาพจากคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนเพศชาย โดยจะมีสังกะสีมาช่วยให้เอ็นไซน์แปรสภาพฮอร์โมนดีขึ้น  และสังกะสียังเร่งเอนไซน์หลายๆตัวในร่างกายอีกด้วย ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น มีประโยชน์ในหลายๆทางมากครับ ในเมื่อมันทำงานแบบนี้แล้วเราจึงต้องกินอาหารกลุ่มที่มี ไขมัน คอเลสเตอรอลและสังกะสี ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง 1.ไข่แดง ในไข่แดงมีโอเมก้า 3 สูง และมีวิตามินดีสูง ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ แต่ก็ควรระวังในคนที่มีไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจควรจำกัดการกินไม่ให้มากเกินไป เพราะในคนอายุเยอะมักชอบมีปัญหาไขมันในเลือดสูง ไปเกาะหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงมาด้วย จนหลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น พาลพาทำให้หลอดเลือดจู๋แข็งตัวไม่ยืดหยุ่น เลยแข็งตัวไม่ดี เสื่อมไปในที่สุด!! ข้อควรระวัง ไม่ควรทานไข่ไก่คู่กับน้ำส้มสายชู เพราะกรดแอซีติกในน้ำส้มสายชูจะทำปฎิกิริยากับโปรตีนในไข่ไก่เกิดเป็นสารที่ย่อยยากทำให้กระเพาะลำไส้แปรปรวนได้ 2.กระเทียม มีสารอัลลิซินซึ่งช่วยลดความเครียดและทำให้ร่างกายสมดุลขึ้น เมื่อความเครียดลดลงจึงมีผลช่วยเสริมให้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มง่ายขึ้นไม่ถูกรบกวนจากฮอร์โมนเครียดนั้นเอง 3.พริก มีสารแคปไซซินที่ให้รสเผ็ดในพริก สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ 4.ทับทิม น้ำทับทิมช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ ลดความดันโลหิต ลดความเครียดได้ เหมาะกับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เรียกว่าครบเครื่องสำหรับคนสูงอายุกันเลยทีเดียว น้ำทับทิม ส่วนประกอบ 1.เมล็ดทับทิม 5 ถ้วย 2.น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ 3.เกลือป่น ¼ ช้อนชา 4.น้ำเปล่าต้มสุก 5 ถ้วย…