เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?
จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !!
ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ
1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า
2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไปจนถึงนกเขาไม่ขัน ถ้ายังไม่มีลูกก็ยังไม่ต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัดนะครับ
3.ค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละวิธีแล้วดูความเหมาะสมจากข้อ 1 กับ 2 ข้างต้นมาพิจารณารวมกันการรักษาแต่ละชนิดย่อมมีผลข้างเคียงที่ต่างกัน ดูความคุ้มได้คุ้มเสีย เช่น
3.1 การควบคุมฮอร์โมนเพศชาย โดยการทานยาลดฮอร์โมนเพื่อลดการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือใช้การตัดเอาอัณฑะออกก็จะเป็นการกำจัดฮอร์โมนออกโดยถาวร
3.2 การใช้รังสีรักษา หรือการฝังแร่รังสี ในกรณีการฝั่งแร่รังสีมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อแร่ 1 ก้อน เป็นการฝั่งเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง อาจจะเกิดผลข้างเคียงเป็น ปัสสาวะมีเลือดปน อสุจิมีเลือดปน อวัยวะใกล้เคียงได้รับผลกระทบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงอักเสบ เป็นต้น
3.3 การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองอวัยวะใกล้เคียงออก มีผลในเรื่องการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ และสมถรรภาพทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ
3.4 เคมีบำบัด มักใช้เพื่อเข้าไปควบคุมในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายแล้วและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย
จากตรงนี้หลายๆคนคงพอเห็นเป็นแนวทางการพิจารณาได้
