ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังหายเองได้ไหม รักษาอย่างไร?

หลายๆคนที่มีอาการต่อมลูกหมากอักเสบเช่น ปวดฝีเย็บ เจ็บฝีเย็บตอนนั้งเก้าอี้ ไม่สบายท้องน้อยหน่วงๆเสียวๆ มีอาการเจ็บตอนหลั่งหรือหลังหลั่ง อสุจิมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลคล้ำ ปัสสาะขัด เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก บางคนก็ไม่กล้าไปหาหมอ แต่อยากรู้ว่าถ้าหากไม่รักษาจะหายเองได้ไหม ?

คำตอบจากสถิติคือบางคนที่ดูแลตัวเอง วิ่ง ออกกำลังกาย ปรับความถี่การหลั่งอสุจิ ก็พอบรรเทาให้อาการเบาลงได้จนแค่มีรู้สึกตึงๆหน่วงๆไม่เจ็บ หรือเกือบๆหายแต่ไม่ถึงกับหายขาดซะทีเดียว แต่ควบคุมอาการได้ ส่วนคนที่ไปรักษากับหมอก็ต้องใช้เวลา โรคนี้ถ้าจะรักษาควรให้เวลาขั้นต่ำประมาณ 6 เดือนในการรักษา กินยาต่อเนื่อง มีบางคนกินยาไปประมาณ 1 ปี ดีขึ้นมากๆก็มีครับ บางคน 5 เดือน บางคน 2 ปี ก็มีครับ ถ้าคิดจะรักษาต้องใจเย็นๆนะครับอย่าเปลี่ยนหมอถี่กันเกินไป

แล้วการรักษาได้ยาอะไรบ้าง ?

นั้นเพราะว่าการอักเสบอาจจะเกิดจากเชื้อแปลกปลอม หรืออาจจะเป็นเชื้อประจำถิ่นเป็นเชื้อที่มีในร่างกายอยู่แล้วแต่ไม่มีอาการและเชื้อบางชนิดเอาไปเพาะเชื้อตรวจก็ไม่ขึ้น หมอเลยวินิจฉัยว่าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่พบเชื้อ ซึ่งจริงอาจจะมีเชื้อนั้นแหละ!! แต่เชื้อตัวนั้นมันไม่เติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ เลยเพาะไม่ขึ้น หมอเลยจะให้ยาปฎิชีวนะไว้ก่อน และต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่ยาเข้าถึงได้ยาก ต้องได้รับยานาน อาจจะ 1-3 เดือน จะได้ยาอะไรก็ขึ้นกับเชื้อที่ตรวจพบ มาดูยาแต่ละกลุ่มกันครับ

1.ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone) เช่น ซิโพรฟลอกซาลิน (Ciprofloxacin) โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin) ลีโวฟลอกซาซิน (Levofloxacin) มอกสิฟลอกซาซิน (Moxifloxacin)

2.ยาไตรเมโทพริม (Trimethoprim)

3.ยากลุ่มแมคโครไลด์ (Macrolide) เช่น อิริโทรมัยซิน (Erythromycin) อาซิโทรมัยซิน (Azithromycin) คลาริโทรมัยซิน (Clarithromycin)

4.ยาด็อกซีซัยคลิน (Doxycycline)

ไม่ควรซื้อยาปฎิชีวนะมากินด้วยตัวเองโดยที่ยังไม่รู้เชื้อที่แท้จริง เพราะถ้ากินผิดตัวไม่ตรงเชื้อโรคอาจจะไม่หาย แถมการกินยาปฎิชีวนะบ่อยๆมีโอกาสทำให้เชื้อดื้อยาได้ พอถึงคราวที่ต้องใช้ยาจริงๆก็จะใช้ยาไม่ได้ผลนะครับ

มีอีกสาเหตุหนึ่งคือมีการเกร็งตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมากเกินไป แบบเป็นเองอัตโนมัติไม่รู้ตัว เลยทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบหรือมีอาการเจ็บ ปัสสาวะขัดได้ หมอเลยให้ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบมาด้วยกินเพื่อปรับให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย พอกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากไม่เกร็ง หูรูดผ่อนคลาย ก็ฉี่คล่องขึ้น ง่ายขึ้น ไม่มีปัสสาวะตกค้าง ก็ลดโอกาสที่เชื้อตกค้างในปัสสาวะค้าง ลดการอักเสบได้นั้นเอง เช่น

1.ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น บาโคลเฟน (Baclofen) ไดอะซิแพม (Diazepam) เมโทคาร์บามอล (Methocarbamol)

แต่ทางที่ดีก็ควรไปพบหมอเพื่อตรวจแยกโรคให้ชัดเจนก่อนนะครับ ส่วนใหญ่ทางเดินปัสสาวะเป็นหมอผู้ชายครับ ไม่ต้องอายครับ

Similar Posts

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…

  • อสุจิปนเลือดในผู้สูงอายุควรระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก

    หากท่านชายคนไหนมีเลือดปนในน้ำอสุจิ อาจจะเป็นตอนช่วยตัวเอง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หรือจากการฝันเปียกก็ตาม ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ แต่ถ้าหากมีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยอาการอสุจิปนเลือดเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น 1.อวัยวะเพศได้รับการกระแทกรุนแรงจากอุบัติเหตุ  2.จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการช่วยตนเองที่รุนแรงเกินไป ซึ่งในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมทางเพศ อาการควรจะหายไปใน 1-2 วัน หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัว 3.เกิดจากต่อมลูกหมากโตจนไปเบียดท่อฉีดอสุจิตัน กระทบท่อปัสสาวะ 4.เกิดจากวิธีการรักษาโรคก่อนหน้าที่จะเป็น เช่น การฉายแสงต่อมลูกหมาก การทำหมัน การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก เพราะวิธีการเหล่านี้ต้องมีการเจาะ ฉีดเข้าไปในต่อมลูกหมากจนมีบาดแผล การผ่าตัดริดสีดวงทวารก็อาจจะมีการบาดเจ็บลามไปถึงต่อมลูกหมากได้ 5.เกิดจากการติดเชื้อและมีการอักเสบเช่น อัณฑะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ หนองใน หนองในเทียม ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดพบเชื้อ ท่อนำอสุจิอักเสบ จึงมีเลือดออก 6.มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 7.ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานาน ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี อาการนี้อาจจะหายไปได้เอง แต่ถ้าไม่หายใน 1-2 วันควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าแท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ถ้าใครมีอายุเกิน 40 ปี ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีโอกาสเจอได้ เพราะในผู้ชายที่อายุมากๆ 80-90…

  • อาการปัสสาวะขัดในท่านชายสูงอายุอาจเป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโต

    ท่านชายหลายๆคนพออายุมากขึ้น บางคนเริ่มมีอาการปัสสาวะขัดเป็นๆหายๆเป็นเรื้อรัง นั้นอาจเป็นสัญญาณของอาการต่อมลูกหมากโต โดยธรรมชาติของผู้ชายต่อมลูกหมากจะค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆตามวัย พอเข้าวัยรุ่นฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ที่หลั่งจากอัณฑะจะไปกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวมากขึ้นและจะโตเต็มที่ตอนวัยรุ่นมีน้ำหนักประมาณ 20 กรัม และจะมีขนาดคงที่ไประยะหนึ่ง จนถึงอายุ 45 ปี ต่อมลูกหมากจะค่อยๆขยายตัวขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆจนถึงวัยชรา พอนานๆเข้าต่อมลูกหมากก็จะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปไปกดเบียดท่อปัสสาวะ พองตัวดันล้ำเข้าไปในขั่วกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะลำบากมีน้ำปัสสาวะค้างตามในรูปฝั่งขวามือที่แสดง มักออกอาการตอนอายุ 55 ปี แต่พบมากที่สุดคือช่วงอายุ 60-80 ปี ซึ่งถ้าโตมากๆอาจจะมีน้ำหนัก 180-220 กรัมได้ จากปกติแต่หนัก 20 กรัม ใหญ่ขึ้นจากเดิมตั้ง 6-11 เท่า ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันลักษณะโครงสร้างของต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสะวะ ของผู้ชายก่อนแล้วลองมาเทียบกับคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต เพื่อให้พวกเราเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดอาการปัสสาวะขัดได้ จากรูปฝั่งซ้ายเป็นต่อมลูกหมากปกติ ส่วนรูปฝั่งขวาเป็นต่อมลูกหมากโต โดยปกติต่อมลูกหมากจะมีท่อเชื่อมด้านหลังต่อกับต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและท่อปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะจะมาเชื่อมกัน ต่อมลูกหมากจะมีหน้าที่ในการสร้างน้ำเมือกสีขาวคล้ายนมเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอสุจิคิดเป็นปริมาณ 15 % ของปริมาณน้ำเชื้อ และพอถึงจุดสุดยอดกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากนี้ละที่บีบตัวเอาน้ำอสุจิออกมาส่วนนี้เอง ทำให้บางคนที่ไปผ่าตัดต่อมลูกหมากออกไปมีปัญหาถึงจุดสุดยอดโดยไม่หลั่งเพราะขาดแรงบีบน้ำอสุจิไปนั้นเอง  เมื่อต่อมลูกหมากโตมากขึ้นจนไปเบียดท่อทางเดินปัสสาวะ และอาจโตไปเบียดขั่วกระเพาะปัสสาวะ ปิดทางท่อปัสสาวะ ทำให้ทำให้การขับถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดอาการปัสสาวะขัดและมีอาการปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะได้ทำให้มีโอกาสเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะที่อุดตั้นไม่ว่าจากนิ่วหรือต่อมลูกหมากโต ทำให้เชื้อในปัสสาวะไม่ถูกระบายออกไป เชื้อเจริญเติบโตจนทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะไปรบกวนระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อยได้…

  • ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

    หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ? เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ 1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR 2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α…

  • หัวล้านในผู้ชายเป็นเรื่องปกติหรือป่าว หรือผิดปกติ ?

    หลายๆคนสมัยยังหนุ่มยังแน่นผมยังดกดำ พอโตๆขึ้นเริ่มมีพัฒนาการ หน้าผากกว้างขึ้น หัวเถิก และถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าผู้หญิงไม่ค่อยเป็นกันนะครับ สรุปแล้วอาหารหัวเถิกหรือหัวล้านเป็นเรื่องปกติไหมที่ผู้ชายจะเป็นหรือเป็นเพราะเราดูแลสุขภาพไม่ดีเอง วันนี้เราจะมาดูเรื่องนี้กันครับ อาการหัวล้านในผู้ชายมาจากพันธุกรรมที่ได้รับมาและการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งใครจะออกอาการเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยฮอร์โมนเพศชายจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่ง DHT จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้รากเส้นผมฝ่อลง แคบลง จนเส้นผมบางลงและหลุดร่วงในที่สุด เราว่าดูกันครับว่าหัวล้านจะเริ่มล้านจากส่วนไหนของหนังศีรษะ โดยจะมีจุดที่เริ่ม 3 แบบและมีแบบผสม 1 แบบคือ ที่ผมร่วงแล้วหัวล้านจะเป็นที่เส้นผมด้านหน้ากับตรงกลางกระหม่อมแต่ด้านข้างกับท้ายทอยไม่ร่วงก็เพราะเส้นผมช่วงด้านหน้ากับตรงกลางมีตัวรับฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) แต่เส้นผมด้านหลังกับด้านข้างไม่มีนั้นเอง ทำให้ฮอร์โมน DHT ไม่มีผลกับเส้นผมส่วนนี้!! เวลาที่แพทย์จะทำการปลูกผมจึงดึงเอาส่วนผมด้านหลังมาปลูกด้านหน้ากับกลางกระหม่อมทำให้เส้นผมที่ปลูกถ่ายใหม่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน เส้นผมที่ปลูกถ่ายก็จะอยู่ถาวรกว่านั้นเอง ยังมีอย่างอื่นอีกที่ทำให้ผมร่วงได้แก่ ฉะนั้นเป็นเรื่องปกตินะครับที่ผู้ชายจะหัวล้านเมื่ออายุมากขึ้น แต่จะหัวล้านแบบไหนดูแนวโน้มพันธุกรรมที่ได้จากญาติๆผู้ชายที่เป็นสายตรงได้ครับ บางคนยังไม่ถึงอายุ 30+ แค่ 20+ ก็เริ่มมีอาการแล้วก็มีครับ ใครที่สองกระจกดูแล้วเริ่มมีปัญหา จะทำไงดีลองไปดูวิธีรักษากันได้ คลิกเลย

  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก ทำไงดี ?

    บางคนหลังจากผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากออก พอหลังจากผ่าตัดอาจจะมีอาการข้างเคียงได้เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาการพวกนี้จะขึ้นกับวิธีการผ่าตัดของหมอด้วย ยังไงก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับวิธีการผ่าตัดแต่ละแบบกันก่อนนะครับ 1.การผ่าตัดแบบเปิด เป็นการผ่าตัดเปิดทางช่องท้องช่วงล่าง ซึ่งวิธีนี้ดีที่มีราคาถูก มีหมอทำเทคนิคผ่าตัดนี้เป็นมากที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ซึ่งวิธีนี้จะเลาะตัดต่อมน้ำเหลืองได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ แต่วิธีนี้บาดแผลจะใหญ่ยาวประมาณ 1 ฝ่ามือ บริเวณช่องท้อง ต้องนอนพักฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น และมีโอกาสที่จะเสียเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากไป เมื่อเสียเส้นประสาทนี้ไปจะทำให้มีโอกาสอวัยวะเพศไม่แข็งตัวและกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ 2.การผ่าตัดแบบเจาะ ใช้การเจาะรูหน้าท้อง 5 รู มี 4 รูเป็นแผล 1 เซนติเมตร ส่วนอีกรูเป็นแผล 5 เซนติเมตร ใช้กล้องขนาดเล็กส่องร่วมกับการผ่าตัด วิธีนี้ก็จะแผลเล็ก บาดเจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวไวนอนโรงพยาบาลแค่ 4-5 วัน และกลับมาปกติภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่วิธีนี้จะผ่าตัดเลาะต่อน้ำเหลืองได้ยากกว่า และมีราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 2-3 เท่า 3.การผ่าตัดแบบเจาะโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คล้ายกับการผ่าตัดแบบเจาะ แต่มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยทำให้มีความแม่นยำสูง มีโอกาสเก็บเส้นประสาทข้างต่อมลูกหมากมากที่สุด ทำให้ไม่ค่อยเกิดปัญหากลั้นปัสสาวะไ่ม่อยู่ แต่วิธีนี้ก็ราคาแพงกว่าการผ่าตัดแบบเปิด 5-6 เท่า นั้นก็คือการผ่าตัดทำให้เสียประสาทรอบต่อมลูกหมากเสียหาย รวมถึงกล้ามเนื้อหูรูดเสียหาย ต้องสวนสายปัสสาวะคาไว้ในช่วงที่ฟื้นตัว จึงทำให้ควบคุมการกลั้นปัสสาวะการแข็งตัวของอวัยวะเพศมีปัญหาตามไปด้วย…