เตือน!! โรคกษัยในผู้ชาย อายุมากแล้วมักเป็นกันทุกคน

ถ้าเราคุยกับคนแก่ๆ ในชนบทซักหน่อย ในสมัยก่อนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “กษัย” สมัยนี้ใครเป็นโปรนวด ชอบไปนวดตามที่ต่างๆก็จะเคยได้ยินคำว่า “นวดกษัย” คำว่านวดกษัยในวงการนวดจะรู้กันว่ามันคือ นวดแก้สรรถภาพทางเพศเสื่อมนั้นเอง เป็นการนวดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็วจากกล้ามเนื้อแถวอุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “กษัย” มีความหมายกว้างกว่านั้นครับ

กษัย ในทางแพทย์แผนไทยจะหมายถึงโรคที่เกิดจาก “ความเสื่อม” ของร่างกายเป็นได้จากการเจ็บป่วยในโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมาก่อน แล้วมีการอักเสบไม่หายขาดตอนหลังอวัยวะในร่างกายที่อักเสบก็เสื่อมสภาพลง กลายเป็นโรคกษัยนั้นเอง หรือการกระแทกช้ำในบางจุดจนเลือดคั่งเกาะเป็นก้อน นานวันเข้าอวัยวะที่เกาะก็พลอยเสื่อมลงด้วย ก็พัฒนากลายเป็นกษัยบางชนิดได้เช่นเดียวกัน

ซึ่งในคนอายุมากๆแก่แล้วร่างกายเสื่อมสภาพก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกษัยได้ ในคัมภีร์กษัย มีกษัยชนิดหนึ่งที่มีอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากเลยคือ ทำให้ฉี่ขัด ฉี่บ่อยๆ มีไหลหยดย้อย(ฉี่กระปริดกะปรอย) ปวดเมื่อยบั้นเอว นั้นคือ กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต

กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต แปลไทยเป็นไทยได้ว่า กล่อนแห้งที่เกิดเพราะเส้นมุตฆาตนั้นเอง

เส้นมุตฆาต เป็นเส้นสมมุติในทางแพทย์แผนไทยอยู่ต่ำจากสะดือ 2 นิ้ว ลึกลงไป 2 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก

มีอาการทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย หยดย้อย(ปัสสาวะเล็ด) ปวดถ่วง เมื่อยบั้นเอว ต้นขา ซึ่งใกล้เคียงกับอาการของต่อมลูกหมากโตและเป็นโรคความเสื่อมที่มักพบในคนอายุเยอะเลยตรงเงื่อนไขของคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตเลยนะครับ

ในตำรามีบอกสูตรยาสมุนไพรแก้อาการไว้ ไปดูต่อคลิก ที่นี้ เลยครับ

Similar Posts

  • หาเพื่อนแก้เหงาในวัยทอง ลดโอกาสสมองเสื่อมได้นะ

    ในช่วงวัยทองของผู้ชาย มีฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายๆคน อาจะรู้สึกกังวล ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนโดยไม่มีสาเหตุ ไหนจะอาการขี้หลงขี้ลืมอีก บางคนอาจจะรู้สึกความจำเริ่มไม่ค่อยดีนิดๆตั้งแต่ช่วง 30 หรือ 35 มาแล้วก็ได้ บางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าเรื่องของความจำและอารมณ์มันส่งผลซึ่งกันและกันได้ หลายๆคนคงไม่รู้ว่าเพียงความเหงานั้นสามารถทำร้ายสมองได้ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นาน ความเหงาจะส่งผลต่อสมองทำให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความทรงจำหดตัวเล็กลง ซึ่งความเหงาที่ว่ามานี้ก็รวมทั้งความเหงาที่รู้สึกเหงาแม้อยู่ท่ามกลางผู้คน และความเหงาที่รู้สึกเหงาเพราะไม่ได้เจอผู้คนเลยเช่นกัน ร่างกายจะเกิดความเครียดต่อเนื่องเรื้อรัง มีการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนเครียดมากระตุ้นร่างกายตลอดเวลา ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง และเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เกิดความหวาดระแวงเพิ่มขึ้นเพราะความเครียดกระตุ้นร่างกายเป็นเวลานาน มันคงเหมือนความรู้สึกเครียดที่รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเรา ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวก็เป็นได้ครับ ซึ่งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองก็ไม่ดีต่อสมองทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมง่ายขึ้นไปอีก !! ยิ่งถ้าใครรู้สึกเหงานานติดต่อกันเกิน 6 เดือนขึ้นไป มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคทางจิตเวช มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หลงผิด คิดว่ามีคนจะมาทำร้ายตัวเองก็มี ส่วนคนที่มีความเหงาต่อเนื่องสะสมนาน 3-4 ปีขึ้นไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงมากขึ้น ฉะนั้นถ้าเรารู้สึกเหงา ลองเปิดใจคุยกับภรรยาหรือถ้าใครที่โสดก็หาเพื่อนคุย ใครซักคนที่ช่วยผ่อนคลายความเหงาเราได้ หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนก็ดีนะครับ

  • ตำรับยาโรคต่อมลูกหมากโตในแพทย์แผนไทย

    จากตอนที่แล้วอาการที่คล้ายต่อมลูกหมากโตคือ กล่อนแห้งเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต (ใครยังไม่ได้อ่านคลิก ที่นี้ เพื่อตามอ่านได้ครับ) ที่ทำให้มีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ดต่างๆ มีบอกยาแก้ในคัมภีร์กษัยไว้หลายสูตร เราลองมาดูกันว่าเขามีการวางยาแก้อย่างไง สูตรที่ 1 ประกอบด้วย แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ใบราชพฤกษ์ ดอกราชพฤกษ์ รากราชพฤกษ์ แก่นราชพฤกษ์ กระพี้ราชพฤกษ์ ดีปลี เถาสะค้าน รากชะพลู รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง รากคาคลอง รากตาลโตนด หัศคุณไทย หัสคุณเทศ สมอไทย สมอพิเภก สมอเทศ มะขามป้อม พริกไทย สิ่งละ 1 ส่วน รากแจง 20 ส่วน ต้มกิน ตัวยาในสูตร มีสรรพคุณดังนี้ แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ตัวยา 5 อย่างนี้รวมกันจะใช้สำหรับ แก้พิษโลหิต บำรุงกำลัง…

  • ท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

    เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า มีท่าออกกำลังกายที่เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ดีคือ ท่าสควอท ใครเข้าออกฟิสเนสบ่อยน่าจะเคยได้ยินชื่อ ท่านี้สามารถได้ออกกำลังโดนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อ ขา สะโพก เอว น่อง แก่นกลางลำตัวแข็งแรง ซึ่งดีมากทำให้เราเดินได้มั่นคง สำคัญมากๆเพราะคนอายุเยอะจะมีอุบัติเหตุล้มหัวฝาดพื้น ตามที่เคยได้ยินข่าว จนกลายเป็นหลอดเลือดเลือดเดินไม่ได้ เพราะการทรงตัวการยืนของเราไม่ดีจากกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงนี้ละครับ!! ต่อไปมาดูวิธีการทำท่าสควอทนะครับ!! ท่าสควอท มีวิธีทำท่าสควอทตามนี้ 1.แยกขาให้เท่าระยะหัวไหล่ ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า กุมมือทั้งสองไว้ที่ระดับอก 2.ย่อเข่าลงให้ได้ 90 องศา ย่อโดยที่ไม่ให้หัวเข่าล้ำเกินปลายเท้า 3.ขณะย่อให้เกร็งท้อง ทำท่านั้งลงเหมือนจะนั้งเก้าอี้ เอียงตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้น้ำหนักลงที่ส้นเท้าทั้งสอง 4.จากนั้นดันตัวกลับที่เดิมนับเป็น 1 ครั้ง โดยให้ทำ 4 เซต เซตละ 10 ครั้ง หากทำคล่องตัวแล้วมีกำลังมากพอแล้วสามารถเพิ่มน้ำหนักโดยการถือดัมเบลได้ ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าร่างกายชินแล้วควรเพิ่มระดับความหนักหรือไม่ ? หากร่างกายชินแล้วอาจจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนอง ไม่หลั่งฮอร์โมนเพศชายเพิ่มได้ ดังนั้นควรเพิ่มระดับความหนักเพิ่มขึ้น เราจะรู้ได้ไงว่าเราหักโหมออกกำลังกายหนักไป ? ถ้าออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายเครียดและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะการนอนไม่หลับ จะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงได้ ดูจากอาการแสดงคือ อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง อารมณ์ทางเพศลดลง…

  • รู้ไหม? สมุนไพรดีปลี ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก!!

    จากบทความที่ผ่านๆ จะเห็นว่าในตำรับยาไทยที่ช่วยเรื่องต่อมลูกหมากโต(คลิกอ่านที่นี้) กับต่อมลูกหมากอักเสบ(คลิกอ่านที่นี้) จะเห็นว่าในสูตรจะมี ดีปลี อยู่ในสูตรยา วันนี้เราจะมาดูกันว่าดีปลีมีฤทธิ์ช่วยอะไรบ้างกันนะครับ ในสมัยก่อนหลายๆขนชาติจะมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง เกิดเป็นการแพทย์แผนโบราณกับการแพทย์พื้นบ้านตามถิ่นนั้น แต่ที่มีความเจริญมากๆในสมัยก่อนก็จะเป็นที่จีน(การแพทย์แผนจีน) กับอินเดีย(การแพทย์อายุรเวท) ในเมืองไทยก็จะได้รับวิชามาจากทั้งทางจีนและอินเดีย ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีการค้าขายกับต่างชาติ ทุกวันนี้ก็ยังมีรองรอยเหลืออยู่ จะสังเกตว่าถ้าเราไปเยาวราช ก็จะมีร้านขายยาจีน มีแพทย์แผนจีน หรือสมัยนี้คนจบแพทย์แผนไทยเยอะ มาเปิดคลินิกจนเห็นได้ง่ายขึ้น หรือคนเก่าๆแก่ๆสมัยก่อนจะมีการใช้สมุนไพรอยู่บ้าง ที่นี้พอสมัยใหม่ก็มีการเอาวิทยาศาสตร์มาศึกษา พิสูจน์ ว่าสมุนไพรมันมีดีอะไร ฤทธิ์อะไร ทำให้เข้าใจสมุนไพรมากขึ้นมีหลักฐานมากขึ้น และทุกวันนี้ก็ยังมีการศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราเห็นได้มากขึ้นว่ามีฤทธิ์ที่ใช้ตรงกับสมัยโบราณไหมที่แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีนใช้ไหม? ในแพทย์แผนไทย ดีปลี จะช่วยเรื่อง แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม จากสรรพคุณที่แพทย์แผนไทยใช้จะเห็นว่า ดีปลี ออกฤทธิ์กับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ยังแก้ริดสีดวงนั้นก็คือช่วยเรื่องหลอดเลือด และไส้ตรง พอเราเห็นแนวโน้มว่ามันช่วยเรื่องอะไรหรือออกฤทธิ์จุดไหน นักวิทยาศาสตร์ก็จะสนใจเอามาศึกษาว่ามีฤทธิ์จริงไหม…

  • เปิดคัมภีร์แพทย์แผนไทย ต้านต่อมลูกหมากอักเสบ

    บทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจาก โรคต่อมลูกหมากอักเสบในแพทย์แผนไทย เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้อ่านลองไปติดตามอ่านกันก่อนนะครับ กดที่นี้ ตอนนี้เราลองมาดูตำรับยาที่แก้อาการแต่ละชนิดโดยผมจะยกตัวอย่างมาบางตำรับนะครับ 1.ยาแก้ทุราวสา ปัสสาวะสีขาวดังน้ำข้าวเช็ด ตำรับยาประกอบด้วย[1] ให้เอา การบูร ๑ เทียนดำ ๑ ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ แห้วหมู ๑ ขิงแห้ง ๑ เสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกิน ลองมาดูสรรพคุณของแต่ละตัวกันนะครับ การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้ ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขิงแห้ง แก้ลมพานไส้ แก้แน่นทรวงอก แก้ลมเสียดแทง…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…