รู้ไหม? สมุนไพรดีปลี ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก!!

จากบทความที่ผ่านๆ จะเห็นว่าในตำรับยาไทยที่ช่วยเรื่องต่อมลูกหมากโต(คลิกอ่านที่นี้) กับต่อมลูกหมากอักเสบ(คลิกอ่านที่นี้) จะเห็นว่าในสูตรจะมี ดีปลี อยู่ในสูตรยา วันนี้เราจะมาดูกันว่าดีปลีมีฤทธิ์ช่วยอะไรบ้างกันนะครับ

ในสมัยก่อนหลายๆขนชาติจะมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง เกิดเป็นการแพทย์แผนโบราณกับการแพทย์พื้นบ้านตามถิ่นนั้น แต่ที่มีความเจริญมากๆในสมัยก่อนก็จะเป็นที่จีน(การแพทย์แผนจีน) กับอินเดีย(การแพทย์อายุรเวท)

ในเมืองไทยก็จะได้รับวิชามาจากทั้งทางจีนและอินเดีย ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีการค้าขายกับต่างชาติ ทุกวันนี้ก็ยังมีรองรอยเหลืออยู่ จะสังเกตว่าถ้าเราไปเยาวราช ก็จะมีร้านขายยาจีน มีแพทย์แผนจีน หรือสมัยนี้คนจบแพทย์แผนไทยเยอะ มาเปิดคลินิกจนเห็นได้ง่ายขึ้น หรือคนเก่าๆแก่ๆสมัยก่อนจะมีการใช้สมุนไพรอยู่บ้าง

ที่นี้พอสมัยใหม่ก็มีการเอาวิทยาศาสตร์มาศึกษา พิสูจน์ ว่าสมุนไพรมันมีดีอะไร ฤทธิ์อะไร ทำให้เข้าใจสมุนไพรมากขึ้นมีหลักฐานมากขึ้น และทุกวันนี้ก็ยังมีการศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราเห็นได้มากขึ้นว่ามีฤทธิ์ที่ใช้ตรงกับสมัยโบราณไหมที่แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีนใช้ไหม?

ในแพทย์แผนไทย ดีปลี จะช่วยเรื่อง แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม

จากสรรพคุณที่แพทย์แผนไทยใช้จะเห็นว่า ดีปลี ออกฤทธิ์กับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ยังแก้ริดสีดวงนั้นก็คือช่วยเรื่องหลอดเลือด และไส้ตรง พอเราเห็นแนวโน้มว่ามันช่วยเรื่องอะไรหรือออกฤทธิ์จุดไหน นักวิทยาศาสตร์ก็จะสนใจเอามาศึกษาว่ามีฤทธิ์จริงไหม ถ้ามีน่าจะออกฤทธิ์ต่อเชื้ออะไรบ้าง เราลองมาดูผลการทดลองที่เขาได้ศึกษาแล้วได้ผลออกมานะครับ

ดีปลีมีฤทธิ์ทางชีวภาพดังนี้

1.ฤทธิ์ต้านมะเร็ง

  • สาร pipernonaline จากดีปลีช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก (ทั้งชนิด PC-3 cell line และ LN-CAP cell line) ในหลอดทดลองได้[1]
  • สารสกัดน้ำผสมแอลกอฮอล์ของดีปลี มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งลำไส้ (Colo205 cell line) ในหลอดทดลองได้[1]
  • สารสกัดเมทานอลของดีปลี มีฤทธิ์เป็นพิษกับเซลล์มะเร็งตับ (Hep G2 cell line)[1]
  • สารสกัดจากรากดีปลียังยั้งการโตของเซลล์มะเร็งเต้านม (MCF-7 cell line)[1]

2.ฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน

  • หนูทดลองที่กินสารสกัดแอลกอฮอล์จากผลดีปลีมีจำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นถึง 142%[1]

3.ฤทธิ์ต้านเชื้อโรค

  • ในผู้ป่วยต่อมลูกหมากอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ E.coil ประมาณ 3%[2] ซึ่งสารสกัดจากดีปลีมีฤทธิ์ต้านเชื้อ E.coil ได้[1]
  • สารสกัดดีปลีมีฤทธิ์ต้านเชื้อไข้ไทฟอยด์ Salmonella typhi และต้านเชื้อบิด Shigella dysenteriae
4.ฤทธิ์คลายการหดตัวของหลอดเลือดในช่องท้อง
  • สาร piperrine กับ piperlonguminine จากสารสกัดดีปลีช่วยขยายหลอดเลือดในช่องท้องที่ไปเลี้ยงลำไส้(mesenteric artery) ทำให้เลือดไปเลี้ยงลำไส้ดีขึ้นและลดความดันโลหิตได้[1]

ถ้าเพื่อนๆอ่านแล้วลองคิดตามก็จะพอเห็นภาพใช่ไหมครับ ว่ามีหลายๆอย่างที่สอดคล้องกัน ในสรรพคุณแบบแพทย์แผนไทย เช่น เอามาใช้รักษาริดสีดวง เพราะมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดในช่องท้อง ช่วยปรับแรงดันในหลอดเลือดริดสีดวง ที่หลอดเลือดโป่งพองเพราะการไหลเวียนไม่ดี มีแรงดันในหลอดเลือด การไหลเวียนและระบายเลือดไม่ดี รวมทั้งช่วยให้เลือดไปเลี้ยงต่อมลูกหมากได้ดีขึ้น ส่งเสริมให้ยาไปถึงได้ดีขึ้น ซึ่งการที่เลือดไปเลี้ยงในช่องท้องลงขาได้ดีก็สัมพันธ์กับที่บอกว่า แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) คือให้เลือดไปเลี้ยงท้องน้อย ต้นขาดีขึ้นนั้นเอง

และการเป็นริดสีดวงก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ เพราะทำให้ไส้ตรงมีการอักเสบซ้ำๆ ซึ่งดีปลีมีฤทธิ์ต้านมะเร็งลำไส้ จึงเป็นการช่วยเสริมลดความเสี่ยงได้อีกทางไว้ล่วงหน้า และยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อ E.coil ช่วยลดเชื้อที่ทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบได้ และยังต้านเชื้อบิดอีกด้วย

ดังนั้นเมื่อใช้ร่วมกับยาสมุนไพรตัวอื่นเพื่อเสริมฤทธิ์ส่วนอื่นๆในตำรับก็จะทำให้สรรพคุณครอบคลุมมากขึ้น

อ้างอิง

[1]Biswas, Protha, et al. “Piper longum L.: A comprehensive review on traditional uses, phytochemistry, pharmacology, and health‐promoting activities.” Phytotherapy Research 36.12 (2022): 4425-4476.

[2]De la Rosette, J. J. M. C. H., et al. “Diagnosis and treatment of 409 patients with prostatitis syndromes.” Urology 41.4 (1993): 301-307.

Similar Posts

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

    จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !! ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ 1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า 2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี…

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…

  • ไม่อยากเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรทานอะไรป้องกัน

    1.มะเขือเทศ ในมะเขือเทศมีสารไลโคปีน (Lycophene) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดี และลดอัตราการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 33% ยิ่งมะเขือเทศมีสีแดงยิ่งมีสารไลโคปีนสูง โดยสารนี้จะแตกตัวออกมามากขึ้นเมื่อผ่านความร้อน ดังนั้นก่อนจะนำมะเขือเทศมาทานแนะนำให้นำลูกมะเขือเทศมาบั้งด้วยมีด 1 ครั้ง แล้วแช่ลงในน้ำเดือนสักครู่ จึงยกขึ้นแช่น้ำเย็น แล้วจึงนำไปทำอาหาร ไม่ควรทานแบบดิบๆเพราะจะได้สารไลโคปีนน้อย สารไลโคปีนช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งทางเดินอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกได้  เมนูมะเขือเทศ ซุปมะเขือเทศ ส่วนประกอบ 1.น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ 2.หอมใหญ่ 1 หัว 3.กระเทียม 15 กรัม 4.เซเลอรี 30 กรัม 5.เกลือปริมาณเล็กน้อย 6.มะเขือเทศ 20 ลูก 7.ใบกระวาน 2 ใบ 8.พริกไทยปริมาณเล็กน้อย 9.น้ำตาลทรายเล็กน้อย 10.น้ำซุปผัก 1 ถ้วย วิธีทำ 1.บั้งมะเขือเทศ นำไปต้มในน้ำเดือดสักครู่ และนำออกมาแช่เย็น 2.ลอกเปลือกออก ตัดขั่ว คว้านเนื้อมะเขือเทศแยกออกมา 3.จากนั้นตั้งน้ำมัน…

  • เมนูอาหารและเครื่องดื่มแนะนำสำหรับผู้ชายวัยทอง

    ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายต้องใช้คอเลสเตอรอลในการผลิต โดยร่างกายจะมีเอนไซน์ในการแปลงสภาพจากคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนเพศชาย โดยจะมีสังกะสีมาช่วยให้เอ็นไซน์แปรสภาพฮอร์โมนดีขึ้น  และสังกะสียังเร่งเอนไซน์หลายๆตัวในร่างกายอีกด้วย ทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายดีขึ้น มีประโยชน์ในหลายๆทางมากครับ ในเมื่อมันทำงานแบบนี้แล้วเราจึงต้องกินอาหารกลุ่มที่มี ไขมัน คอเลสเตอรอลและสังกะสี ลองมาดูกันนะครับว่ามีอะไรบ้าง 1.ไข่แดง ในไข่แดงมีโอเมก้า 3 สูง และมีวิตามินดีสูง ช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ แต่ก็ควรระวังในคนที่มีไขมันในเลือดสูง หรือโรคหัวใจควรจำกัดการกินไม่ให้มากเกินไป เพราะในคนอายุเยอะมักชอบมีปัญหาไขมันในเลือดสูง ไปเกาะหลอดเลือด ความดันโลหิตสูงมาด้วย จนหลอดเลือดแข็งตัว ไม่ยืดหยุ่น พาลพาทำให้หลอดเลือดจู๋แข็งตัวไม่ยืดหยุ่น เลยแข็งตัวไม่ดี เสื่อมไปในที่สุด!! ข้อควรระวัง ไม่ควรทานไข่ไก่คู่กับน้ำส้มสายชู เพราะกรดแอซีติกในน้ำส้มสายชูจะทำปฎิกิริยากับโปรตีนในไข่ไก่เกิดเป็นสารที่ย่อยยากทำให้กระเพาะลำไส้แปรปรวนได้ 2.กระเทียม มีสารอัลลิซินซึ่งช่วยลดความเครียดและทำให้ร่างกายสมดุลขึ้น เมื่อความเครียดลดลงจึงมีผลช่วยเสริมให้ฮอร์โมนเพศชายเพิ่มง่ายขึ้นไม่ถูกรบกวนจากฮอร์โมนเครียดนั้นเอง 3.พริก มีสารแคปไซซินที่ให้รสเผ็ดในพริก สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ 4.ทับทิม น้ำทับทิมช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายได้ ลดความดันโลหิต ลดความเครียดได้ เหมาะกับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เรียกว่าครบเครื่องสำหรับคนสูงอายุกันเลยทีเดียว น้ำทับทิม ส่วนประกอบ 1.เมล็ดทับทิม 5 ถ้วย 2.น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ 3.เกลือป่น ¼ ช้อนชา 4.น้ำเปล่าต้มสุก 5 ถ้วย…

  • ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังหายเองได้ไหม รักษาอย่างไร?

    หลายๆคนที่มีอาการต่อมลูกหมากอักเสบเช่น ปวดฝีเย็บ เจ็บฝีเย็บตอนนั้งเก้าอี้ ไม่สบายท้องน้อยหน่วงๆเสียวๆ มีอาการเจ็บตอนหลั่งหรือหลังหลั่ง อสุจิมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลคล้ำ ปัสสาะขัด เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก บางคนก็ไม่กล้าไปหาหมอ แต่อยากรู้ว่าถ้าหากไม่รักษาจะหายเองได้ไหม ? คำตอบจากสถิติคือบางคนที่ดูแลตัวเอง วิ่ง ออกกำลังกาย ปรับความถี่การหลั่งอสุจิ ก็พอบรรเทาให้อาการเบาลงได้จนแค่มีรู้สึกตึงๆหน่วงๆไม่เจ็บ หรือเกือบๆหายแต่ไม่ถึงกับหายขาดซะทีเดียว แต่ควบคุมอาการได้ ส่วนคนที่ไปรักษากับหมอก็ต้องใช้เวลา โรคนี้ถ้าจะรักษาควรให้เวลาขั้นต่ำประมาณ 6 เดือนในการรักษา กินยาต่อเนื่อง มีบางคนกินยาไปประมาณ 1 ปี ดีขึ้นมากๆก็มีครับ บางคน 5 เดือน บางคน 2 ปี ก็มีครับ ถ้าคิดจะรักษาต้องใจเย็นๆนะครับอย่าเปลี่ยนหมอถี่กันเกินไป แล้วการรักษาได้ยาอะไรบ้าง ? นั้นเพราะว่าการอักเสบอาจจะเกิดจากเชื้อแปลกปลอม หรืออาจจะเป็นเชื้อประจำถิ่นเป็นเชื้อที่มีในร่างกายอยู่แล้วแต่ไม่มีอาการและเชื้อบางชนิดเอาไปเพาะเชื้อตรวจก็ไม่ขึ้น หมอเลยวินิจฉัยว่าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่พบเชื้อ ซึ่งจริงอาจจะมีเชื้อนั้นแหละ!! แต่เชื้อตัวนั้นมันไม่เติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ เลยเพาะไม่ขึ้น หมอเลยจะให้ยาปฎิชีวนะไว้ก่อน และต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่ยาเข้าถึงได้ยาก ต้องได้รับยานาน อาจจะ 1-3 เดือน จะได้ยาอะไรก็ขึ้นกับเชื้อที่ตรวจพบ มาดูยาแต่ละกลุ่มกันครับ 1.ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone) เช่น ซิโพรฟลอกซาลิน…