เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !!

ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ

1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า

2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ไปจนถึงนกเขาไม่ขัน ถ้ายังไม่มีลูกก็ยังไม่ต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัดนะครับ

3.ค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่ละวิธีแล้วดูความเหมาะสมจากข้อ 1 กับ 2 ข้างต้นมาพิจารณารวมกันการรักษาแต่ละชนิดย่อมมีผลข้างเคียงที่ต่างกัน ดูความคุ้มได้คุ้มเสีย เช่น

3.1 การควบคุมฮอร์โมนเพศชาย โดยการทานยาลดฮอร์โมนเพื่อลดการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือใช้การตัดเอาอัณฑะออกก็จะเป็นการกำจัดฮอร์โมนออกโดยถาวร

3.2 การใช้รังสีรักษา หรือการฝังแร่รังสี ในกรณีการฝั่งแร่รังสีมีค่าใช้จ่ายสูงมากต่อแร่ 1 ก้อน เป็นการฝั่งเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง อาจจะเกิดผลข้างเคียงเป็น ปัสสาวะมีเลือดปน อสุจิมีเลือดปน อวัยวะใกล้เคียงได้รับผลกระทบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ ริดสีดวงอักเสบ เป็นต้น

3.3 การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออก รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองอวัยวะใกล้เคียงออก มีผลในเรื่องการควบคุมการถ่ายปัสสาวะ และสมถรรภาพทางเพศ การแข็งตัวของอวัยวะเพศ

3.4 เคมีบำบัด มักใช้เพื่อเข้าไปควบคุมในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายแล้วและเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย

จากตรงนี้หลายๆคนคงพอเห็นเป็นแนวทางการพิจารณาได้

Similar Posts

  • ยารักษาต่อมลูกหมากโตมีผลข้างเคียงอะไรไหม ?

    คนอายุเยอะๆแบบพวกเรา 40-50 ปี พอเป็นต่อมลูกหมากโตปัญหาหนักใจเลยคือต้องมาทรมานกับอาการฉี่ขัด กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เวลาเดินทางไกลเดียวๆต้องแวะเข้าห้องน้ำตลอดทาง ตอนนอนหลับพออายุเยอะแล้วนอนไม่ค่อยหลับ ต้องตื่นมาฉี่กลางคืน ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี พอไปรักษาบางคนเลือกผ่าตัดคว้านเนื้อต่อมลูกหมากจบๆ แต่บางคนกลัวเจ็บขอกินยารักษาคุมอาการแทน บางคนเลือกกินยา ยาต่อมลูกหมากจะไปเน้นการออกฤทธิ์ 2 อย่างคือ 1.ยาลดการหดตัวของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมาก พอเวลากล้ามเนื้อต่อมลูกหมากคลายตัวต่อมที่บีบท่อปัสสาวะก็คลายก็ฉี่ออกง่าย ยาส่วนนี้ได้ผลเร็ว แก้ไขปัญหาฉี่ขัดในระยะสั้นได้ดี เช่น ยา prazosin, doxazosin, terazosin, alfuzosin, tamsulosin 2.ยาลดขนาดต่อมลูกหมาก โดยไปควบคุมฮอร์โมนเพศชายไว้ ปกติต่อมลูกหมากจะโตจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศชาย พอฮอร์โมนถูกระงับต่อมเลยฝ่อลดขนาดลง เป็นยาที่กินระยะยาวซึ่งกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป เช่น ยา finasteride, dutasteride ทีนี้ตัวยาเวลาเรากินเข้าไปยาก็ถูกดูดซึมแล้วก็วิ่งเข้าไปในกระแสเลือดไปทั่วร่างกายและก็ไปออกฤทธิ์ในจุดที่ยาจับกับเซลล์เป้าหมายได้ซึ่งบางครั้งเซลล์ที่จับได้ก็ไม่ได้มีเฉพาะต่อมลูกหมากหรืออัณฑะ ฉะนั้นยาจึงออกฤทธิ์โดนในส่วนอื่นด้วยมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้น ต่อไปผมจะพาไปทำความเข้าใจกับยาแต่ละชนิดนะครับ 1.ยาลดการหดตัวของกล้ามเนื้อต่อมลูกหมาก ก่อนอื่นเราจะต้องเข้าใจก่อนนะครับว่ากล้ามเนื้อในร่างกายเรามี 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ กล้ามเนื้อลาย กับ กล้ามเนื้อเรียบ ซึ่งกล้ามเนื้อลายจะเป็นกล้ามเนื้อที่เราสามารถบังคับได้โดยตรง อยู่ในอำนาจจิตใจเช่น แขน ขา กล้ามเนื้อที่ใช้ขยับตัว ส่วนกล้ามเนื้อเรียบมักจะเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อในอวัยวะภายใน เช่น…

  • อาการปัสสาวะขัดในท่านชายสูงอายุอาจเป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโต

    ท่านชายหลายๆคนพออายุมากขึ้น บางคนเริ่มมีอาการปัสสาวะขัดเป็นๆหายๆเป็นเรื้อรัง นั้นอาจเป็นสัญญาณของอาการต่อมลูกหมากโต โดยธรรมชาติของผู้ชายต่อมลูกหมากจะค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆตามวัย พอเข้าวัยรุ่นฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ที่หลั่งจากอัณฑะจะไปกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวมากขึ้นและจะโตเต็มที่ตอนวัยรุ่นมีน้ำหนักประมาณ 20 กรัม และจะมีขนาดคงที่ไประยะหนึ่ง จนถึงอายุ 45 ปี ต่อมลูกหมากจะค่อยๆขยายตัวขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆจนถึงวัยชรา พอนานๆเข้าต่อมลูกหมากก็จะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปไปกดเบียดท่อปัสสาวะ พองตัวดันล้ำเข้าไปในขั่วกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะลำบากมีน้ำปัสสาวะค้างตามในรูปฝั่งขวามือที่แสดง มักออกอาการตอนอายุ 55 ปี แต่พบมากที่สุดคือช่วงอายุ 60-80 ปี ซึ่งถ้าโตมากๆอาจจะมีน้ำหนัก 180-220 กรัมได้ จากปกติแต่หนัก 20 กรัม ใหญ่ขึ้นจากเดิมตั้ง 6-11 เท่า ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันลักษณะโครงสร้างของต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสะวะ ของผู้ชายก่อนแล้วลองมาเทียบกับคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต เพื่อให้พวกเราเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดอาการปัสสาวะขัดได้ จากรูปฝั่งซ้ายเป็นต่อมลูกหมากปกติ ส่วนรูปฝั่งขวาเป็นต่อมลูกหมากโต โดยปกติต่อมลูกหมากจะมีท่อเชื่อมด้านหลังต่อกับต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและท่อปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะจะมาเชื่อมกัน ต่อมลูกหมากจะมีหน้าที่ในการสร้างน้ำเมือกสีขาวคล้ายนมเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอสุจิคิดเป็นปริมาณ 15 % ของปริมาณน้ำเชื้อ และพอถึงจุดสุดยอดกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากนี้ละที่บีบตัวเอาน้ำอสุจิออกมาส่วนนี้เอง ทำให้บางคนที่ไปผ่าตัดต่อมลูกหมากออกไปมีปัญหาถึงจุดสุดยอดโดยไม่หลั่งเพราะขาดแรงบีบน้ำอสุจิไปนั้นเอง  เมื่อต่อมลูกหมากโตมากขึ้นจนไปเบียดท่อทางเดินปัสสาวะ และอาจโตไปเบียดขั่วกระเพาะปัสสาวะ ปิดทางท่อปัสสาวะ ทำให้ทำให้การขับถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดอาการปัสสาวะขัดและมีอาการปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะได้ทำให้มีโอกาสเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะที่อุดตั้นไม่ว่าจากนิ่วหรือต่อมลูกหมากโต ทำให้เชื้อในปัสสาวะไม่ถูกระบายออกไป เชื้อเจริญเติบโตจนทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะไปรบกวนระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อยได้…

  • ใครกินยารักษาหัวล้านแล้วจู๋ไม่แข็งต้องรู้ วิธีบรรเทาอาการข้างเคียงของยา!!

    ถ้าใครกินยาปลูกผมหวังจะรักษาอาการหัวล้าน ผมร่วง แล้วเจอปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หมดอารมณ์ทางเพศ บิ้วเท่าไรก็ไม่ขึ้นจะทำไงดี ? ครั้นจะปล่อยหัวล้านก็ทำให้ดูแก่ไปอีก คงไม่มีใครอยากดูแก่ ยิ่งบางคนอายุแค่ 30 ต้นๆออกอาการแล้ว ไม่ไหวๆ บางคนยังไม่มีแฟนเลยเดียวจะหาแฟนยากไปใหญ่ ในเมื่อเราตัดสินใจจะรักษาต้องกินยา แถมยานี้ต้องกินระยะยาวถึงจะเห็นผล งั้นคงต้องหาวิธีอยู่กับมันให้ได้โดยการลดผลข้างเคียง เราลองมาดูวิธีที่น่าจะช่วยได้บ้าง ? เรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศ จะแข็งตัวได้ต้องมีอารมณ์กับหลอดเลือดแดงที่อวัยวะเพศขยายตัว การที่หลอดเลือดขยายตัวได้เพราะในหลอดเลือดมีการหลั่งสารที่ชื่อว่า ไนตริกออกไซด์ (NO) พอหลั่งออกมาก็จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบในหลอดเลือดคลายตัว หลอดเลือดขยาย ทำให้เลือดวิ่งเข้าจู๋ของเรานั้นเอง แต่เจ้าสารไนตริกออกไซด์มันจะเกิดขึ้นแปปเดียวในช่วงที่หลอดเลือดขยายตัว แล้วก็สลายตัวเร็วมาก พอมันสลายตัวหลอดเลือดหดตัวจู๋ก็หดนั้นเอง ยาไวอาก้าที่เราเคยได้ยินกินแล้วทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ เพราะมันไปยับยั้งไม่ให้เจ้าไนตริคออกไซต์ถูกทำลายได้นั้นเอง หลอดเลือดก็จะคลายตัวค้างไว้ อวัยวะเพศก็จะแข็งตัวค้างได้ !! ดังนั้นเรามาดูกันว่าอะไรบ้างที่ช่วยเสริมให้ร่างกายสร้างไนตริคออกไซด์ได้ดีขึ้น 1.ทานอาหารที่มีกรดอะมิโน แอล-อาร์จินีน (L-arginine) ที่จำเป็นในการสร้างไนตริกออกไซด์ หรือจะทานอาหารเสริมที่มีแอล-อาร์จินีนก็ได้เช่นกัน 2.ทานสังกะสี (zinc) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่เป็น cofactor ในการสังเคราะห์ไนตริกออกไซด์ พบใน 3.การออกกำลังกายมี 2 แบบที่ช่วยได้ 3.1 แบบแอโรบิค ที่ความหนักแบบที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังสามารถพูดคุยได้โดยไม่เหนื่อยหอบ เป็นเวลา 30…

  • ทำอย่างไรเมื่อผู้ชายเป็นวัยทอง ?

    เพื่อนๆพี่ๆน้องๆรู้กันใช่ไหม ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้!! แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อจัดการกับอาการวัยทองในผู้ชาย ? ง่ายๆเลยนะ ใครหงุดหงิดบ่อย รู้ไหมนั่นอาจเพราะว่าฮอร์โมนเพศชายของเราลดลงมาก!! จนเกิดปัญหาขึ้น ทำให้อารมณ์เราแปรปรวนง่าย สังเกตบ้างไหม ว่าภรรเมียที่บ้านเราเริ่มบ่นแล้ว!! ถ้ารู้ตัวแล้วเรามาปรับอาหารกันดีกว่าครับ แนะนำให้ทาน พืชตระกูลหอม หอมหัวใหญ่และต้นหอม ซึ่งมีสารเควอร์ซิทิน (quercetin) ช่วยลดไขมันในเลือด ป้องกันหลอดเลือดอุตตัน ทานพืชตระกูลถั่ว ผักใบเขียว หอยนางรมที่อุดมด้วยสังกะสีที่ช่วยสร้างฮอร์โมนเพศชาย  แล้วลดฮอร์โมนเพศหญิงลงด้วยการทานกะหล่ำปลี ทางด้านจิตใจควรออกไปเข้าสังคม เพื่อลดอาการซึมเศร้าลง หนีเมียไปเจอเพื่อนบ้างจะได้ไม่คิดมาก พยายามมองโลกในแง่ดี เพื่อลดความเครียด  ทางด้านร่างกายควรออกกำลังกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่ครั้งละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์ เป็นส่วนหลัง ส่วนขา เช่น การยกน้ำหนัก ให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรง และที่สำคัญต้องทานอาหารและพักผ่อนเพียงพอเพื่อให้ร่างกายมีสารอาหารไปสร้างฮอร์โมนเพศชายได้ ควรใช้การออกกำลังกายกับกล้ามเนื้อทุกมัดจะดีกว่าการออกกำลังกายใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆมัดเดียว เช่น ออกกำลังกายแบบแอโรบิก เต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ จะช่วยลดไขมันส่วนเกิน ลดความอ้วน ลดรอบพุงได้  ใครสนใจท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชายกดเข้าไปอ่านได้เลยที่นี้ การปรับพฤติกรรมการนอนหลับเพื่อเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย โดยการนอนหลับวันละ 7-10 ชั่วโมง ควรเข้านอนในช่วง 3-5 ทุ่ม…

  • มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ 1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย 2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ 3.อายุ…

  • รู้ไหม? สมุนไพรดีปลี ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก!!

    จากบทความที่ผ่านๆ จะเห็นว่าในตำรับยาไทยที่ช่วยเรื่องต่อมลูกหมากโต(คลิกอ่านที่นี้) กับต่อมลูกหมากอักเสบ(คลิกอ่านที่นี้) จะเห็นว่าในสูตรจะมี ดีปลี อยู่ในสูตรยา วันนี้เราจะมาดูกันว่าดีปลีมีฤทธิ์ช่วยอะไรบ้างกันนะครับ ในสมัยก่อนหลายๆขนชาติจะมีการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคไม่ว่าจะเป็นฝั่งยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง เกิดเป็นการแพทย์แผนโบราณกับการแพทย์พื้นบ้านตามถิ่นนั้น แต่ที่มีความเจริญมากๆในสมัยก่อนก็จะเป็นที่จีน(การแพทย์แผนจีน) กับอินเดีย(การแพทย์อายุรเวท) ในเมืองไทยก็จะได้รับวิชามาจากทั้งทางจีนและอินเดีย ตั้งแต่สมัยก่อนที่มีการค้าขายกับต่างชาติ ทุกวันนี้ก็ยังมีรองรอยเหลืออยู่ จะสังเกตว่าถ้าเราไปเยาวราช ก็จะมีร้านขายยาจีน มีแพทย์แผนจีน หรือสมัยนี้คนจบแพทย์แผนไทยเยอะ มาเปิดคลินิกจนเห็นได้ง่ายขึ้น หรือคนเก่าๆแก่ๆสมัยก่อนจะมีการใช้สมุนไพรอยู่บ้าง ที่นี้พอสมัยใหม่ก็มีการเอาวิทยาศาสตร์มาศึกษา พิสูจน์ ว่าสมุนไพรมันมีดีอะไร ฤทธิ์อะไร ทำให้เข้าใจสมุนไพรมากขึ้นมีหลักฐานมากขึ้น และทุกวันนี้ก็ยังมีการศึกษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราเห็นได้มากขึ้นว่ามีฤทธิ์ที่ใช้ตรงกับสมัยโบราณไหมที่แพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีนใช้ไหม? ในแพทย์แผนไทย ดีปลี จะช่วยเรื่อง แก้ริดสีดวง แก้เส้นปัตคาตเส้นอัมพฤกษ์ (แนวกล้ามเนื้อบริเวณท้องน้อย หัวเหน่า ขา) บำรุงไฟธาตุ แก้หืด ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบ แก้ปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยให้เจริญอาหาร ขับลม จากสรรพคุณที่แพทย์แผนไทยใช้จะเห็นว่า ดีปลี ออกฤทธิ์กับระบบทางเดินอาหาร การติดเชื้อทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ ยังแก้ริดสีดวงนั้นก็คือช่วยเรื่องหลอดเลือด และไส้ตรง พอเราเห็นแนวโน้มว่ามันช่วยเรื่องอะไรหรือออกฤทธิ์จุดไหน นักวิทยาศาสตร์ก็จะสนใจเอามาศึกษาว่ามีฤทธิ์จริงไหม…