ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ

เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ?

เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี

เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ

ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ

1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR

2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α

3.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดเบต้า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์เบต้า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER β

ทีนี้ในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับ ER α อยู่เยอะยิ่งในระยะแพร่กระจายยิ่งมีเยอะ และมี ER β อยู่ 11.3 % มีน้อย ซึ่งตรงข้ามกับเซลล์ต่อมลูกหมากปกติที่มีตัวรับ ER β อยู่ 95 % ดังนั้นถ้าทำให้เซลล์มะเร็งลดตัวรับ ER β ลงก็จะลดความรุนแรงของเซลล์มะเร็งได้ ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อลงและแพร่กระจายช้าลงนั้นเอง

ในการรักษาอีกทางหนึ่งการลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายจากอัณฑะลง โดยอัณฑะจะผลิตฮอร์โมนเพศชายเพราะได้รับฮอร์โมนสั่งการจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าที่ชื่อว่า ลูทีไนซิงฮอร์โมน (Luteinizing hormone หรือเรียกย่อว่า LH) มากระตุ้นอัณฑะให้ผลิต จากนั้นฮอร์โมนเพศชายจะกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมากเติบโตได้ เมื่อลดการสร้างฮอร์โมนลงก็จะทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อเล็กลงนั้นเอง

บทบาทของสารพฤกษเคมีจากถั่วเหลืองในการป้องกันเซลล์มะเร็ง

ในถั่วเหลืองจะมีสารที่มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงเรียกว่า ไอโซฟลาโวน (isoflavones) โดยจะมีตัวที่สำคัญอยู่ 2 ชนิดคือ สารเจนิสติน (genistein) และ เดดซีน (daizein)

สารเจนิสติน (genistein) และ เดดซีน (daizein)

ซึ่งสาร ไอโซฟลาโวน (isoflavones) จะไปออกฤทธิ์กดต่อมใต้สมองส่วนหน้าไม่ให้ผลิต ลูทีไนซิงฮอร์โมน ไปกระตุ้นอัณฑะได้ ทำให้อัณฑะผลิตฮอร์โมนเพศชายน้อยลงนั้นเอง

และในอีกทางสารเจนิสติน (genistein) จะไปจับกับตัวรับ ER β ทำให้ตัวรับ ER β เพิ่มขึ้นและลด ER α ลงทำให้เซลล์มะเร็งหยุดแบ่งตัว ทำให้เซลล์มะเร็งฝ่อลง และระงับการแพร่กระจายเซลล์มะเร็ง[1]

อ้างอิง

[1] Chaipratep, Em-on. “ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองในมะเร็งต่อมลูกหมาก.” EAU Heritage Journal Science and Technology 9.2 (2015): 89-98.

Similar Posts

  • หาเพื่อนแก้เหงาในวัยทอง ลดโอกาสสมองเสื่อมได้นะ

    ในช่วงวัยทองของผู้ชาย มีฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายๆคน อาจะรู้สึกกังวล ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนโดยไม่มีสาเหตุ ไหนจะอาการขี้หลงขี้ลืมอีก บางคนอาจจะรู้สึกความจำเริ่มไม่ค่อยดีนิดๆตั้งแต่ช่วง 30 หรือ 35 มาแล้วก็ได้ บางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าเรื่องของความจำและอารมณ์มันส่งผลซึ่งกันและกันได้ หลายๆคนคงไม่รู้ว่าเพียงความเหงานั้นสามารถทำร้ายสมองได้ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นาน ความเหงาจะส่งผลต่อสมองทำให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความทรงจำหดตัวเล็กลง ซึ่งความเหงาที่ว่ามานี้ก็รวมทั้งความเหงาที่รู้สึกเหงาแม้อยู่ท่ามกลางผู้คน และความเหงาที่รู้สึกเหงาเพราะไม่ได้เจอผู้คนเลยเช่นกัน ร่างกายจะเกิดความเครียดต่อเนื่องเรื้อรัง มีการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนเครียดมากระตุ้นร่างกายตลอดเวลา ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง และเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เกิดความหวาดระแวงเพิ่มขึ้นเพราะความเครียดกระตุ้นร่างกายเป็นเวลานาน มันคงเหมือนความรู้สึกเครียดที่รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเรา ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวก็เป็นได้ครับ ซึ่งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองก็ไม่ดีต่อสมองทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมง่ายขึ้นไปอีก !! ยิ่งถ้าใครรู้สึกเหงานานติดต่อกันเกิน 6 เดือนขึ้นไป มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคทางจิตเวช มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หลงผิด คิดว่ามีคนจะมาทำร้ายตัวเองก็มี ส่วนคนที่มีความเหงาต่อเนื่องสะสมนาน 3-4 ปีขึ้นไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงมากขึ้น ฉะนั้นถ้าเรารู้สึกเหงา ลองเปิดใจคุยกับภรรยาหรือถ้าใครที่โสดก็หาเพื่อนคุย ใครซักคนที่ช่วยผ่อนคลายความเหงาเราได้ หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนก็ดีนะครับ

  • เตือน!! โรคกษัยในผู้ชาย อายุมากแล้วมักเป็นกันทุกคน

    ถ้าเราคุยกับคนแก่ๆ ในชนบทซักหน่อย ในสมัยก่อนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “กษัย” สมัยนี้ใครเป็นโปรนวด ชอบไปนวดตามที่ต่างๆก็จะเคยได้ยินคำว่า “นวดกษัย” คำว่านวดกษัยในวงการนวดจะรู้กันว่ามันคือ นวดแก้สรรถภาพทางเพศเสื่อมนั้นเอง เป็นการนวดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็วจากกล้ามเนื้อแถวอุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “กษัย” มีความหมายกว้างกว่านั้นครับ กษัย ในทางแพทย์แผนไทยจะหมายถึงโรคที่เกิดจาก “ความเสื่อม” ของร่างกายเป็นได้จากการเจ็บป่วยในโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมาก่อน แล้วมีการอักเสบไม่หายขาดตอนหลังอวัยวะในร่างกายที่อักเสบก็เสื่อมสภาพลง กลายเป็นโรคกษัยนั้นเอง หรือการกระแทกช้ำในบางจุดจนเลือดคั่งเกาะเป็นก้อน นานวันเข้าอวัยวะที่เกาะก็พลอยเสื่อมลงด้วย ก็พัฒนากลายเป็นกษัยบางชนิดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในคนอายุมากๆแก่แล้วร่างกายเสื่อมสภาพก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกษัยได้ ในคัมภีร์กษัย มีกษัยชนิดหนึ่งที่มีอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากเลยคือ ทำให้ฉี่ขัด ฉี่บ่อยๆ มีไหลหยดย้อย(ฉี่กระปริดกะปรอย) ปวดเมื่อยบั้นเอว นั้นคือ กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต แปลไทยเป็นไทยได้ว่า กล่อนแห้งที่เกิดเพราะเส้นมุตฆาตนั้นเอง เส้นมุตฆาต เป็นเส้นสมมุติในทางแพทย์แผนไทยอยู่ต่ำจากสะดือ 2 นิ้ว ลึกลงไป 2 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก มีอาการทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย หยดย้อย(ปัสสาวะเล็ด) ปวดถ่วง เมื่อยบั้นเอว ต้นขา ซึ่งใกล้เคียงกับอาการของต่อมลูกหมากโตและเป็นโรคความเสื่อมที่มักพบในคนอายุเยอะเลยตรงเงื่อนไขของคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตเลยนะครับ ในตำรามีบอกสูตรยาสมุนไพรแก้อาการไว้ ไปดูต่อคลิก ที่นี้…

  • บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

    รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ? ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน…

  • อาการปัสสาวะขัดในท่านชายสูงอายุอาจเป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโต

    ท่านชายหลายๆคนพออายุมากขึ้น บางคนเริ่มมีอาการปัสสาวะขัดเป็นๆหายๆเป็นเรื้อรัง นั้นอาจเป็นสัญญาณของอาการต่อมลูกหมากโต โดยธรรมชาติของผู้ชายต่อมลูกหมากจะค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆตามวัย พอเข้าวัยรุ่นฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ที่หลั่งจากอัณฑะจะไปกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวมากขึ้นและจะโตเต็มที่ตอนวัยรุ่นมีน้ำหนักประมาณ 20 กรัม และจะมีขนาดคงที่ไประยะหนึ่ง จนถึงอายุ 45 ปี ต่อมลูกหมากจะค่อยๆขยายตัวขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆจนถึงวัยชรา พอนานๆเข้าต่อมลูกหมากก็จะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปไปกดเบียดท่อปัสสาวะ พองตัวดันล้ำเข้าไปในขั่วกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะลำบากมีน้ำปัสสาวะค้างตามในรูปฝั่งขวามือที่แสดง มักออกอาการตอนอายุ 55 ปี แต่พบมากที่สุดคือช่วงอายุ 60-80 ปี ซึ่งถ้าโตมากๆอาจจะมีน้ำหนัก 180-220 กรัมได้ จากปกติแต่หนัก 20 กรัม ใหญ่ขึ้นจากเดิมตั้ง 6-11 เท่า ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันลักษณะโครงสร้างของต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสะวะ ของผู้ชายก่อนแล้วลองมาเทียบกับคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต เพื่อให้พวกเราเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดอาการปัสสาวะขัดได้ จากรูปฝั่งซ้ายเป็นต่อมลูกหมากปกติ ส่วนรูปฝั่งขวาเป็นต่อมลูกหมากโต โดยปกติต่อมลูกหมากจะมีท่อเชื่อมด้านหลังต่อกับต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและท่อปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะจะมาเชื่อมกัน ต่อมลูกหมากจะมีหน้าที่ในการสร้างน้ำเมือกสีขาวคล้ายนมเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอสุจิคิดเป็นปริมาณ 15 % ของปริมาณน้ำเชื้อ และพอถึงจุดสุดยอดกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากนี้ละที่บีบตัวเอาน้ำอสุจิออกมาส่วนนี้เอง ทำให้บางคนที่ไปผ่าตัดต่อมลูกหมากออกไปมีปัญหาถึงจุดสุดยอดโดยไม่หลั่งเพราะขาดแรงบีบน้ำอสุจิไปนั้นเอง  เมื่อต่อมลูกหมากโตมากขึ้นจนไปเบียดท่อทางเดินปัสสาวะ และอาจโตไปเบียดขั่วกระเพาะปัสสาวะ ปิดทางท่อปัสสาวะ ทำให้ทำให้การขับถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดอาการปัสสาวะขัดและมีอาการปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะได้ทำให้มีโอกาสเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะที่อุดตั้นไม่ว่าจากนิ่วหรือต่อมลูกหมากโต ทำให้เชื้อในปัสสาวะไม่ถูกระบายออกไป เชื้อเจริญเติบโตจนทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะไปรบกวนระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อยได้…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • แก้นอนไม่หลับสำหรับผู้ชายวัยทองด้วยโยคะท่าง่ายๆ แต่ได้ผลดี

    พอเข้าวัยทองเพื่อนๆคนไหนมีอารมณ์แปรปรวน คิดมากนู้นนี้ นอนไม่หลับ อารมณ์ไม่นิ่งเลย รู้สึกใครทำอะไรไม่ได้ดังใจ จนทำให้ภรรยางอนแล้ว ยิ่งถ้าภรรยาเป็นวัยทองด้วยคงได้บ้านระเบิด!! แต่จริงๆเราเป็นผู้ชายในด้านอารมณ์พื้นฐานควรจะนิ่งกว่าผู้หญิง งั้นเรามาฝึกวิธีจัดการกับอารมณ์ตัวเองกันดีกว่าครับ มีวิธีฝึกโยคะ หลายคนได้ยินคำว่าโยคะคงคิดว่าต้องไปแหกแข้งแหกขา บางคนคิดว่าเส้นตึงมากเล่นไม่ไหว ไม่ต้องตกใจไปครับ มีท่าโยคะบางท่าที่ไม่ได้ใช้การยืดดัดเลย แต่เป็นท่าพื้นฐานที่เน้นการควบคุมลมหายใจและทำสมาธิ เพื่อให้สมองผ่อนคลายนั้นคือ โยคะท่าศพ โยคะท่าศพ (Savasana) เป็นท่าโยคะที่ช่วยให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ บางคนพอทำท่านี้ดีๆอาจจะเผลอหลับไปเลยก็ได้นะครับ วิธีทำโยคะท่าศพ เห็นท่าแบบนี้แล้วคงไม่ต้องกังวลว่าเป็นคนเส้นตึงแล้วจะเล่นโยคะไม่ได้ ใช่ไหมละครับ พอเราฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ ก็จะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นเพราะมันมีผลช่วยเรื่อง งานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของโยคะท่าศพในการนอนหลับ พบว่าการฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ มีส่วนช่วยในการนอนหลับได้จริง โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่ฝึกโยคะท่าศพเป็นประจำ ใช้เวลาในการนอนหลับน้อยลง ตื่นกลางดึกน้อยลง และรู้สึกสดชื่นหลังตื่นนอนมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ฝึกโยคะท่าศพ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งพบว่า การฝึกโยคะท่าศพเป็นเวลา 20 นาที ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ ซึ่งความเครียดและความวิตกกังวลเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ อย่างไรก็ตามแหล่งที่มาของงานวิจัยนี้ยังไม่ชัดเจน ถ้าเพื่อนๆคนไหนทำแล้วได้ผลลองเอามาบอกต่อกันนะครับ