มีมูกออกจากน้องชายตอนเช้า ใครเป็นเช็คด่วน อาจจะติดเชื้อหนองในเทียม ลามไปเป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้ !!

ใครมีเพศสัมพันธุ์บ่อยๆ ไม่ค่อยสวมถุงยาง รักษาความสะอาดไม่ดี เกิดจู่ๆวันหนึ่งมีอาการแสบปลายน้องชาย มีมูกไหลออก นั้นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าอาจติดเชื้อหนองในเทียม !!

และที่สำคัญคือเชื้อตัวนี้ในบางคนถึงติดไปก็ไม่มีอาการชัดเจน มีแค่ครึ่งหนึ่งที่จะแสดงอาการ แต่เชื้ออยู่ในทางเดินปัสสาวะแล้วแสบปลายน้องชาย ถ้าใครมีอาการ ลองฉี่ใส่แก้วน้ำใสๆแล้วเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นเป็นเส้นๆขาวๆคล้ายเส้นด้ายลอยอยู่ โรคนี้ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอ่อนๆไม่หาย แล้วลามเข้าไปที่ต่อมลูกหมากทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ หนักๆเข้าลามไปท่อเก็บอสุจิทำให้เป็นหมันได้ ถ้าปล่อยไว้แย่แน่ๆ

เคยมีงานวิจัยต่อมลูกหมากอักเสบจับคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบมาตรวจดูเชื้อจากปัสสาวะ และน้ำจากต่อมลูกหมาก เจอว่า ใน 334 คน เจอเชื้อหนองในเทียม (เชื้อ Ureaplasma urealyticum) ในท่อปัสสาวะ 126 คน คิดเป็นตั้ง 37% [1] ฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีที่เราไม่ออกอาการแต่มีปัสสาวะขุ่นขาวๆ ต้องระวัง แล้วตัวเราเป็นพาหะนำเชื้อไปติดภรรยาสุดที่รักเราได้ เดียวภรรยาคิดมากว่าติดมาจากไหนจนลามไปเรื่องคู่นอนได้นะครับ ระวังให้ดี !!

แล้วพวกที่มีอาการล่ะ อาการเป็นอย่างไง ?

หลังติดเชื้อแล้วช่วง 1-4 สัปดาห์ จะมีอาการปัสสาวะขัด แสบปลายน้องชาย มีมูกใสๆหรือขุ่นๆไหลออกจากน้องชาย โดยเฉพาะช่วงเช้า บางคนอาจจะรู้สึกแสบคันที่อวัยวะเพศได้ด้วย

โรคนี้เป็นอาการเรื้อรัง เป็นได้เป็นเดือนๆปีๆ เชื้อลามลงท่อนำอสุจิจนเป็นหมัน สูญพันธุ์ได้ ใครเป็นก็เงียบๆไว้ งดมีเพศสัมพันธ์และไปหาหมอตรวจกันนะครับ

อ้างอิง

[1] De la Rosette, J. J. M. C. H., et al. “Diagnosis and treatment of 409 patients with prostatitis syndromes.” Urology 41.4 (1993): 301-307.

Similar Posts

  • ผู้ชายคนมีญาติหัวล้านฟังทางนี้!! ต้องรีบแก้ก่อนหัวเถิกในอนาคต

    ผู้ชายมีลักษณะหัวล้านเป็นยีนเด่น ถ้าใครมีญาติสายตรงที่หัวล้าน หัวเถิกมาก แล้วมาดูพัฒนาการของตัวเองเห็นร่องรอยที่หน้าผากกว้างขึ้นๆ หรือกระหม่อมบาง อย่าได้นิ่งนอนใจไป!! คงไม่อยากหัวเถิกเหมือนขุนช้าง เช่นนั้นแล้วต้องรีบเตรียมพร้อมรักษาแต่เนินๆ จะได้หล่อเฟี้ยวไปยันแก่ มาดูวิธีกันครับ การรักษาจะนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งกินและทาต่างๆเพื่อเป้าหมายบำรุงผม 2-3 อย่างได้แก่ หากยังเป็นไม่มากอายุยังน้อย ประมาณ 20+ หรือ 30+ ในเบื้องต้นสามารถใช้เซรั่มปลูกผมที่มีส่วนประกอบของยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม กระตุ้นการเจริญของเส้นผม ชื่อว่า มิโนกซิดิล (Minoxidil) โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 4-8 สัปดาห์หลังเริ่มใช้และจะชัดเจนขึ้นภายใน 3-6 เดือน แต่ต้องระวังอาการแพ้ในบางคนที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่น อาการคันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง ขนตายาวขึ้น ขนขึ้นบริเวณอื่น ๆ นอกเหนือจากหนังศีรษะ เช่น ใบหน้า แขน ขา ถ้ามีอาการแพ้ต้องหยุดยา ส่วนยากินจะเป็นยาที่ผสมฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) ยาตัวนี้จะยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เป็นตัวการทำให้เส้นผมมีขนาดเล็กลงและหลุดร่วง จะเริ่มเห็นผลภายใน 6 เดือนและควรกินต่อเนื่องกันนาน 1 ปี การทานยากินควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์ พอยาไปกดฮอร์โมนเพศชายเลยเกิดผลข้างเคียงคือ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความต้องการทางเพศลดลง…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • เตือน!! โรคกษัยในผู้ชาย อายุมากแล้วมักเป็นกันทุกคน

    ถ้าเราคุยกับคนแก่ๆ ในชนบทซักหน่อย ในสมัยก่อนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “กษัย” สมัยนี้ใครเป็นโปรนวด ชอบไปนวดตามที่ต่างๆก็จะเคยได้ยินคำว่า “นวดกษัย” คำว่านวดกษัยในวงการนวดจะรู้กันว่ามันคือ นวดแก้สรรถภาพทางเพศเสื่อมนั้นเอง เป็นการนวดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็วจากกล้ามเนื้อแถวอุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “กษัย” มีความหมายกว้างกว่านั้นครับ กษัย ในทางแพทย์แผนไทยจะหมายถึงโรคที่เกิดจาก “ความเสื่อม” ของร่างกายเป็นได้จากการเจ็บป่วยในโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมาก่อน แล้วมีการอักเสบไม่หายขาดตอนหลังอวัยวะในร่างกายที่อักเสบก็เสื่อมสภาพลง กลายเป็นโรคกษัยนั้นเอง หรือการกระแทกช้ำในบางจุดจนเลือดคั่งเกาะเป็นก้อน นานวันเข้าอวัยวะที่เกาะก็พลอยเสื่อมลงด้วย ก็พัฒนากลายเป็นกษัยบางชนิดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในคนอายุมากๆแก่แล้วร่างกายเสื่อมสภาพก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกษัยได้ ในคัมภีร์กษัย มีกษัยชนิดหนึ่งที่มีอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากเลยคือ ทำให้ฉี่ขัด ฉี่บ่อยๆ มีไหลหยดย้อย(ฉี่กระปริดกะปรอย) ปวดเมื่อยบั้นเอว นั้นคือ กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต แปลไทยเป็นไทยได้ว่า กล่อนแห้งที่เกิดเพราะเส้นมุตฆาตนั้นเอง เส้นมุตฆาต เป็นเส้นสมมุติในทางแพทย์แผนไทยอยู่ต่ำจากสะดือ 2 นิ้ว ลึกลงไป 2 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก มีอาการทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย หยดย้อย(ปัสสาวะเล็ด) ปวดถ่วง เมื่อยบั้นเอว ต้นขา ซึ่งใกล้เคียงกับอาการของต่อมลูกหมากโตและเป็นโรคความเสื่อมที่มักพบในคนอายุเยอะเลยตรงเงื่อนไขของคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตเลยนะครับ ในตำรามีบอกสูตรยาสมุนไพรแก้อาการไว้ ไปดูต่อคลิก ที่นี้…

  • รู้ไหม!! ต่อมลูกหมากก็มีนิ่วได้นะ

    หลายๆคนคงไม่เคยได้ยินโรคนี้คือ โรคนิ่วในต่อมลูกหมาก!! ใช่ครับ ได้ยินไม่ผิด พอได้ยินอย่างนี้หลายๆคนอาจจะสงสัยว่ามันจะมีผลอะไร อาการเป็นไงบ้างเรามาดูกันครับ โรคนิ่วในต่อมลูกหมากมักจะพบในคนวัยกลางคนหรือวัยแก่แล้ว ส่วนใหญ่ไม่มีอาการชัดเจน บางคนมาตรวจเจอเพราะไปตรวจต่อมลูกหมากโต พอตรวจด้วยคลื่นอัลตราซาวล์ทางทวารหนัก ถึงแสกนเจอก้อนนิ่วโดยบังเอิญ เพราะคนที่เป็นโรคนี้มักจะไม่แสดงอาการ แต่ก็จะมีอาการในบางคนที่เป็นคู่กับโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง จะทำให้มีอาการเจ็บบริเวณอุ้มเชิงกรานเรื้อรัง นิ่วในต่อมลูกหมากมักมาพร้อมกับโรคอะไร ? จากการสำรวจคนที่มีอาการเจ็บบริเวณอุ้มเชิงกรานเรื้อรัง มักจะพบนิ่วในต่อมลูกหมากถึง 46.8 % ส่วนในคนสูงอายุที่เป็นต่อมลูกหมากโต จะเจอนิ่วในต่อมลูกหมากถึง 70 % จะสังเกตว่ามาคู่ๆกันนะครับ กับโรคต่อมลูกหมากโต ส่วนในคนปกติที่ไม่ได้เป็นต่อมลูกหมากโตก็พบนิ่วในต่อมลูกหมากได้แต่เจอน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับคนที่เป็นต่อมลูกหมากโต[1] นิ่วในต่อมลูกหมากน่าจะเกิดจากอะไร มีสมมุติฐานอะไรรองรับบ้าง ? สาเหตุที่ชัดเจนยังไม่มีใครทราบแน่ชัด แต่มีคนอธิบายความเป็นไปได้ว่ามาจากที่ในต่อมลูกหมากจะมีท่อสองท่อที่มาต่อกันคือท่อนำอสุจิที่มาเชื่อมต่อกับท่อปัสสาวะ โดยในต่อมลูกหมากจะมีท่อเล็กๆว่า 15-30 ท่อที่ใช้ส่งสารคัดหลั่งที่ผลิตจากต่อมลูกหมากมารวมกันตรงท่อปัสสาวะ แต่ถ้าท่อพวกนี้เกิดการอุดกั้นก็จะเริ่มบวมขึ้น เกิดแคลเซียมไปเกาะ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการโตของต่อมลูกหมาก พอมันโตก็จะเริ่มมีการอักเสบเรื้อรัง จากนั้นก็จะทำให้เกิดนิ่วในต่อมลูกหมากได้ตามท่อพวกนี้ ดังนั้นนิ่วจึงเกิดได้แทบทุกส่วนของต่อมลูกหมากเพราะอยู่ในท่อเล็กๆเหล่านี้นั้นเอง มีอีกกรณีหนึ่งคือ เกิดจากปัสสาวะไหลย้อนเข้าสู่ต่อมลูกหมากก็จะทำให้เกิดนิ่วได้ แต่มักเกิดเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นนิ่วที่เกิดในจากในตัวต่อมลูกหมากเอง นิ่วในต่อมลูกหมากมีผลเสีย ทำให้โรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังหายช้า ก้อนนิ่วในต่อมลูกหมากสามารถเป็นที่อยู่ในเชื้อแบคทีเรียได้ เหมือนเป็นฐานทัพที่กำบังให้แบคทีเรียอาศัย ในกรณีที่คนๆนั้นเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังแบบมีเชื้อก็จะทำให้เชื้อยากกับการรักษาให้หายได้ เคยมีการเก็บสถิติ คนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังแบบมีเชื้อแต่ไม่มีนิ่วตอบสนองกับการรักษาด้วยยาปฎิชีวนะดีขึ้น 63.6 % ส่วนกลุ่มที่มีนิ่วจะเห็นว่าตอบสนองแค่…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน 

  • โอ๊ย!! ทำไมขี้ลืม หรือเราจะเข้าวัยทองแล้ว ?

    เรามักจะติดภาพลักษณ์ของคนแก่ๆที่มาพร้อมกับอาการขี้หลง ขี้ลืม เป็นอัมไซเมอร์ นั้นเป็นปลายทางที่หลายๆคนเห็นแต่ก่อนหน้าที่จะเป็นคนแก่ขนาดนั้นเราต้องผ่านอะไรก่อนละครับ… มันคือ วัยทองไงละครับ!! ช่วงอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป ที่ฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงและ 1 ในอาการแสดงคือ เริ่มความจำไม่ดี ลืมนู้นลืมนี้ งั้นเราลองมาดูกันครับว่าทำไม โดยปกติเราพอจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยผู้ชายกับผู้หญิงมีพื้นฐานกับวิธีคิดที่แตกต่างกัน ทั้งวิธีการพูดที่แสดงถึงวิธีการคิด การเข้าใจอารมณ์ต่างๆโดย และที่เป็นแบบนั้นก็เพราะมีฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกันนั้นเอง!! โดย ฮอร์โมนเพศชายช่วยกระตุ้นการผลิต BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่ง BDNF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์ ฮอร์โมนเพศหญิงช่วยกระตุ้นการผลิต NGF (Nerve growth factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศชาย ซึ่ง NGF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท NGF มีความสำคัญต่อการรับรู้ ภาษา และความสัมพันธ์ พอเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเพศก็ลดลงเลยทำให้การผลิตสารทั้ง 2 ตัวนี้ในสมองลดลง สมองเลยเริ่มเสื่อมง่าย รวนไปจนมีปัญหาด้านอารมณ์ต่างๆด้วยนั้นเอง อาการความจำไม่ดีจึงเป็นสัญญาณของวัยทองด้วยเช่นกัน แล้วเราจะมีวิธีฟื้นฟูสาร 2 ชนิดนี้ให้ความจำดีขึ้นได้อย่างไร จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน…