ผู้ชายคนมีญาติหัวล้านฟังทางนี้!! ต้องรีบแก้ก่อนหัวเถิกในอนาคต

ผู้ชายมีลักษณะหัวล้านเป็นยีนเด่น ถ้าใครมีญาติสายตรงที่หัวล้าน หัวเถิกมาก แล้วมาดูพัฒนาการของตัวเองเห็นร่องรอยที่หน้าผากกว้างขึ้นๆ หรือกระหม่อมบาง อย่าได้นิ่งนอนใจไป!! คงไม่อยากหัวเถิกเหมือนขุนช้าง เช่นนั้นแล้วต้องรีบเตรียมพร้อมรักษาแต่เนินๆ จะได้หล่อเฟี้ยวไปยันแก่ มาดูวิธีกันครับ

การรักษาจะนิยมใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งกินและทาต่างๆเพื่อเป้าหมายบำรุงผม 2-3 อย่างได้แก่

  1. กระตุ้นให้มีเลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการโตของเส้นผม
  2. ลดอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ DHT ที่มาทำให้รากผมหยุดฝ่อ
  3. บำรุงเส้นผมด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ พร้อมปรับสภาพหนังศีรษะให้ดีต่อเส้นผม

หากยังเป็นไม่มากอายุยังน้อย ประมาณ 20+ หรือ 30+ ในเบื้องต้นสามารถใช้เซรั่มปลูกผมที่มีส่วนประกอบของยาที่มีฤทธิ์กระตุ้นเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม กระตุ้นการเจริญของเส้นผม ชื่อว่า มิโนกซิดิล (Minoxidil) โดยจะเริ่มเห็นผลภายใน 4-8 สัปดาห์หลังเริ่มใช้และจะชัดเจนขึ้นภายใน 3-6 เดือน

แต่ต้องระวังอาการแพ้ในบางคนที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่น อาการคันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง ขนตายาวขึ้น ขนขึ้นบริเวณอื่น ๆ นอกเหนือจากหนังศีรษะ เช่น ใบหน้า แขน ขา ถ้ามีอาการแพ้ต้องหยุดยา

ส่วนยากินจะเป็นยาที่ผสมฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride) ยาตัวนี้จะยับยั้งการสร้างฮอร์โมนเพศชาย DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เป็นตัวการทำให้เส้นผมมีขนาดเล็กลงและหลุดร่วง จะเริ่มเห็นผลภายใน 6 เดือนและควรกินต่อเนื่องกันนาน 1 ปี การทานยากินควรอยู่ในการควบคุมของแพทย์

พอยาไปกดฮอร์โมนเพศชายเลยเกิดผลข้างเคียงคือ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความต้องการทางเพศลดลง ปัญหาการหลั่งน้ำอสุจิ ซึมเศร้า วิตกกังวล อาการคันหนังศีรษะ หนังศีรษะแห้ง ยานี้ห้ามใช้ในผู้หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร คนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไต

แต่ถ้าหากมีอาการมากจนรูขุมขนปิดไปแล้ว หน้าผากเงาวาวมากเหมือนกับผิวปกติ ควรรักษาด้วยการปลูกถ่ายรากผม จากผมส่วนท้ายทอยไปปลูกส่วนที่หัวล้านซึ่งก็มีวิธีในการย้าย 2 แบบ

  • เทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation) เป็นเทคนิคที่แพทย์จะตัดหนังศีรษะบริเวณท้ายทอยที่มีผมหนาออกเป็นแถบยาว จากนั้นจึงจะแยกเซลล์รากผมออกเป็นกราฟผมแต่ละกราฟ ก่อนที่จะปลูกถ่ายกลับเข้าไปบนศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง
  • เทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) เป็นเทคนิคที่แพทย์จะใช้เครื่องมือเจาะขนาดเล็กเจาะเอาเซลล์รากผมออกมาทีละกราฟ จากนั้นจึงจะปลูกถ่ายกลับเข้าไปบนศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง

โดยแพทย์จะจัดวางแนวที่จะปลูกผม จากนั้นจึงโกนผมบริเวณที่จะปลูกพร้อมกับฉีดยาชา แล้วจึงปลูกผมตามเทคนิค ปิดท้ายด้วยปิดแผลด้วยไหมหรือแผ่นแปะ ใช้เวลา 4-8 ชั่วโมง จากนั้นต้องดูแลผมที่ปลูกถ่ายใหม่ให้ดี 4-6 เดือนเพื่อให้เส้นผมอยู่ถาวร ถ้าใครมีงบหน่อยก็ใช้การปลูกผมจะได้ผลดีกว่าครับ

เห็นแบบนี้แล้วอย่าละเลย จะได้มีผมยาวๆดูไม่แก่ ดูหนุ่มแน่นแม้จะอายุก็ตาม

Similar Posts

  • ใครกินยารักษาหัวล้านแล้วจู๋ไม่แข็งต้องรู้ วิธีบรรเทาอาการข้างเคียงของยา!!

    ถ้าใครกินยาปลูกผมหวังจะรักษาอาการหัวล้าน ผมร่วง แล้วเจอปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หมดอารมณ์ทางเพศ บิ้วเท่าไรก็ไม่ขึ้นจะทำไงดี ? ครั้นจะปล่อยหัวล้านก็ทำให้ดูแก่ไปอีก คงไม่มีใครอยากดูแก่ ยิ่งบางคนอายุแค่ 30 ต้นๆออกอาการแล้ว ไม่ไหวๆ บางคนยังไม่มีแฟนเลยเดียวจะหาแฟนยากไปใหญ่ ในเมื่อเราตัดสินใจจะรักษาต้องกินยา แถมยานี้ต้องกินระยะยาวถึงจะเห็นผล งั้นคงต้องหาวิธีอยู่กับมันให้ได้โดยการลดผลข้างเคียง เราลองมาดูวิธีที่น่าจะช่วยได้บ้าง ? เรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศ จะแข็งตัวได้ต้องมีอารมณ์กับหลอดเลือดแดงที่อวัยวะเพศขยายตัว การที่หลอดเลือดขยายตัวได้เพราะในหลอดเลือดมีการหลั่งสารที่ชื่อว่า ไนตริกออกไซด์ (NO) พอหลั่งออกมาก็จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบในหลอดเลือดคลายตัว หลอดเลือดขยาย ทำให้เลือดวิ่งเข้าจู๋ของเรานั้นเอง แต่เจ้าสารไนตริกออกไซด์มันจะเกิดขึ้นแปปเดียวในช่วงที่หลอดเลือดขยายตัว แล้วก็สลายตัวเร็วมาก พอมันสลายตัวหลอดเลือดหดตัวจู๋ก็หดนั้นเอง ยาไวอาก้าที่เราเคยได้ยินกินแล้วทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ เพราะมันไปยับยั้งไม่ให้เจ้าไนตริคออกไซต์ถูกทำลายได้นั้นเอง หลอดเลือดก็จะคลายตัวค้างไว้ อวัยวะเพศก็จะแข็งตัวค้างได้ !! ดังนั้นเรามาดูกันว่าอะไรบ้างที่ช่วยเสริมให้ร่างกายสร้างไนตริคออกไซด์ได้ดีขึ้น 1.ทานอาหารที่มีกรดอะมิโน แอล-อาร์จินีน (L-arginine) ที่จำเป็นในการสร้างไนตริกออกไซด์ หรือจะทานอาหารเสริมที่มีแอล-อาร์จินีนก็ได้เช่นกัน 2.ทานสังกะสี (zinc) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ทำหน้าที่เป็น cofactor ในการสังเคราะห์ไนตริกออกไซด์ พบใน 3.การออกกำลังกายมี 2 แบบที่ช่วยได้ 3.1 แบบแอโรบิค ที่ความหนักแบบที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังสามารถพูดคุยได้โดยไม่เหนื่อยหอบ เป็นเวลา 30…

  • ถั่วเหลืองช่วยลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างไร ?

    หลายๆคนคงจะเคยได้ยินมาว่าถั่วเหลืองช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้ แต่ในเชิงลึกมันป้องกันได้อย่างไร วันนี้เราจะมาฟังคำตอบกันนะครับ ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกับเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากกันก่อนนะครับ เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแตกต่างจากเซลล์ต่อมลูกหมากปกติอย่างไร ? เซลล์ในร่างกายโดยปกติจะมีการสื่อสารกันโดยใช้ฮอร์โมนต่างๆ เปรียบเสมือนกับเป็นจดหมายเป็นตัวส่งสารผ่านกระแสเลือดไปให้เซลล์เป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เซลล์ที่จะรับจดหมายหรือฮอร์โมนที่ส่งมาได้ก็จะต้องมีตัวรับจดหมายที่เจาะจงกับจดหมายชนิดนั้นได้ ตัวรับที่ว่านี้เราจะเรียกมันว่า รีเซปเตอร์ (receptor) จากนั้นเซลล์ก็จะทำตามคำสั่งที่ได้รับจดหมายหรือฮอร์โมนมานั้นเอง ซึ่งฮอร์โมนแต่ละชนิดสามารถสั่งเซลล์ให้ทำงาน เติบโต หรือยังยั้งการทำงาน หยุดเติบโต ก็ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของฮอร์โมนที่รับมา กับ จำนวนตัวรับ receptor ต่อฮอร์โมนชนิดนั้นๆที่เซลล์นั้นมี เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากแต่เดิมที่ก็เคยเป็นเซลล์ต่อมลูกหมากปกติมาก่อน จากนั้นจึงเกิดการกลายพันธุ์ด้วยปัจจัยต่างๆเช่น สารพิษ การอักเสบซ้ำๆ ทำให้รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่กำหนดลักษณะของเซลล์เปลี่ยนไป จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไปในที่สุด เพราะพัฒนามาจากเซลล์ชนิดเดียวกัน ดังนั้นเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้จึงมีลักษณะบางอย่างที่ใกล้เคียงกัน เช่น ถูกกระตุ้นให้โตได้ด้วยฮอร์โมนเพศชาย แต่ในเซลล์มะเร็งจะมีตัวรับบางชนิดที่แตกต่างจากเซลล์ปกติ ทั้งในเซลล์ต่อมลูกหมากปกติและเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากจะมีตัวรับสำคัญๆอยู่ 3 ชนิดคือ 1.ตัวรับฮอร์โมนเพศชาย เรียกว่า แอนโดเจนรีเซปเตอร์ androgen receptor เรียกย่อว่า AR 2.ตัวรับฮอร์โมนเพศหญิงชนิดแอลฟ่า เรียกว่า เอสโตรเจนรีเซปเตอร์แอลฟ่า estrogen receptor เรียกย่อว่า ER α…

  • บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

    รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ? ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน…

  • เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

    จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !! ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ 1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า 2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี…

  • แก่แล้วขี้ลืมเหรอ? งั้นเรามาปรับพฤติกรรมสู้วัยทองกันเถอะ

    ในคนอายุเยอะๆความจำจะไม่ค่อยดี ก็จะเป็นจากสมองซึ่งมาได้หลายสาเหตุ เช่น มีโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัลไซเมอร์ ทำให้สมองเสียหาย ความจำเลยไม่ดี ในกรณีนั้นก็ต้องรักษาฟื้นฟูให้ตรงจุด แต่ในกรณีที่ไม่ได้เป็นโรคสมองอะไร พอเริ่มอายุเยอะความจำลดลงตามวัยเพราะฮอร์โมนเพศชายน้อยลง พอนานๆเข้าสาร BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ที่ช่วยปกป้องและทำให้เซลล์ประสาทเติบโตก็ลดลงไปด้วย (สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าสารนี้ทำหน้าที่อะไร คลิกเลย) สมองเลยเสื่อมลงไวขึ้น เห็นทีจะไม่ได้การต้องรีบฟื้นฟู เรามาดูกันครับว่าเราจะเพิ่มสาร BDNF ในสมองได้ไง โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะไปกระตุ้นให้เซลล์สมองผลิตสารนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันเซลล์สมองและทำให้สมองส่วนการคิด ความจำ พัฒนาขึ้น แต่ก็มีอย่างอื่นด้วยที่ช่วยกระตุ้นให้มองสร้างสาร BDNF นอกจากฮอร์โมนเพศ ตามนี้เลยครับ ช่วงเวลาที่ BDNF จะหลั่งออกมาได้มากที่สุด คือ นอกจากมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้สาร BDNF หลั่งออกมาได้แย่ลงได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเข้านอนให้เร็ว นอนซัก 3 ทุ่มเพื่อให้เริ่มหลับสนิทตอน 5 ทุ่ม ให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาพร้อมกับสาร BDNF ซ่อมแซมสมอง การลดความเครียดเพื่อให้สาร BDNF อยู่นานๆ จะช่วยบำรุงสมองให้เสื่อมช้าลงได้ ฉะนั้นอย่าลืมไปทำกันนะครับ

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…