ใครนอนไม่หลับ กินขี้เหล็กช่วยได้ คุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม!!

ยาอีกชนิดที่แพทย์แผนไทยชอบใช้ในโรคกษัยคือ แก่นขี้เหล็ก จากที่เรารู้กันว่า โรคต่อมลูกหมากโต มักพบในคนที่อายุมาก ร่างกายเกินการเสื่อมถอยทำให้เจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ในทางแพทย์แผนไทยโรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยเราจะเรียกว่า “โรคกษัย”

จากการเทียบอาการมีโรคกษัยชนิดหนึ่งคล้ายมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโตคือ โรคกล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต ซึ่งส่วนใหญ่ในตัวยาแก้กษัยมักจะใช้แก่นขี้เหล็กเป็นส่วนผสมเพราะมันมีสรรพคุณ ช่วยขับโลหิต แก้กามโรค หนองใน แก้นอนไม่หลับ แก้กษัย

ดังนั้นแก่นขี้เหล็กจึงมักถูกใส่ผสมร่วมกับยาอื่นๆที่ใช้แก้กษัย เพราะการรักษาโรคกษัย จำเป็นต้องขับของเสียที่ทำให้เกิดกษัยออกไปด้วย ตัวแก่นขี้เหล็กนี้ก็จะไปช่วยขับกษัย

ทีนี้เราลองมาดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กันว่าได้ค้นพบอะไรที่มันสอดคล้องกับสรรพคุณในแพทย์แผนไทยบ้าง?

มีฤทธิ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ เสริมการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ!!

คือปกติต้องเข้าใจหน้าที่ของตับก่อน ตับคนเราจะมีหน้าที่ในการรับเลือดที่ดูดซึมสารอาหารทางๆจากระบบทางเดินอาหารผ่านลำไส้มากรองที่ตับก่อนจะส่งไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งจะสำคัญมากๆเพราะจะทำหน้าที่ปรับไม่ให้น้ำตาลและไขมันในเลือดมากเกินไป รวมถึงกำจัดสารพิษต่างๆให้เบาลง

ซึ่งการกำจัดพิษนี้เซลล์ตับจะใช้เอนไซน์ซึ่งมีอยู่หลายๆตัว เอนไซน์คือเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ใช้เร่งปฎิกิริยา ให้สารที่ตับรับมาเกิดปฎิกิริยา ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้สารพวกนั้นละลายน้ำได้ดีขึ้นและเป็นพิษลดลง เพื่อให้ขับออกทางไตได้ดีนั้นเอง เมื่อขับออกไปได้ไวก็จะก่อพิษกับร่างกายได้น้อย

เอนไซน์ที่ว่านี้ก็มีหลายตัวเช่น กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) , ยูดีพี กลูโคโรนิลทรานเฟอเรส (UDP-glucuronyltransferase)

ในหนูทดลองที่กินอาหารที่มีส่วนประกอบใบขี้เหล็ก 5% นาน 2 สัปดาห์ พบว่ามันช่วยเพิ่มปริมาณเอนไซน์กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) ขึ้น 250% และเพิ่ม เอนไซน์ยูดีพี กลูโคโรนิลทรานเฟอเรส (UDP-glucuronyltransferase) ขึ้น 220% เรียกว่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว[1] ทำให้ตับกำจัดสารพิษได้ดีขึ้นนั้นเอง

แล้วแก่นขี้เหล็กยังช่วยอีกเรื่องหนึ่ง ในคนอายุเยอะๆบางทีจะมีปัญหานอนไม่นอน แต่แก่นขี้เหล็กจะมีสารตัวหนึ่งชื่อ barakol มีฤทธิ์ระงับประสาทซึ่งจะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เมื่อนอนหลับดีขึ้น นานขึ้นก็จะมีผลโดยอ้อมทำให้ร่างกายมีเวลาพักและฟื้นฟูร่างกายตอนหลับได้มากขึ้นนั้นเอง

มีการทดลองให้หนูทดลองกินสาร barakol ลงไป 10-100 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ให้กินนาน 30 วัน พบว่าหนูมีการขยับตัวที่น้อยลงและหลับนานขึ้น[1] เป็นหลักฐานว่ามันช่วยให้นอนหลับได้นั้นเอง

นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียกับเชื้อราหลายชนิด จะมีเชื้อราชนิดหนึ่งที่ทำให้คันช่องคลอด มักพบในคนภูมิคุ้มกันไม่ดี คนเป็นเบาหวาน หรือคนที่กินยาปฎิชีวนะผิดเป็นเวลานานๆ เช่น เชื้อรา Candida albicans พบว่าสารสกัดชั้นน้ำกับเอทานอลของเปลือกขี้เหล็กมีฤทธิ์ต้านเชื้อชนิดนี้[1] ส่วนนี้คล้ายคลึงกับที่แพทย์แผนไทยใช้รักษากามโรคนั้นเอง

แก่นขี้เหล็กจึงเอามาใช้แก้กษัยได้นั้นเอง!!

ส่วนใครที่นอนไม่หลับก็เริ่มจากการกินแกงขี้เหล็กมื้อเย็นซักหน่อย อาจจะดีขึ้นก็ได้ครับ

อ้างอิง

[1]Kamagaté, Mamadou, et al. “Ethnobotany, phytochemistry, pharmacology and toxicology profiles of Cassia siamea Lam.” The Journal of Phytopharmacology 3.1 (2014): 57-76.

Similar Posts

  • แก่แล้วขี้ลืมเหรอ? งั้นเรามาปรับพฤติกรรมสู้วัยทองกันเถอะ

    ในคนอายุเยอะๆความจำจะไม่ค่อยดี ก็จะเป็นจากสมองซึ่งมาได้หลายสาเหตุ เช่น มีโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัลไซเมอร์ ทำให้สมองเสียหาย ความจำเลยไม่ดี ในกรณีนั้นก็ต้องรักษาฟื้นฟูให้ตรงจุด แต่ในกรณีที่ไม่ได้เป็นโรคสมองอะไร พอเริ่มอายุเยอะความจำลดลงตามวัยเพราะฮอร์โมนเพศชายน้อยลง พอนานๆเข้าสาร BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ที่ช่วยปกป้องและทำให้เซลล์ประสาทเติบโตก็ลดลงไปด้วย (สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าสารนี้ทำหน้าที่อะไร คลิกเลย) สมองเลยเสื่อมลงไวขึ้น เห็นทีจะไม่ได้การต้องรีบฟื้นฟู เรามาดูกันครับว่าเราจะเพิ่มสาร BDNF ในสมองได้ไง โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะไปกระตุ้นให้เซลล์สมองผลิตสารนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันเซลล์สมองและทำให้สมองส่วนการคิด ความจำ พัฒนาขึ้น แต่ก็มีอย่างอื่นด้วยที่ช่วยกระตุ้นให้มองสร้างสาร BDNF นอกจากฮอร์โมนเพศ ตามนี้เลยครับ ช่วงเวลาที่ BDNF จะหลั่งออกมาได้มากที่สุด คือ นอกจากมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้สาร BDNF หลั่งออกมาได้แย่ลงได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเข้านอนให้เร็ว นอนซัก 3 ทุ่มเพื่อให้เริ่มหลับสนิทตอน 5 ทุ่ม ให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาพร้อมกับสาร BDNF ซ่อมแซมสมอง การลดความเครียดเพื่อให้สาร BDNF อยู่นานๆ จะช่วยบำรุงสมองให้เสื่อมช้าลงได้ ฉะนั้นอย่าลืมไปทำกันนะครับ

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • มีมูกออกจากน้องชายตอนเช้า ใครเป็นเช็คด่วน อาจจะติดเชื้อหนองในเทียม ลามไปเป็นต่อมลูกหมากอักเสบได้ !!

    ใครมีเพศสัมพันธุ์บ่อยๆ ไม่ค่อยสวมถุงยาง รักษาความสะอาดไม่ดี เกิดจู่ๆวันหนึ่งมีอาการแสบปลายน้องชาย มีมูกไหลออก นั้นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าอาจติดเชื้อหนองในเทียม !! และที่สำคัญคือเชื้อตัวนี้ในบางคนถึงติดไปก็ไม่มีอาการชัดเจน มีแค่ครึ่งหนึ่งที่จะแสดงอาการ แต่เชื้ออยู่ในทางเดินปัสสาวะแล้วแสบปลายน้องชาย ถ้าใครมีอาการ ลองฉี่ใส่แก้วน้ำใสๆแล้วเอาไฟฉายส่องดูจะเห็นเป็นเส้นๆขาวๆคล้ายเส้นด้ายลอยอยู่ โรคนี้ทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบเรื้อรังอ่อนๆไม่หาย แล้วลามเข้าไปที่ต่อมลูกหมากทำให้ต่อมลูกหมากอักเสบ หนักๆเข้าลามไปท่อเก็บอสุจิทำให้เป็นหมันได้ ถ้าปล่อยไว้แย่แน่ๆ เคยมีงานวิจัยต่อมลูกหมากอักเสบจับคนที่เป็นต่อมลูกหมากอักเสบมาตรวจดูเชื้อจากปัสสาวะ และน้ำจากต่อมลูกหมาก เจอว่า ใน 334 คน เจอเชื้อหนองในเทียม (เชื้อ Ureaplasma urealyticum) ในท่อปัสสาวะ 126 คน คิดเป็นตั้ง 37% [1] ฉะนั้นจะเห็นว่าบางทีที่เราไม่ออกอาการแต่มีปัสสาวะขุ่นขาวๆ ต้องระวัง แล้วตัวเราเป็นพาหะนำเชื้อไปติดภรรยาสุดที่รักเราได้ เดียวภรรยาคิดมากว่าติดมาจากไหนจนลามไปเรื่องคู่นอนได้นะครับ ระวังให้ดี !! แล้วพวกที่มีอาการล่ะ อาการเป็นอย่างไง ? หลังติดเชื้อแล้วช่วง 1-4 สัปดาห์ จะมีอาการปัสสาวะขัด แสบปลายน้องชาย มีมูกใสๆหรือขุ่นๆไหลออกจากน้องชาย โดยเฉพาะช่วงเช้า บางคนอาจจะรู้สึกแสบคันที่อวัยวะเพศได้ด้วย โรคนี้เป็นอาการเรื้อรัง เป็นได้เป็นเดือนๆปีๆ เชื้อลามลงท่อนำอสุจิจนเป็นหมัน สูญพันธุ์ได้ ใครเป็นก็เงียบๆไว้ งดมีเพศสัมพันธ์และไปหาหมอตรวจกันนะครับ…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน 

  • โอ๊ย!! ทำไมขี้ลืม หรือเราจะเข้าวัยทองแล้ว ?

    เรามักจะติดภาพลักษณ์ของคนแก่ๆที่มาพร้อมกับอาการขี้หลง ขี้ลืม เป็นอัมไซเมอร์ นั้นเป็นปลายทางที่หลายๆคนเห็นแต่ก่อนหน้าที่จะเป็นคนแก่ขนาดนั้นเราต้องผ่านอะไรก่อนละครับ… มันคือ วัยทองไงละครับ!! ช่วงอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป ที่ฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงและ 1 ในอาการแสดงคือ เริ่มความจำไม่ดี ลืมนู้นลืมนี้ งั้นเราลองมาดูกันครับว่าทำไม โดยปกติเราพอจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยผู้ชายกับผู้หญิงมีพื้นฐานกับวิธีคิดที่แตกต่างกัน ทั้งวิธีการพูดที่แสดงถึงวิธีการคิด การเข้าใจอารมณ์ต่างๆโดย และที่เป็นแบบนั้นก็เพราะมีฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกันนั้นเอง!! โดย ฮอร์โมนเพศชายช่วยกระตุ้นการผลิต BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่ง BDNF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์ ฮอร์โมนเพศหญิงช่วยกระตุ้นการผลิต NGF (Nerve growth factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศชาย ซึ่ง NGF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท NGF มีความสำคัญต่อการรับรู้ ภาษา และความสัมพันธ์ พอเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเพศก็ลดลงเลยทำให้การผลิตสารทั้ง 2 ตัวนี้ในสมองลดลง สมองเลยเริ่มเสื่อมง่าย รวนไปจนมีปัญหาด้านอารมณ์ต่างๆด้วยนั้นเอง อาการความจำไม่ดีจึงเป็นสัญญาณของวัยทองด้วยเช่นกัน แล้วเราจะมีวิธีฟื้นฟูสาร 2 ชนิดนี้ให้ความจำดีขึ้นได้อย่างไร จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน…

  • เปิดคัมภีร์แพทย์แผนไทย ต้านต่อมลูกหมากอักเสบ

    บทความนี้เป็นเนื้อหาต่อจาก โรคต่อมลูกหมากอักเสบในแพทย์แผนไทย เพื่อนๆคนไหนยังไม่ได้อ่านลองไปติดตามอ่านกันก่อนนะครับ กดที่นี้ ตอนนี้เราลองมาดูตำรับยาที่แก้อาการแต่ละชนิดโดยผมจะยกตัวอย่างมาบางตำรับนะครับ 1.ยาแก้ทุราวสา ปัสสาวะสีขาวดังน้ำข้าวเช็ด ตำรับยาประกอบด้วย[1] ให้เอา การบูร ๑ เทียนดำ ๑ ผลเอ็น ๑ ลำพัน ๑ แห้วหมู ๑ ขิงแห้ง ๑ เสมอภาค ทำผงละลายน้ำผึ้งรวงกิน ลองมาดูสรรพคุณของแต่ละตัวกันนะครับ การบูร ใช้ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัด ใช้ระงับเชื้ออย่างอ่อน เทียนดำ ขับปัสสาวะ ขับระดู บีบมดลูก ขับเสมหะลงสู่คูถทวาร ผลเอ็น กระจายเลือดและเสมหะ ขับลม ลดการหดเกร็งของลำไส้ ลำพัน ขับโลหิตระดูสตรี ขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียด แห้วหมู ขับเหงื่อ ขับระดู ขับปัสสาวะ แก้ไข้ ลดการอักเสบ ขับลมในลำไส้ บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ขิงแห้ง แก้ลมพานไส้ แก้แน่นทรวงอก แก้ลมเสียดแทง…