โอ๊ย!! ทำไมขี้ลืม หรือเราจะเข้าวัยทองแล้ว ?

เรามักจะติดภาพลักษณ์ของคนแก่ๆที่มาพร้อมกับอาการขี้หลง ขี้ลืม เป็นอัมไซเมอร์ นั้นเป็นปลายทางที่หลายๆคนเห็นแต่ก่อนหน้าที่จะเป็นคนแก่ขนาดนั้นเราต้องผ่านอะไรก่อนละครับ…

มันคือ วัยทองไงละครับ!! ช่วงอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป ที่ฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงและ 1 ในอาการแสดงคือ เริ่มความจำไม่ดี ลืมนู้นลืมนี้ งั้นเราลองมาดูกันครับว่าทำไม

โดยปกติเราพอจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยผู้ชายกับผู้หญิงมีพื้นฐานกับวิธีคิดที่แตกต่างกัน ทั้งวิธีการพูดที่แสดงถึงวิธีการคิด การเข้าใจอารมณ์ต่างๆโดย

  • ผู้ชายจะมีพัฒนาการของสมองด้านการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์ โดดเด่น
  • ผู้หญิงจะมีพัฒนาการของสมองด้านการรับรู้ ภาษา และความสัมพันธ์ โดดเด่น

และที่เป็นแบบนั้นก็เพราะมีฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกันนั้นเอง!! โดย

ฮอร์โมนเพศชายช่วยกระตุ้นการผลิต BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่ง BDNF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์

ฮอร์โมนเพศหญิงช่วยกระตุ้นการผลิต NGF (Nerve growth factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศชาย ซึ่ง NGF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท NGF มีความสำคัญต่อการรับรู้ ภาษา และความสัมพันธ์

พอเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเพศก็ลดลงเลยทำให้การผลิตสารทั้ง 2 ตัวนี้ในสมองลดลง สมองเลยเริ่มเสื่อมง่าย รวนไปจนมีปัญหาด้านอารมณ์ต่างๆด้วยนั้นเอง

อาการความจำไม่ดีจึงเป็นสัญญาณของวัยทองด้วยเช่นกัน แล้วเราจะมีวิธีฟื้นฟูสาร 2 ชนิดนี้ให้ความจำดีขึ้นได้อย่างไร จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน กดติดตามต่อ ที่นี้ เลย

Similar Posts

  • ตำรับยาโรคต่อมลูกหมากโตในแพทย์แผนไทย

    จากตอนที่แล้วอาการที่คล้ายต่อมลูกหมากโตคือ กล่อนแห้งเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต (ใครยังไม่ได้อ่านคลิก ที่นี้ เพื่อตามอ่านได้ครับ) ที่ทำให้มีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ดต่างๆ มีบอกยาแก้ในคัมภีร์กษัยไว้หลายสูตร เราลองมาดูกันว่าเขามีการวางยาแก้อย่างไง สูตรที่ 1 ประกอบด้วย แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ใบราชพฤกษ์ ดอกราชพฤกษ์ รากราชพฤกษ์ แก่นราชพฤกษ์ กระพี้ราชพฤกษ์ ดีปลี เถาสะค้าน รากชะพลู รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง รากคาคลอง รากตาลโตนด หัศคุณไทย หัสคุณเทศ สมอไทย สมอพิเภก สมอเทศ มะขามป้อม พริกไทย สิ่งละ 1 ส่วน รากแจง 20 ส่วน ต้มกิน ตัวยาในสูตร มีสรรพคุณดังนี้ แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ตัวยา 5 อย่างนี้รวมกันจะใช้สำหรับ แก้พิษโลหิต บำรุงกำลัง…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าผู้ชายก็เป็นวัยทองได้?

    ส่วนใหญ่ถ้าเราได้ยินคำว่าวัยทอง เรามักจะนึกถึงภาพผู้หญิงที่จะหมดประจำเดือน มีอารมณ์แปรปรวนต่างๆ อาการวัยทองนั้นสัมพันธ์กับการลดลงของฮอร์โมนเพศ ทำให้มีอาการร้อนวูบวาบ กลางคืนนอนไม่หลับ กระดูกบางลง ประจำเดือนหมดไป เป็นต้น ในผู้ชายตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเพศชายจะเริ่มลดลงทำให้เกิดอาการวัยทองได้เช่นกัน  ในอาการจะไม่เด่นชัดเท่ากับผู้หญิงเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเพศในผู้ชายจะค่อยๆลดลง แต่จะไม่ลดลงถึงศูนย์เหมือนกับผู้หญิง อาการจึงไม่รุนแรง  อีกอย่างหนึ่งคือผู้ชายในวัย 40 มักเป็นวัยที่มีภาระงานเยอะที่ต้องรับผิดชอบ และมีเรื่องเครียด กังวลมาก ความเครียดมีผลทำให้ฮอร์โมนเพศลดลงได้เช่นกัน ก่อนที่เราจะเข้าใจอาการวัยทองผู้ชาย ควรจะเข้าใจก่อนว่าฮอร์โมนเพศชายในผู้ชายทำหน้าที่อะไร? ฮอร์โมนเพศชายทำให้เกิดการแสดงออกลักษณะความเป็นเพศชาย เช่น กล้ามเนื้อมากขึ้นและคงตัว เสียงแตกห้าว มีอารมณ์ทางเพศ กระตุ้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย มีผลต่อความจำและอารมณ์ก้าวร้าว ควบคุมการคิดอย่างมีเหตุผล และการตัดสินใจที่เด็ดขาดซึ่งมีผลต่อความเป็นผู้นำ ดังนั้นเมื่อฮอร์โมนเพศชายลดลง จึงทำให้เกิดอาการ กล้ามเนื้อลดลง ความแข็งแรงของกระดูกลดลง การเผาผลาญไขมันลดลง อ้วนลงพุง ความต้องการทางเพศลดลง การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง  ในด้านจิตใจมีผลให้ ความสนุกสนานลดลง รู้สึกเศร้าและไม่พอใจมากขึ้น (ซึ่งเป็นปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ เป็นผู้ชายขี้หงุดหงิด น้อยใจ) ความอดทนลดลง ความจำลดลงและบุคลิกแปลกได้ ดังนั้นคุณผู้หญิงท่านใดที่เห็นสามีเปลี่ยนไปบ้างในวัยนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผู้ชายก็สามารถเป็นวัยทองได้เหมือนกัน 

  • ท่าออกกำลังกายสำหรับเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย

    เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่า มีท่าออกกำลังกายที่เพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ดีคือ ท่าสควอท ใครเข้าออกฟิสเนสบ่อยน่าจะเคยได้ยินชื่อ ท่านี้สามารถได้ออกกำลังโดนกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อ ขา สะโพก เอว น่อง แก่นกลางลำตัวแข็งแรง ซึ่งดีมากทำให้เราเดินได้มั่นคง สำคัญมากๆเพราะคนอายุเยอะจะมีอุบัติเหตุล้มหัวฝาดพื้น ตามที่เคยได้ยินข่าว จนกลายเป็นหลอดเลือดเลือดเดินไม่ได้ เพราะการทรงตัวการยืนของเราไม่ดีจากกล้ามเนื้อขาไม่แข็งแรงนี้ละครับ!! ต่อไปมาดูวิธีการทำท่าสควอทนะครับ!! ท่าสควอท มีวิธีทำท่าสควอทตามนี้ 1.แยกขาให้เท่าระยะหัวไหล่ ปลายเท้าชี้ไปข้างหน้า กุมมือทั้งสองไว้ที่ระดับอก 2.ย่อเข่าลงให้ได้ 90 องศา ย่อโดยที่ไม่ให้หัวเข่าล้ำเกินปลายเท้า 3.ขณะย่อให้เกร็งท้อง ทำท่านั้งลงเหมือนจะนั้งเก้าอี้ เอียงตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ให้น้ำหนักลงที่ส้นเท้าทั้งสอง 4.จากนั้นดันตัวกลับที่เดิมนับเป็น 1 ครั้ง โดยให้ทำ 4 เซต เซตละ 10 ครั้ง หากทำคล่องตัวแล้วมีกำลังมากพอแล้วสามารถเพิ่มน้ำหนักโดยการถือดัมเบลได้ ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องจนถึงจุดหนึ่งที่รู้สึกว่าร่างกายชินแล้วควรเพิ่มระดับความหนักหรือไม่ ? หากร่างกายชินแล้วอาจจะทำให้ร่างกายไม่ตอบสนอง ไม่หลั่งฮอร์โมนเพศชายเพิ่มได้ ดังนั้นควรเพิ่มระดับความหนักเพิ่มขึ้น เราจะรู้ได้ไงว่าเราหักโหมออกกำลังกายหนักไป ? ถ้าออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายเครียดและนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจจะการนอนไม่หลับ จะทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนเครียดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฮอร์โมนเพศชายลดลงได้ ดูจากอาการแสดงคือ อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง อารมณ์ทางเพศลดลง…

  • นกเขาไม่ขัน ขาเท้าเย็น ชอบเป็นตะคริวที่ก้น ที่ขา อาจเป็นหลอดเลือดอุ้งเชิงกรานตีบแคบ !!

    หลายๆคนพอมีปัญหานกเขาไม่ขัน ปกติจะคิดถึงเรื่องฮอร์โมนเพศชายไม่พอ หรืออาจจะคิดว่าเกิดจากปัญหาทางจิตใจ ความเครียด หรือปัญหาต่อลูกหมาก แต่มีบางกรณีเหมือนกันที่เกิดจากหลอดเลือดในอุ้งเชิงกรานตีบแคบลง !! เคยได้ยินโรคนี้กันหรือป่าวครับ ? โรคนี้เรียกว่า Leriche syndrome เป็นอาการที่เส้นเลือดแดงบริเวณส่วนปลายแถวๆอุ้งเชิงกรานมีคราบไขมันและคราบจุลินทรีย์ไปสะสมทำให้เกิดการตีบแคบลง เลือดจึงไปเลี้ยงส่วนล่างลดลง ทำให้มีปัญหานกเขาไม่ขัน ซึ่งมักเป็นอาการเรื้อรัง จากในรูป[1]จะเห็นว่าเส้นเลือดฝั่งขวาของผู้ป่วยมีการอุดตันไป สังเกตจากอาการอะไรได้บ้าง ? เนื่องจากโรคนี้เกิดจากการอุดกั้นของหลอดเลือด ดังนั้นอาการจะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ทำให้ชีพจรที่ขาหนีบทั้งสองข้างไม่เท่ากันหรืออ่อนแรงลง หากเป็นในระดับเบาๆก็จะมีอาการ ขา ฝ่าเท้าซีด ต้นขามีสีม่วง ร่วมกับอาการซีด เนื่องจากขาดเลือดและออกซิเจน เป็นอาการเป็นตะคริวที่ขาและก้นบ่อยๆ มีนกเขาไม่ขันเพราะการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงไม่ดี ดังในรูปจะเห็นที่ปลายนิ้วเท้าขวาของผู้ป่วยมีอาการซีดออกม่วงๆคล้ำๆเล็กน้อย[1] และถ้ามีอาการหนักๆมากๆ จะทำให้มีอาการปวดขา และปวดก้นมากทั้งที่กำลังพักผ่อน ฝ่าเท้ามีความตึงมาก และยังกระทบกับระบบเส้นประสาทไขสันหลังที่ขาดเลือดทำให้กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ไม่สามารถเหยียดขาตรงได้ เป็นแผลที่ขาแล้วหายยากหรือไม่หายถ้ามีการอุดตันมากๆ อาจจะเป็นโรคเนื้อตายได้ แล้วใครที่เสี่ยงเป็นโรคนี้บ้าง ? โรคนี้เกิดจากไขมันที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัวจากการเกาะของไขมัน ดังนั้นคนที่มีความเสี่ยงจึงเป็นคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป กินอาการไขมันสูง มีประวัติเป็นโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน คอเรสเตอรอลสูง และการสูบบุหรี่ก็กระตุ้นในหลอดเลือดอักเสบอันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไขมันไปสะสมตรงจุดที่อักเสบในภายหลังได้เช่นกัน ถ้าจะป้องกันโรคนี้จะต้องทำตัวอย่างไร ? ถ้าหากไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง…

  • อสุจิปนเลือดในผู้สูงอายุควรระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก

    หากท่านชายคนไหนมีเลือดปนในน้ำอสุจิ อาจจะเป็นตอนช่วยตัวเอง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หรือจากการฝันเปียกก็ตาม ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ แต่ถ้าหากมีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยอาการอสุจิปนเลือดเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น 1.อวัยวะเพศได้รับการกระแทกรุนแรงจากอุบัติเหตุ  2.จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการช่วยตนเองที่รุนแรงเกินไป ซึ่งในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมทางเพศ อาการควรจะหายไปใน 1-2 วัน หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัว 3.เกิดจากต่อมลูกหมากโตจนไปเบียดท่อฉีดอสุจิตัน กระทบท่อปัสสาวะ 4.เกิดจากวิธีการรักษาโรคก่อนหน้าที่จะเป็น เช่น การฉายแสงต่อมลูกหมาก การทำหมัน การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก เพราะวิธีการเหล่านี้ต้องมีการเจาะ ฉีดเข้าไปในต่อมลูกหมากจนมีบาดแผล การผ่าตัดริดสีดวงทวารก็อาจจะมีการบาดเจ็บลามไปถึงต่อมลูกหมากได้ 5.เกิดจากการติดเชื้อและมีการอักเสบเช่น อัณฑะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ หนองใน หนองในเทียม ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดพบเชื้อ ท่อนำอสุจิอักเสบ จึงมีเลือดออก 6.มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 7.ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานาน ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี อาการนี้อาจจะหายไปได้เอง แต่ถ้าไม่หายใน 1-2 วันควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าแท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ถ้าใครมีอายุเกิน 40 ปี ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีโอกาสเจอได้ เพราะในผู้ชายที่อายุมากๆ 80-90…

  • เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากแล้วควรรักษาหรือปล่อยไปดี ?

    จากที่เรารู้กันในสถิติว่ามะเร็งต่อมลูกหมากมักเจอในคนที่อายุเยอะแล้ว อ่าว…แล้วถ้าอายุมากๆแล้ว 70-80 ปี ควรจะรักษาไหม เพราะบางคนน่าจะตายจากโรคอื่นหรือว่าแบตหมด หมดอายุขัยไปก่อนที่จะมาตายจากมะเร็งต่อมลูกหมาก ถ้ารักษาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรือบางคนอาจจะคิดว่ารักษาไปไว้ก่อนยังไงชื่อว่ามะเร็งก็ดูน่ากลัว มีเงินซะอย่าง จัดการให้เด็ดขาดไปเลยดีกว่า !! ถ้าเราวางความกลัวลงไปก่อนแล้วมาดูเหตุผล ความคุ้มค่าในการรักษาเราจะคิดชั่งน้ำหนักตามผลดี-ผลเสียที่จะได้รับกันดีกว่า ดังนั้นเรามาลองพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลไปพร้อมๆกันนะครับ 1.ดูสภาพร่างกายของผู้ป่วยว่าแข็งแรงดีไหม มีโอกาสที่อายุจะยืนยาวไปอีกกี่ปี ถ้าหากเป็นคนแข็งแรงคิดว่ายังไงก็มีอายุยืนยาวไปอีก 10-15 ปี ก็ควรรักษาเพราะเราต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีตอนแก่ คงไม่มีใครอยากป่วยออดๆแอดๆเป็นภาระลูกหลาน ครอบครัว ต้องแก่แบบภาคภูมิใจถึงจะดี ถ้าคนแข็งแรงก็ดีไป แต่ถ้าเราดันเป็นคนขี้โรค มีโรคเยอะ เป็นเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต สุขภาพไม่ดีแบบนี้ เป็นต้น ก็ต้องพิจารณาแล้วว่า เราอาจจะตายเพราะโรคประจำตัวมากกว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คงไม่ได้ตายทรมานจากมะเร็งแบบนี้รักษาไปก็คงไม่คุ้มค่ารักษา เอาเงินไปใช้ชีวิตซื้อของกิน ของใช้น่าจะดีกว่า 2.ดูระยะของโรคว่าเจอตอนอยู่ระยะแรก หรือระยะรุกลามแล้ว ดูความรุนแรงของโรคว่าเซลล์มะเร็งที่พบเป็นแบบดุ หรือไม่ดุโตช้า ก็จะดูได้ว่าถ้าโรครุกลามจะอยู่ได้อีกกี่ปี ถ้าหากมันมีโอกาสรุกลามเร็วก็ควรรักษายืดอายุไขไปจะดีกว่า แต่ถ้ามันพึ่งอยู่ในระยะเริ่มต้นและไม่ใช่เซลล์ชนิดดุ ก็ยังมีเวลาอีก 5-10 ปี ที่มันจะไม่กำเริบ สามารถรอได้แล้วค่อยรักษาก็ได้ หรือรับยาลดฮอร์โมนเพศชายเพื่อให้มะเร็งฝ่อลงก็สามารถยืดเวลาออกไปได้อีก เพราะการรักษาโดยการผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกจะทำให้มีผลข้างเคียงทำให้ เสื่อมสมถรรภาพทางเพศ การหลั่งอสุจิไม่ดี…