บำรุงความจำ บรรเทาอาการขี้หลงขี้ลืมในผู้ชายวัยทองด้วยสมุนไพรพรหมิ

รำคาญตัวเองไหมกับอาการขี้ลืม พอแก่แล้วอายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศเสื่อมถอย ทำให้สมองเริ่มค่อยๆถดถอยด้วย คิดได้ช้าลง ขี้ลืม จนคนรอบข้างรำคาญ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้!! มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่าครับ

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าสมองสร้างความจำขึ้นมาได้อย่างไง ?

ความทรงจำคนเราแบ่งเป็น ความจำระยะสั้น กับ ความจำระยะยาว โดยความจำระยะสั้นจะเกิดจากการที่เซลล์สมองมีการเรียนรู้สิ่งใหม่จะกระตุ้นให้เซลล์สมองสร้างการเชื่อมต่อใหม่ ยิ่งถูกกระตุ้นซ้ำๆก็จะทำให้มีการเชื่อมต่อดีขึ้นแข็งแรงขึ้น การเชื่อมต่อของเซลล์จะต้องใช้สารสื่อประสาท อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) โดปามีน (dopamine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวสำคัญในการกระตุ้นเซลล์ประสาทให้เชื่อมต่อกัน

  • Acetylcholine เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ในการจดจำข้อมูลใหม่ๆ และควบคุมการทำงานของสมองส่วนต่างๆ
  • Dopamine เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ในการให้รางวัลและแรงจูงใจ สารสื่อประสาทชนิดนี้มีความสำคัญต่อการจดจำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรางวัลหรือแรงจูงใจ
  • Norepinephrine เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ในการตื่นตัวและความสนใจ สารสื่อประสาทชนิดนี้มีความสำคัญต่อการจดจำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นหรือน่าตื่นเต้น

เมื่อเราสังเกตดีๆจะเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของคนเราจะเรียนรู้สิ่งต่างได้ดีก็ต้องมีสติระลึกรู้ สมองทำงานต่อสิ่งเร้าได้ (มี acetylcholine) มีความสนใจใคร่รู้ ยินดีกับเรื่องที่กำลังเรียนรู้ (มี dopamine) มีอารมณ์ที่ตื่นตัว (มี norepinephrine) เล็กน้อย ลองนึกถึงอารมณ์นั้นน่าจะพอเข้าใจกันนะครับ

ส่วนความจำระยะยาวจะถูกเก็บรักษาไว้เมื่อเซลล์ประสาทสร้างแผงวงจรประสาท (neural circuits) เสมือนเป็นรอยบันทึกความจำ เป็นที่เก็บความจำระยะยาวไว้ ซึ่งจะใช้สารสื่อประสาทสำคัญในการรักษาความจำคือ ซีโรโทนิน (serotonin) และกาบา (gamma-aminobutyric acid) โดยสารสื่อประสาท 2 ชนิดนี้จะช่วยรักษาเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกรบกวนจากภายนอก

  • Serotonin เป็นสารสื่อประสาทที่ทำหน้าที่ในการควบคุมอารมณ์ สารสื่อประสาทชนิดนี้มีความสำคัญต่อการจดจำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์
  • GABA ช่วยให้สมองผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล สมองที่ผ่อนคลายจะจดจำข้อมูลได้ดีกว่าสมองที่เครียดหรือวิตกกังวล

ส่วนสุดท้ายการเรียกคืนความทรงจำเวลาเรานึกเรื่องต่างๆจะมีการกระตุ้นเซลล์ประสาทอีกครั้งหนึ่งส่วนนี้จะใช้สารสื่อประสาร อะซิทิลโคลีน (acetylcholine) และนอร์เอพิเนฟรีน (norepinephrine) เป็นตัวกระตุ้นสำคัญในการดึงความจำ

แล้วสารสกัดจากพรหมิ (อ่านว่า พรหม-มิ) ช่วยบำรุงความจำได้อย่างไร ?

พรหมิ

สารสกัดพรหมิมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยปกป้องเซลล์ประสาท ลดการทำลายสารอะซิทิลโคลีน (acetylcholine) ที่ปลายประสาท ทำให้มีสารอะซิทิลโคลีน (acetylcholine) ในสมองมากขึ้น สมองก็จะตื่นตัวมากขึ้นจึงเพิ่มการเรียนรู้และการสร้างความจำใหม่ได้ เพิ่มการหลั่งสารโดปามีน (dopamine) และ ซีโรโทนิน (serotonin) ในสมอง ช่วยเพิ่มเลือดที่ไปเลี้ยงในสมองทำให้สมองได้รับออกซิเจนดีขึ้น และยังลดของเสียในเซลล์สมองที่ชื่อ β-amyloid[1] ซึ่ง β-amyloid นี้พบมากในที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ถ้ามีเยอะๆในเซลล์ประสาทจะทำให้เซลล์ตายได้

สารสกัดพรหมิจะทำให้เซลล์สมองเปลี่ยนไปอย่างไร ?

เซลล์สมองส่วนความจำของหนูที่ได้รับสารสกัดพรหมิจะมีการแตกตัวเส้นใยประสาทมากกว่าเซลล์ที่ไม่ได้รับสารสกัด จากในรูปจะแสดงให้เห็นว่าเซลล์ประสาทที่ได้รับสารสกัดพรหมิมากก็จะมีการแตกแขนงของเซลล์ประสาทมากกว่า ทำให้มีความจำที่ดีกว่า[1]

เห็นแบบนี้แล้วใครสนใจก็ลองหาสารสกัดพรหมิ มากินดูนะครับความจำจะได้ดีขึ้น หรือใครอยากซื้อให้พ่อแม่ คุณปู่คุณย่าท่านก็ได้ครับ

อ้างอิง

[1]Aguiar, Sebastian, and Thomas Borowski. “Neuropharmacological review of the nootropic herb Bacopa monnieri.” Rejuvenation research 16.4 (2013): 313-326.

Similar Posts

  • หาเพื่อนแก้เหงาในวัยทอง ลดโอกาสสมองเสื่อมได้นะ

    ในช่วงวัยทองของผู้ชาย มีฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปทำให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายๆคน อาจะรู้สึกกังวล ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวนโดยไม่มีสาเหตุ ไหนจะอาการขี้หลงขี้ลืมอีก บางคนอาจจะรู้สึกความจำเริ่มไม่ค่อยดีนิดๆตั้งแต่ช่วง 30 หรือ 35 มาแล้วก็ได้ บางคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าเรื่องของความจำและอารมณ์มันส่งผลซึ่งกันและกันได้ หลายๆคนคงไม่รู้ว่าเพียงความเหงานั้นสามารถทำร้ายสมองได้ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นาน ความเหงาจะส่งผลต่อสมองทำให้สมองส่วนฮิปโปแคมปัสที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความทรงจำหดตัวเล็กลง ซึ่งความเหงาที่ว่ามานี้ก็รวมทั้งความเหงาที่รู้สึกเหงาแม้อยู่ท่ามกลางผู้คน และความเหงาที่รู้สึกเหงาเพราะไม่ได้เจอผู้คนเลยเช่นกัน ร่างกายจะเกิดความเครียดต่อเนื่องเรื้อรัง มีการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล เป็นฮอร์โมนเครียดมากระตุ้นร่างกายตลอดเวลา ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง และเกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง เกิดความหวาดระแวงเพิ่มขึ้นเพราะความเครียดกระตุ้นร่างกายเป็นเวลานาน มันคงเหมือนความรู้สึกเครียดที่รู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจเรา ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวก็เป็นได้ครับ ซึ่งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองก็ไม่ดีต่อสมองทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมง่ายขึ้นไปอีก !! ยิ่งถ้าใครรู้สึกเหงานานติดต่อกันเกิน 6 เดือนขึ้นไป มีโอกาสพัฒนาเป็นโรคทางจิตเวช มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หลงผิด คิดว่ามีคนจะมาทำร้ายตัวเองก็มี ส่วนคนที่มีความเหงาต่อเนื่องสะสมนาน 3-4 ปีขึ้นไปจะทำให้ความดันโลหิตสูงมากขึ้น ฉะนั้นถ้าเรารู้สึกเหงา ลองเปิดใจคุยกับภรรยาหรือถ้าใครที่โสดก็หาเพื่อนคุย ใครซักคนที่ช่วยผ่อนคลายความเหงาเราได้ หรือออกไปสังสรรค์กับเพื่อนก็ดีนะครับ

  • ต่อมลูกหมากอักเสบในการแพทย์แผนไทย

    รู้ไหมว่าอาการเกี่ยวกับต่อมลูกหมากและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในสมัยก่อนที่การแพทย์แผนตะวันตกจะเข้ามา ในไทยมีการแพทย์ดั้งเดิมอยู่คือแพทย์แผนไทย และใครที่อยากจะเป็นหมอในสมัยนั้นก็ต้องไปเข้าสำนักเป็นศิษย์หมอ แต่ก็ยังมีตำรามาตรฐานที่ใช้ร่ำเรียนกันเรียกว่า “พระคัมภีร์” ซึ่งก็จะมีหลายๆคัมภีร์ แต่ละคัมภีร์ก็จะเขียนถึงบริบทโรคที่ต่างๆกัน จะมีคัมภีร์หนึ่งที่กล่าวถึงโรคที่เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือ แต่รวมๆทั้งในผู้หญิงกับผู้ชายเรียกว่า คัมภีร์มุขฉาปักขันทิกา ก็จะพูดถึงเรื่อง อาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นสีต่างๆ สีขาวขุ่น สีแดง สีเหลืองขมิ้น รวมทั้งโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทำให้อวัยวะเน่าเป็นหนอง เปื่อยลาม หรืออาการที่เป็นริดสีดวง รวมไปถึงอาการฟกซ้ำภายใน ซึ่งอาจจะเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์แรงเกินไปจนช้ำใน รวมไปถึงการถูกกระแทก ทุบตีที่หลังที่เอวจนช้ำใน เลือดค้างจนต้องกินยาขับออก แต่ด้วยบริบทในสมัยก่อนที่ไม่มีกล้องจุลทรรศน์ การแพทย์แผนโบราณมักจะแบ่งกลุ่มอาการตามสิ่งที่เห็นได้กับบริบทและสาเหตุที่ทำให้เป็น ดังนั้นจึงมีการแบ่งตามกลุ่มอาการที่ไม่เหมือนกันกับการแพทย์แผนปัจจุบันที่แบ่งโรคตามรอยโรคและเชื้อโรค จากบทความที่ผ่านเราจะรู้ว่าอาการปวดของต่อมลูกหมากอักเสบคือ ปวดที่ีเย็บ อัณฑะ ท้องน้อย หัวหน่าว ดังนั้นผมจะยกเนื้อความในคัมภีร์มาให้เราอ่านดูเล่นๆนะครับ จะได้เห็นว่าสมัยก่อนเขามีวิธีเขียนยังไง หลายๆคนอาจจะพอคุ้นๆสำเนียงแบบนี้ในหนังจักรๆวงศ์ๆอยู่บ้าง “มุตกิต ๔ ทีนี้จะกล่าวด้วยมุตกิต ๔ ประการคือ ให้น้ำปัสสาวะเป็นโลหิตช้ำดังน้ำปลาเน่า บางทีเป็นบุพโพจางๆดังน้ำซาวข้าว บางทีเป็นดังน้ำมูกขัดๆหยดๆย้อยๆจะออกมาให้ขัด ให้ปวดหัวหน่าว ให้หนักตะโพก ให้แสบอก กินอาหารไม่รู้รส แลโรคทั้งนี้ เป็นเพราะโลหิตช้ำ“ “อุปทม ๔ สตรียังไม่มีระดู ข่มเหงด้วยกำหนัดยินดีนั้น…

  • หัวล้านในผู้ชายเป็นเรื่องปกติหรือป่าว หรือผิดปกติ ?

    หลายๆคนสมัยยังหนุ่มยังแน่นผมยังดกดำ พอโตๆขึ้นเริ่มมีพัฒนาการ หน้าผากกว้างขึ้น หัวเถิก และถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าผู้หญิงไม่ค่อยเป็นกันนะครับ สรุปแล้วอาหารหัวเถิกหรือหัวล้านเป็นเรื่องปกติไหมที่ผู้ชายจะเป็นหรือเป็นเพราะเราดูแลสุขภาพไม่ดีเอง วันนี้เราจะมาดูเรื่องนี้กันครับ อาการหัวล้านในผู้ชายมาจากพันธุกรรมที่ได้รับมาและการกระตุ้นจากฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งใครจะออกอาการเร็วหรือช้าก็จะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยฮอร์โมนเพศชายจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) ซึ่ง DHT จะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้รากเส้นผมฝ่อลง แคบลง จนเส้นผมบางลงและหลุดร่วงในที่สุด เราว่าดูกันครับว่าหัวล้านจะเริ่มล้านจากส่วนไหนของหนังศีรษะ โดยจะมีจุดที่เริ่ม 3 แบบและมีแบบผสม 1 แบบคือ ที่ผมร่วงแล้วหัวล้านจะเป็นที่เส้นผมด้านหน้ากับตรงกลางกระหม่อมแต่ด้านข้างกับท้ายทอยไม่ร่วงก็เพราะเส้นผมช่วงด้านหน้ากับตรงกลางมีตัวรับฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (DHT) แต่เส้นผมด้านหลังกับด้านข้างไม่มีนั้นเอง ทำให้ฮอร์โมน DHT ไม่มีผลกับเส้นผมส่วนนี้!! เวลาที่แพทย์จะทำการปลูกผมจึงดึงเอาส่วนผมด้านหลังมาปลูกด้านหน้ากับกลางกระหม่อมทำให้เส้นผมที่ปลูกถ่ายใหม่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน เส้นผมที่ปลูกถ่ายก็จะอยู่ถาวรกว่านั้นเอง ยังมีอย่างอื่นอีกที่ทำให้ผมร่วงได้แก่ ฉะนั้นเป็นเรื่องปกตินะครับที่ผู้ชายจะหัวล้านเมื่ออายุมากขึ้น แต่จะหัวล้านแบบไหนดูแนวโน้มพันธุกรรมที่ได้จากญาติๆผู้ชายที่เป็นสายตรงได้ครับ บางคนยังไม่ถึงอายุ 30+ แค่ 20+ ก็เริ่มมีอาการแล้วก็มีครับ ใครที่สองกระจกดูแล้วเริ่มมีปัญหา จะทำไงดีลองไปดูวิธีรักษากันได้ คลิกเลย

  • ตำรับยาโรคต่อมลูกหมากโตในแพทย์แผนไทย

    จากตอนที่แล้วอาการที่คล้ายต่อมลูกหมากโตคือ กล่อนแห้งเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต (ใครยังไม่ได้อ่านคลิก ที่นี้ เพื่อตามอ่านได้ครับ) ที่ทำให้มีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะเล็ดต่างๆ มีบอกยาแก้ในคัมภีร์กษัยไว้หลายสูตร เราลองมาดูกันว่าเขามีการวางยาแก้อย่างไง สูตรที่ 1 ประกอบด้วย แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ใบราชพฤกษ์ ดอกราชพฤกษ์ รากราชพฤกษ์ แก่นราชพฤกษ์ กระพี้ราชพฤกษ์ ดีปลี เถาสะค้าน รากชะพลู รากเจตมูลเพลิง เหง้าขิงแห้ง รากคาคลอง รากตาลโตนด หัศคุณไทย หัสคุณเทศ สมอไทย สมอพิเภก สมอเทศ มะขามป้อม พริกไทย สิ่งละ 1 ส่วน รากแจง 20 ส่วน ต้มกิน ตัวยาในสูตร มีสรรพคุณดังนี้ แก่นพญามือเหล็ก แก่นขี้เหล็ก เถาวัลย์เหล็ก ว่านสากเหล็ก สนิมเหล็ก ตัวยา 5 อย่างนี้รวมกันจะใช้สำหรับ แก้พิษโลหิต บำรุงกำลัง…

  • รู้ไหม? ทำไมผู้ชายวัยทองถึงนอนไม่หลับ

    เรื่องนี้เป็นปัญหาที่รบกวนของใครหลายๆคน พออายุเยอะแล้วอยากจะนอนแต่นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิทแล้วก็ตื่นเช้ามาด้วยอาการเพลียเพราะนอนหลีบไม่ดี อาการแบบนี้มันเกิดจากอะไรกันแน่เรามาดูกันครับ อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าปัญหาของผู้ชายวัยทอง เวลาเข้าสู่ช่วงอายุ 40 ขึ้นไป ฮอร์โมนเพศเริ่มค่อยๆลดลง ส่งผลให้ร่างกายกระทบหลายๆอย่าง ทำให้อารมณ์หงุดหงิดง่าย มวลกล้ามเนื้อลดลง กระดูกบางลง อารมณ์แปรปรวน เปลี่ยนแปลงง่าย เริ่มหลงๆลืมๆง่าย แล้วยังมีผลต่อการนอนหลับอีกด้วย การที่คนเราจะง่วงหรือไม่ง่วง ความง่วงจะเกิดจากฮอร์โมนในสมองที่ค่อยความคุมนาฬิกาชีวิต หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้ นาฬิกาชีวิตคือวงจรที่ควบคุมสมดุลในร่างกาย ให้เรามีเวลากิน ความหิว เวลานอน ให้เป็นเวลาที่เหมาะสม ทำให้กลางคืนง่วงนอน กลางวันตื่นตัว ให้เป็นไปตามธรรมชาติแบบนี้ครับ ฮอร์โมนที่ทำให้เราง่วงคือ ฮอร์โมนเมลาโทนิน (Melatonin) เรียกว่าเป็น ฮอร์โมนการนอน ก็ได้ฮอร์โมนตัวนี้ร่างกายจะสร้างขึ้นจาก กรดอะมิโนทริปโตแฟน (tryptophan) วิตามินบี 6 วิตตามินบี 3 และแมกนีเซียม สร้างขึ้นมา (ใครอยากรู้ว่าจะกินอาหารอะไรดีเพื่อเสริมสารอาหาร 4 ตัวนี้คลิกที่นี้เลย) ระดับฮอร์โมนเมลาโทนิน ทีนี้เจ้าฮอร์โมนเมลาโทนินร่างกายจะสร้างขึ้นเมื่อเจอกับความมืดครับ ก็คือเวลากลางคืนจะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนตัวนี้ตามธรรมชาติ ร่างกายจะเริ่มสร้างตั้งแต่ช่วงเย็นๆ และเพิ่มมากขึ้นเยอะสุดช่วงกลางคืน ไปลดลงอีกทีตอนเช้าๆ แต่จะถูกยับยั้งเมื่อเจอแสงสว่าง คงได้คำตอบนะครับว่าทำไมการจ้องโทรศัพท์มือถือนานๆก่อนนอนถึงทำให้นอนไม่หลับ ก็เพราะมันมีแสงจากหน้าจอไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนตัวนี้นั้นเอง จึงแนะนำว่าใครนอนไม่หลับให้พยายามนอนในห้องมืดสนิทจะทำให้การนอนหลับ…

  • ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรังหายเองได้ไหม รักษาอย่างไร?

    หลายๆคนที่มีอาการต่อมลูกหมากอักเสบเช่น ปวดฝีเย็บ เจ็บฝีเย็บตอนนั้งเก้าอี้ ไม่สบายท้องน้อยหน่วงๆเสียวๆ มีอาการเจ็บตอนหลั่งหรือหลังหลั่ง อสุจิมีเลือดปนหรือมีสีน้ำตาลคล้ำ ปัสสาะขัด เป็นเรื่องที่น่ารำคาญมาก บางคนก็ไม่กล้าไปหาหมอ แต่อยากรู้ว่าถ้าหากไม่รักษาจะหายเองได้ไหม ? คำตอบจากสถิติคือบางคนที่ดูแลตัวเอง วิ่ง ออกกำลังกาย ปรับความถี่การหลั่งอสุจิ ก็พอบรรเทาให้อาการเบาลงได้จนแค่มีรู้สึกตึงๆหน่วงๆไม่เจ็บ หรือเกือบๆหายแต่ไม่ถึงกับหายขาดซะทีเดียว แต่ควบคุมอาการได้ ส่วนคนที่ไปรักษากับหมอก็ต้องใช้เวลา โรคนี้ถ้าจะรักษาควรให้เวลาขั้นต่ำประมาณ 6 เดือนในการรักษา กินยาต่อเนื่อง มีบางคนกินยาไปประมาณ 1 ปี ดีขึ้นมากๆก็มีครับ บางคน 5 เดือน บางคน 2 ปี ก็มีครับ ถ้าคิดจะรักษาต้องใจเย็นๆนะครับอย่าเปลี่ยนหมอถี่กันเกินไป แล้วการรักษาได้ยาอะไรบ้าง ? นั้นเพราะว่าการอักเสบอาจจะเกิดจากเชื้อแปลกปลอม หรืออาจจะเป็นเชื้อประจำถิ่นเป็นเชื้อที่มีในร่างกายอยู่แล้วแต่ไม่มีอาการและเชื้อบางชนิดเอาไปเพาะเชื้อตรวจก็ไม่ขึ้น หมอเลยวินิจฉัยว่าเป็นต่อมลูกหมากอักเสบแบบไม่พบเชื้อ ซึ่งจริงอาจจะมีเชื้อนั้นแหละ!! แต่เชื้อตัวนั้นมันไม่เติบโตในอาหารเลี้ยงเชื้อ เลยเพาะไม่ขึ้น หมอเลยจะให้ยาปฎิชีวนะไว้ก่อน และต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่ยาเข้าถึงได้ยาก ต้องได้รับยานาน อาจจะ 1-3 เดือน จะได้ยาอะไรก็ขึ้นกับเชื้อที่ตรวจพบ มาดูยาแต่ละกลุ่มกันครับ 1.ยากลุ่มควิโนโลน (Quinolone) เช่น ซิโพรฟลอกซาลิน…