มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก
ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ
1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย

2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น
ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า
ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า
และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า
จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ
3.อายุ ในคนที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปจะพบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นส่วนในประเทศฝั่งตะวันตกมักพบตอนอายุเกิน 65 ปี
4.สิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น อาหารการกิน การดำรงชีวิต สารพิษ ความเครียดในการดำรงชีวิตก็มีผล มีข้อมูลว่าคนจีนกับคนญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่อเมริกัน และแต่งงานกับคนจีน หรือญี่ปุ่นด้วยกันที่อยู่อเมริกันเหมือนกัน กลับมีความเสี่ยงมากขึ้นทั้งที่แต่เดิมคนผิวเหลืองจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าฝรั่งผิวขาว นั้นก็แสดงว่าเป็นเพราะวิถีชีวิตและอาหารการกินของอเมริกันที่มีไขมันสูงและเนื้อแดงมีผลเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น

4.1 การได้รับแสงแดดและวิตามินดี ร่างกายจะสังเคราะห์วิตามินดีขึ้นเมื่อได้รับแสงแดด วิตามินดี 3 เป็นส่วนประกอบของฮอร์โมนหลายชนิดที่ช่วยปรับสมดุลแคลเซียมในร่างกาย วิตามินดีช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากลง มีข้อมูลว่าคนที่อยู่แถวๆขั่วโลกเหนือ จะมีความเข้มของแสงแดดน้อย เช่น พวกชาวสแกนดิเนเวีย ชาวเอสกิโม มีแนวโน้มจะตายด้วยมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น รวมทั้งคนผิวดำก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าคนผิวขาวเพราะมีเม็ดสีผิวเมลาโทนินที่ให้สีผิวดำมาปิดกั้นแสงแดด ทำให้สังเคราะห์วิตามินดีได้น้อยลงนั้นเอง !! เห็นแบบดีแล้วถ้าเราเป็นคนผิวเหลือง คงต้องออกไปโดนแดด ไปเล่นกีฬากลางแจ้งแดดอ่อนๆยามเช้าบ้างแล้วนะครับ

4.2 พฤติกรรม บางอย่างก็ช่วยลดความเสี่ยงหรือเพิ่มความรุนแรงโรคได้ เช่น การหลั่งอสุจิ 21 ครั้งต่อเดือน จะลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากลงได้ ส่วนการสูบบุหรี่ยังไม่มีหลักฐานว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเป็น แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากอยู่แล้วอาการจะรุนแรงกว่า รักษายากกว่าคนที่ไม่ได้สูบที่ป่วยในระยะเดียวกัน

5.ฮอร์โมนเพศชาย เพื่อนๆรู้ไหมว่าฮอร์โมนเพศชายในร่างกายมีอิทธิผลต่อความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากในส่วนนี้คงต้องขอลงรายละเอียดซักหน่อย โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะผลิตจากอัณฑะเป็นส่วนมาก มีอีกเล็กน้อยจากต่อมหมวกไต โดยมีชื่อว่า เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะมีผลในเกิดลักษณะทางเพศชายในวัยรุ่น รวมทั้งสภาวะจิตใจ ลักษณะความก้าวร้าว ความเป็นผู้นำ และมีผลทำให้ต่อมลูกหมากเจริญเติบโต ในคนที่ไม่มีฮอร์โมน เทสโทสเตอโรนก่อนเข้าวัยรุ่นจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเลย และมีฮอร์โมนอีกชนิดที่เรามักไม่ค่อยได้ยินคือ ฮอร์โมนไดไฮโดรเทสทอสเทอโรน (DHT : Dihydrotestosterone) มันเป็นฮอร์โมนที่เปลี่ยนรูปมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน เจ้าฮอร์โมนตัวนี้แหละที่ทำให้ต่อมลูกหมากเจริญเติบโต ถ้าลดฮอร์โมนนี้ได้ต่อมลูกหมากจะมีขนาดลดลง ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากได้ !!
รู้อย่างนี้แล้วถ้าเรามีพฤติกรรมอะไรที่เสี่ยง อย่าลืมไปปรับพฤติกรรมนะครับ เราต้องรอดครับ !!
อ้างอิง
[1] Chaipratep, Em-on. “ไอโซฟลาโวนจากถั่วเหลืองในมะเร็งต่อมลูกหมาก.” EAU Heritage Journal Science and Technology 9.2 (2015): 89-98.
