อสุจิปนเลือดในผู้สูงอายุควรระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก

อสุจิปนเลือดในผู้สูงอายุควรระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก

หากท่านชายคนไหนมีเลือดปนในน้ำอสุจิ อาจจะเป็นตอนช่วยตัวเอง ตอนมีเพศสัมพันธ์ หรือจากการฝันเปียกก็ตาม ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี มักมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ แต่ถ้าหากมีอายุมากกว่า 40 ปี จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้ โดยอาการอสุจิปนเลือดเกิดได้จากหลายสาเหตุเช่น

1.อวัยวะเพศได้รับการกระแทกรุนแรงจากอุบัติเหตุ 

2.จากการมีเพศสัมพันธ์ หรือการช่วยตนเองที่รุนแรงเกินไป ซึ่งในกรณีที่เกิดจากพฤติกรรมทางเพศ อาการควรจะหายไปใน 1-2 วัน หลังจากที่ร่างกายฟื้นตัว

3.เกิดจากต่อมลูกหมากโตจนไปเบียดท่อฉีดอสุจิตัน กระทบท่อปัสสาวะ

4.เกิดจากวิธีการรักษาโรคก่อนหน้าที่จะเป็น เช่น การฉายแสงต่อมลูกหมาก การทำหมัน การผ่าตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมาก เพราะวิธีการเหล่านี้ต้องมีการเจาะ ฉีดเข้าไปในต่อมลูกหมากจนมีบาดแผล การผ่าตัดริดสีดวงทวารก็อาจจะมีการบาดเจ็บลามไปถึงต่อมลูกหมากได้

5.เกิดจากการติดเชื้อและมีการอักเสบเช่น อัณฑะอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ หนองใน หนองในเทียม ต่อมลูกหมากอักเสบชนิดพบเชื้อ ท่อนำอสุจิอักเสบ จึงมีเลือดออก

6.มีนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

7.ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานาน

ถ้าอายุน้อยกว่า 40 ปี อาการนี้อาจจะหายไปได้เอง แต่ถ้าไม่หายใน 1-2 วันควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุว่าแท้จริงเกิดจากอะไรกันแน่ ถ้าใครมีอายุเกิน 40 ปี ควรพบแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก เพราะมีโอกาสเจอได้ เพราะในผู้ชายที่อายุมากๆ 80-90 ปี มักจะพบมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือบางคนที่มีอายุเยอะๆแล้วเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นเมื่อนำมาชันสูตรศพ มักพบมะเร็งต่อมลูกหมาก นั้นหมายความว่าโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่อยู่คู่กับผู้ชายนั้นเอง

ต่อไปเรามารู้จักกับระยะของมะเร็งต่อมลูกหมากกันนะครับ

  • ในระยะที่ยังไม่แพร่กระจายออกจากต่อมลูกหมาก ตัวมะเร็งในต่อมลูกหมากจะโตขึ้นและไปเบียดอวียวะใกล้เคียง ถ้าไปกดที่ท่อปัสสาวะก็จะทำให้มีอาการคล้ายคลึงกับอาการต่อมลูกหมากโต เช่น ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน และอาจปัสสาวะเป็นเลือดได้
  • ในระยะที่แพร่กระจายออกจากต่อมลูกหมากแล้ว มักจะแพร่ไปยังอุ้มเชิงกราน และกระดูกสันหลังทำให้มีอาการปวดกระดูกสันหลัง และอุ้มเชิงกราน ทำให้กระดูกสันหลังทรุดลงได้ ถ้าไปเบียดกดไขสันหลังก็อาจทำให้ขาอ่อนแรงได้ หรือมีการที่เซลล์มะเร็งกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโตไม่เบียดหลอดเลือดดำที่ไปเลี้ยงขา เกิดอาการขาบวมได้เช่นกัน

ดังนั้นหากท่านชายใดมีอาการที่เข้าข่ายดังกล่าว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง

Similar Posts

  • แก่แล้วขี้ลืมเหรอ? งั้นเรามาปรับพฤติกรรมสู้วัยทองกันเถอะ

    ในคนอายุเยอะๆความจำจะไม่ค่อยดี ก็จะเป็นจากสมองซึ่งมาได้หลายสาเหตุ เช่น มีโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคอัลไซเมอร์ ทำให้สมองเสียหาย ความจำเลยไม่ดี ในกรณีนั้นก็ต้องรักษาฟื้นฟูให้ตรงจุด แต่ในกรณีที่ไม่ได้เป็นโรคสมองอะไร พอเริ่มอายุเยอะความจำลดลงตามวัยเพราะฮอร์โมนเพศชายน้อยลง พอนานๆเข้าสาร BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ที่ช่วยปกป้องและทำให้เซลล์ประสาทเติบโตก็ลดลงไปด้วย (สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าสารนี้ทำหน้าที่อะไร คลิกเลย) สมองเลยเสื่อมลงไวขึ้น เห็นทีจะไม่ได้การต้องรีบฟื้นฟู เรามาดูกันครับว่าเราจะเพิ่มสาร BDNF ในสมองได้ไง โดยปกติฮอร์โมนเพศชายจะไปกระตุ้นให้เซลล์สมองผลิตสารนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันเซลล์สมองและทำให้สมองส่วนการคิด ความจำ พัฒนาขึ้น แต่ก็มีอย่างอื่นด้วยที่ช่วยกระตุ้นให้มองสร้างสาร BDNF นอกจากฮอร์โมนเพศ ตามนี้เลยครับ ช่วงเวลาที่ BDNF จะหลั่งออกมาได้มากที่สุด คือ นอกจากมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้สาร BDNF หลั่งออกมาได้แย่ลงได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเข้านอนให้เร็ว นอนซัก 3 ทุ่มเพื่อให้เริ่มหลับสนิทตอน 5 ทุ่ม ให้โกรทฮอร์โมนหลั่งออกมาพร้อมกับสาร BDNF ซ่อมแซมสมอง การลดความเครียดเพื่อให้สาร BDNF อยู่นานๆ จะช่วยบำรุงสมองให้เสื่อมช้าลงได้ ฉะนั้นอย่าลืมไปทำกันนะครับ

  • โอ๊ย!! ทำไมขี้ลืม หรือเราจะเข้าวัยทองแล้ว ?

    เรามักจะติดภาพลักษณ์ของคนแก่ๆที่มาพร้อมกับอาการขี้หลง ขี้ลืม เป็นอัมไซเมอร์ นั้นเป็นปลายทางที่หลายๆคนเห็นแต่ก่อนหน้าที่จะเป็นคนแก่ขนาดนั้นเราต้องผ่านอะไรก่อนละครับ… มันคือ วัยทองไงละครับ!! ช่วงอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป ที่ฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงและ 1 ในอาการแสดงคือ เริ่มความจำไม่ดี ลืมนู้นลืมนี้ งั้นเราลองมาดูกันครับว่าทำไม โดยปกติเราพอจะรู้อยู่แล้วว่านิสัยผู้ชายกับผู้หญิงมีพื้นฐานกับวิธีคิดที่แตกต่างกัน ทั้งวิธีการพูดที่แสดงถึงวิธีการคิด การเข้าใจอารมณ์ต่างๆโดย และที่เป็นแบบนั้นก็เพราะมีฮอร์โมนเพศที่แตกต่างกันนั้นเอง!! โดย ฮอร์โมนเพศชายช่วยกระตุ้นการผลิต BDNF (Brain-derived neurotrophic factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่ง BDNF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท มีความสำคัญต่อการเรียนรู้ ความจำ และอารมณ์ ฮอร์โมนเพศหญิงช่วยกระตุ้นการผลิต NGF (Nerve growth factor) ได้ดีกว่าฮอร์โมนเพศชาย ซึ่ง NGF เป็นโปรตีนที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท NGF มีความสำคัญต่อการรับรู้ ภาษา และความสัมพันธ์ พอเข้าสู่วัยทองฮอร์โมนเพศก็ลดลงเลยทำให้การผลิตสารทั้ง 2 ตัวนี้ในสมองลดลง สมองเลยเริ่มเสื่อมง่าย รวนไปจนมีปัญหาด้านอารมณ์ต่างๆด้วยนั้นเอง อาการความจำไม่ดีจึงเป็นสัญญาณของวัยทองด้วยเช่นกัน แล้วเราจะมีวิธีฟื้นฟูสาร 2 ชนิดนี้ให้ความจำดีขึ้นได้อย่างไร จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน…

  • มีอะไรบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

    ได้มีการเก็บข้อมูลการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคนี้ เพื่อนๆพี่อยากทราบไม่ครับว่ามีใครที่เสี่ยงบ้าง มาดูกันเลยครับ 1.เผ่าพันธุ์ พบว่าคนผิวสีอเมริกัน หรือคนผิวดำในอเมริกาจะเป็นมากที่สุด รองลงมาจะเป็นฝรั่งผิวขาว สุดท้ายคนผิวเหลืองฝั่งเอเชียมีโอกาสเป็นน้อยสุด เช่น คนจีน ญี่ปุ่น ไทย โดยคนเอเชียจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 5 คน ใน 100000 คน เมื่อเทียบกับฝรั่งที่เป็น 120 คน ใน 100000 คน[1] ถือว่าเป็นน้อยกว่าอย่างชัดเจน นี้ถือว่าเป็นโชคดีอย่างหนึ่งนะครับที่พวกเราเกิดเป็นคนเอเชีย 2.กรรมพันธุ์ ถ้ามีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นอีก 2-4 เท่า ถึงว่ามีผลมากอยู่นะครับ โดยยังแจกแจงแบบความเสี่ยงได้ออกเป็น ในกรณีที่พ่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ลูกชายก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 2.17 เท่า ถ้ามีพี่น้องที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 1 คน เราก็จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 3.37 เท่า และถ้าญาติสายตรงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่า 1 คน เราจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 5.08 เท่า จะเห็นได้ชัดจากความเสี่ยงที่แสดงว่ามีการส่งต่อทางพันธุกรรมจริง รู้แบบนี้แล้วต้องลองโทรไปถามญาติๆผู้ชายของเราว่ามีใครเป็นบ้างแล้วละครับ เกิดถ้าเจอขึ้นมาคงต้องมีการปรับอาหารกันบ้างละครับ ใครสนใจเมนูอาหารที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากกดติดตามได้ ที่นี้ เลยครับ 3.อายุ…

  • ใครนอนไม่หลับ กินขี้เหล็กช่วยได้ คุณประโยชน์ที่ไม่ควรมองข้าม!!

    ยาอีกชนิดที่แพทย์แผนไทยชอบใช้ในโรคกษัยคือ แก่นขี้เหล็ก จากที่เรารู้กันว่า โรคต่อมลูกหมากโต มักพบในคนที่อายุมาก ร่างกายเกินการเสื่อมถอยทำให้เจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ในทางแพทย์แผนไทยโรคที่เกิดจากความเสื่อมถอยเราจะเรียกว่า “โรคกษัย” จากการเทียบอาการมีโรคกษัยชนิดหนึ่งคล้ายมีอาการคล้ายกับโรคต่อมลูกหมากโตคือ โรคกล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต ซึ่งส่วนใหญ่ในตัวยาแก้กษัยมักจะใช้แก่นขี้เหล็กเป็นส่วนผสมเพราะมันมีสรรพคุณ ช่วยขับโลหิต แก้กามโรค หนองใน แก้นอนไม่หลับ แก้กษัย ดังนั้นแก่นขี้เหล็กจึงมักถูกใส่ผสมร่วมกับยาอื่นๆที่ใช้แก้กษัย เพราะการรักษาโรคกษัย จำเป็นต้องขับของเสียที่ทำให้เกิดกษัยออกไปด้วย ตัวแก่นขี้เหล็กนี้ก็จะไปช่วยขับกษัย ทีนี้เราลองมาดูงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กันว่าได้ค้นพบอะไรที่มันสอดคล้องกับสรรพคุณในแพทย์แผนไทยบ้าง? มีฤทธิ์หนึ่งที่น่าสนใจคือ เสริมการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ!! คือปกติต้องเข้าใจหน้าที่ของตับก่อน ตับคนเราจะมีหน้าที่ในการรับเลือดที่ดูดซึมสารอาหารทางๆจากระบบทางเดินอาหารผ่านลำไส้มากรองที่ตับก่อนจะส่งไปเลี้ยงร่างกาย ซึ่งจะสำคัญมากๆเพราะจะทำหน้าที่ปรับไม่ให้น้ำตาลและไขมันในเลือดมากเกินไป รวมถึงกำจัดสารพิษต่างๆให้เบาลง ซึ่งการกำจัดพิษนี้เซลล์ตับจะใช้เอนไซน์ซึ่งมีอยู่หลายๆตัว เอนไซน์คือเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ใช้เร่งปฎิกิริยา ให้สารที่ตับรับมาเกิดปฎิกิริยา ซึ่งส่วนใหญ่จะทำให้สารพวกนั้นละลายน้ำได้ดีขึ้นและเป็นพิษลดลง เพื่อให้ขับออกทางไตได้ดีนั้นเอง เมื่อขับออกไปได้ไวก็จะก่อพิษกับร่างกายได้น้อย เอนไซน์ที่ว่านี้ก็มีหลายตัวเช่น กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) , ยูดีพี กลูโคโรนิลทรานเฟอเรส (UDP-glucuronyltransferase) ในหนูทดลองที่กินอาหารที่มีส่วนประกอบใบขี้เหล็ก 5% นาน 2 สัปดาห์ พบว่ามันช่วยเพิ่มปริมาณเอนไซน์กลูต้าไธโอน เอสทรานเฟอเลส (glutathione S-transferase) ขึ้น 250% และเพิ่ม เอนไซน์ยูดีพี…

  • อาการปัสสาวะขัดในท่านชายสูงอายุอาจเป็นสัญญาณของต่อมลูกหมากโต

    ท่านชายหลายๆคนพออายุมากขึ้น บางคนเริ่มมีอาการปัสสาวะขัดเป็นๆหายๆเป็นเรื้อรัง นั้นอาจเป็นสัญญาณของอาการต่อมลูกหมากโต โดยธรรมชาติของผู้ชายต่อมลูกหมากจะค่อยๆโตขึ้นอย่างช้าๆตามวัย พอเข้าวัยรุ่นฮอร์โมนเพศชาย (ฮอร์โมนแอนโดรเจน) ที่หลั่งจากอัณฑะจะไปกระตุ้นให้เซลล์ต่อมลูกหมากมีการแบ่งตัวมากขึ้นและจะโตเต็มที่ตอนวัยรุ่นมีน้ำหนักประมาณ 20 กรัม และจะมีขนาดคงที่ไประยะหนึ่ง จนถึงอายุ 45 ปี ต่อมลูกหมากจะค่อยๆขยายตัวขึ้นเรื่อยๆอย่างช้าๆจนถึงวัยชรา พอนานๆเข้าต่อมลูกหมากก็จะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปไปกดเบียดท่อปัสสาวะ พองตัวดันล้ำเข้าไปในขั่วกระเพาะปัสสาวะทำให้ปัสสาวะลำบากมีน้ำปัสสาวะค้างตามในรูปฝั่งขวามือที่แสดง มักออกอาการตอนอายุ 55 ปี แต่พบมากที่สุดคือช่วงอายุ 60-80 ปี ซึ่งถ้าโตมากๆอาจจะมีน้ำหนัก 180-220 กรัมได้ จากปกติแต่หนัก 20 กรัม ใหญ่ขึ้นจากเดิมตั้ง 6-11 เท่า ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันลักษณะโครงสร้างของต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสะวะ ของผู้ชายก่อนแล้วลองมาเทียบกับคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโต เพื่อให้พวกเราเข้าใจได้ว่าทำไมจึงเกิดอาการปัสสาวะขัดได้ จากรูปฝั่งซ้ายเป็นต่อมลูกหมากปกติ ส่วนรูปฝั่งขวาเป็นต่อมลูกหมากโต โดยปกติต่อมลูกหมากจะมีท่อเชื่อมด้านหลังต่อกับต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิและท่อปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะจะมาเชื่อมกัน ต่อมลูกหมากจะมีหน้าที่ในการสร้างน้ำเมือกสีขาวคล้ายนมเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอสุจิคิดเป็นปริมาณ 15 % ของปริมาณน้ำเชื้อ และพอถึงจุดสุดยอดกล้ามเนื้อต่อมลูกหมากนี้ละที่บีบตัวเอาน้ำอสุจิออกมาส่วนนี้เอง ทำให้บางคนที่ไปผ่าตัดต่อมลูกหมากออกไปมีปัญหาถึงจุดสุดยอดโดยไม่หลั่งเพราะขาดแรงบีบน้ำอสุจิไปนั้นเอง  เมื่อต่อมลูกหมากโตมากขึ้นจนไปเบียดท่อทางเดินปัสสาวะ และอาจโตไปเบียดขั่วกระเพาะปัสสาวะ ปิดทางท่อปัสสาวะ ทำให้ทำให้การขับถ่ายปัสสาวะลำบาก เกิดอาการปัสสาวะขัดและมีอาการปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะได้ทำให้มีโอกาสเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทางเดินปัสสาวะที่อุดตั้นไม่ว่าจากนิ่วหรือต่อมลูกหมากโต ทำให้เชื้อในปัสสาวะไม่ถูกระบายออกไป เชื้อเจริญเติบโตจนทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ทำให้รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะไปรบกวนระบบประสาทกระเพาะปัสสาวะระคายเคือง ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เกิดอาการปวดปัสสาวะบ่อยได้…

  • เตือน!! โรคกษัยในผู้ชาย อายุมากแล้วมักเป็นกันทุกคน

    ถ้าเราคุยกับคนแก่ๆ ในชนบทซักหน่อย ในสมัยก่อนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “กษัย” สมัยนี้ใครเป็นโปรนวด ชอบไปนวดตามที่ต่างๆก็จะเคยได้ยินคำว่า “นวดกษัย” คำว่านวดกษัยในวงการนวดจะรู้กันว่ามันคือ นวดแก้สรรถภาพทางเพศเสื่อมนั้นเอง เป็นการนวดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็วจากกล้ามเนื้อแถวอุ้งเชิงกรานไม่แข็งแรงบ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วคำว่า “กษัย” มีความหมายกว้างกว่านั้นครับ กษัย ในทางแพทย์แผนไทยจะหมายถึงโรคที่เกิดจาก “ความเสื่อม” ของร่างกายเป็นได้จากการเจ็บป่วยในโรคทางเดินอาหารเรื้อรังมาก่อน แล้วมีการอักเสบไม่หายขาดตอนหลังอวัยวะในร่างกายที่อักเสบก็เสื่อมสภาพลง กลายเป็นโรคกษัยนั้นเอง หรือการกระแทกช้ำในบางจุดจนเลือดคั่งเกาะเป็นก้อน นานวันเข้าอวัยวะที่เกาะก็พลอยเสื่อมลงด้วย ก็พัฒนากลายเป็นกษัยบางชนิดได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในคนอายุมากๆแก่แล้วร่างกายเสื่อมสภาพก็มีแนวโน้มที่จะเป็นกษัยได้ ในคัมภีร์กษัย มีกษัยชนิดหนึ่งที่มีอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากเลยคือ ทำให้ฉี่ขัด ฉี่บ่อยๆ มีไหลหยดย้อย(ฉี่กระปริดกะปรอย) ปวดเมื่อยบั้นเอว นั้นคือ กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต กล่อนแห้งบังเกิดเพื่อเส้นมุตฆาต แปลไทยเป็นไทยได้ว่า กล่อนแห้งที่เกิดเพราะเส้นมุตฆาตนั้นเอง เส้นมุตฆาต เป็นเส้นสมมุติในทางแพทย์แผนไทยอยู่ต่ำจากสะดือ 2 นิ้ว ลึกลงไป 2 นิ้ว ซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งกระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก มีอาการทำให้ปัสสาวะขัด ปัสสาวะบ่อย หยดย้อย(ปัสสาวะเล็ด) ปวดถ่วง เมื่อยบั้นเอว ต้นขา ซึ่งใกล้เคียงกับอาการของต่อมลูกหมากโตและเป็นโรคความเสื่อมที่มักพบในคนอายุเยอะเลยตรงเงื่อนไขของคนที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตเลยนะครับ ในตำรามีบอกสูตรยาสมุนไพรแก้อาการไว้ ไปดูต่อคลิก ที่นี้…